“เจ้าประมาทเกินไป อคิน...”
ศิลาพึมพำกับตัวเองขณะวางจอกสุราลงบนโต๊ะไม้สัก เสียงกังวานของมันหนักแน่นในห้องทำงานที่เงียบสงัดราวกับสุสาน เขาจ้องมองม้วนกระดาษแผนที่บนโต๊ะที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกแดง ข้อความจากศัตรูที่ทิ้งไว้ในบทก่อนหน้ายังคงวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงบนรอยแผลเป็นเก่าๆ
*‘คนสอนแผนลวงให้เขาในชาติก่อน...’* ใช่ เขาไม่มีวันลืม ความเจ็บปวดที่ถูกทรยศโดยคนที่เชื่อใจมากที่สุดคือแรงขับเคลื่อนเดียวที่ทำให้เขายอมแลกวิญญาณเพื่อหวนคืนกลับมา
ประตูห้องเปิดออกโดยไม่มีเสียงเตือน ร่างระหงขององค์หญิงรินลดาปรากฏขึ้นในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มขลับผิวขาวนวล เธอไม่ได้เดินเข้ามาด้วยท่าทีเกรงขาม แต่กลับถือถาดชาสมุนไพรก้าวเข้ามาหาเขาด้วยความเงียบเชียบที่ดูเป็นธรรมชาติจนน่าประหลาดใจ
“ความเงียบไม่ได้ช่วยให้แผลที่มองไม่เห็นหายเร็วขึ้นหรอกนะศิลา” รินลดาเอ่ยขึ้นพลางวางถาดชาลงข้างๆ แผนที่ยุทธศาสตร์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสงคราม
ศิลาเงยหน้าขึ้น สายตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกค่อยๆ ผ่อนคลายลงเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิดของหญิงสาวตรงหน้า เขาไม่ได้ตอบทันที แต่กลับเลือกที่จะเฝ้ามองท่าทางของเธอ—มือเรียวบางที่บรรจงรินชาลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบ มันช่างแตกต่างจากดาบที่เขาต้องจับตลอดเวลาอย่างสิ้นเชิง
“ข้ากำลังถูกหลอกหลอนด้วยอดีต” ศิลาตอบเสียงต่ำ “คนคนนั้น... เขาซ้อนแผนไว้ใต้แผนที่ข้าคิดว่าข้าถือไพ่เหนือกว่า”
รินลดาส่งถ้วยชาให้เขา นิ้วของเธอสัมผัสกับปลายนิ้วของศิลาเบาๆ กระแสความอบอุ่นที่ส่งผ่านผิวสัมผัสนั้นทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเหมือนถูกกระตุ้นให้กลับมาเต้นอย่างมีความหมายอีกครั้ง
“ถ้าเจ้าเป็นลูกศิษย์ของเขาจริง เจ้าก็ย่อมต้องรู้จุดอ่อนของอาจารย์ดีที่สุด” เธอโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบแผ่วเบาจนศิลาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ “ศิลา... ในสงครามนี้ ข้าไม่ได้มาเพื่อเป็นเบี้ย แต่ข้ามาเพื่อเป็นดาบที่ซ่อนอยู่ข้างหลังเจ้า ไม่ว่าอคินจะวางแผนลวงไว้ซับซ้อนเพียงใด แต่ความรักและศรัทธาที่เจ้ามีต่อภารกิจนี้ คือจุดที่เขาไม่มีทางเลียนแบบได้”
คำว่า ‘ความรัก’ ที่หลุดออกมาจากปากขององค์หญิงผู้สูงศักดิ์ ทำให้ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น เห็นเงาสะท้อนของตนเองที่ดูอ่อนแอและเหนื่อยล้า แต่ในขณะเดียวกัน ก็เห็นความกล้าหาญที่ถูกเติมเต็มด้วยความเชื่อมั่นที่เขามอบให้เธอ
“ท่านไม่กลัวหรือ หากข้าพลาด... ราชวงศ์ของท่านจะดับสูญไปพร้อมกับข้า”
รินลดาส่ายหน้าเบาๆ เธอยกมือขึ้นแตะที่รอยแผลบนหน้าผากของเขาด้วยความทะนุถนอม “ข้าเลือกที่จะเดินเคียงข้างเจ้า ตั้งแต่วันที่ข้าเห็นเจ้าคุกเข่าท่ามกลางสายฝนในชาติก่อนแล้วศิลา... ชาตินี้ เราจะไม่ใช่แค่ผู้เล่น แต่เราคือผู้กำหนดกฎเกณฑ์”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป ความตึงเครียดของแผนการชั่วร้ายภายนอกถูกแทนที่ด้วยความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบแต่หนักแน่น ศิลาพบว่าความหวาดระแวงที่มีต่อโลกใบนี้ค่อยๆ จางหายไป สิ่งที่เขากลัวที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่การตาย แต่คือการทำภารกิจสำเร็จโดยไม่มีนางอยู่เคียงข้างในวันที่บัลลังก์เลือดเปลี่ยนเป็นบัลลังก์ที่สงบสุข
เขาคว้ามือเธอไว้แน่น สัมผัสนั้นไม่ได้เป็นเพียงการปลอบประโลม แต่เป็นพันธสัญญาที่ไม่มีเสียงเอ่ยออกมา
“ข้าจะไม่ยอมให้เขาทำลายเราอีก” ศิลาสาบานในใจ ดวงตาสีเข้มของเขาฉายประกายแห่งนักวางแผนผู้เยือกเย็นอีกครั้ง “ในเมื่ออคินต้องการเล่นเกมลวง ข้าก็จะสอนให้เขารู้ว่า ‘ของจริง’ ที่ถูกขัดเกลาด้วยความเจ็บปวดนั้น มันน่ากลัวกว่าคำลวงที่เขาสร้างขึ้นหลายเท่านัก”
ขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งอยู่ในความเงียบที่แสนอบอุ่น เสียงเคาะประตูจังหวะหนักๆ ก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ตามด้วยเสียงขององครักษ์คนสนิทที่ดังลอดเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“องค์หญิง... ท่านแม่ทัพอคิน... เขาส่งสารท้าทายมาพ่ะย่ะค่ะ และสิ่งที่แนบมาด้วยคือ...”
ศิลาลุกขึ้นยืนทันทีด้วยสัญชาตญาณนักรบ เขาเดินไปเปิดประตูด้วยมือเดียว มืออีกข้างหนึ่งยังคงกุมมือของรินลดาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย องครักษ์หนุ่มหน้าซีดเผือดขณะยื่นม้วนจดหมายที่มีคราบเลือดแห้งกรังให้
ศิลาคลี่จดหมายออกเพียงนิดเดียว ความเย็นยะเยือกก็แล่นปราดไปทั่วกระดูกสันหลัง ข้อความนั้นไม่ได้เขียนด้วยหมึก แต่เขียนด้วยเลือดสดๆ ของคนที่เขาไว้วางใจที่สุดในกองทัพ และสิ่งที่แนบมาด้วยไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือปิ่นปักผมอันเก่าแก่ที่เขามอบให้ ‘รินลดา’ เป็นของขวัญวันคล้ายวันประสูติเมื่อปีก่อน
ปิ่นปักผมที่มีรอยร้าว... และรอยเลือดที่เปื้อนอยู่ตรงปลายแหลมคม
“เขารู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่...” ศิลาเอ่ยเสียงสั่นพร่าขณะหันไปมองรินลดาข้างหลัง “และปิ่นนี่... รินลดา เจ้าบอกข้าสิว่าเจ้าไม่ได้ทำมันหาย”
รินลดายกมือขึ้นสัมผัสเส้นผมของตนเองด้วยความตระหนก สายตาของเธอเบิกกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าที่ควรมียึดมวยผมเอาไว้
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ความเงียบแห่งความอบอุ่น แต่มันคือความเงียบของ ‘กับดัก’ ที่เพิ่งจะทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงหัวเราะแผ่วเบาของอคินดังก้องขึ้นในหัวของศิลา เหมือนผีร้ายที่ตามมาทวงคืนทุกอย่างที่เขาพยายามจะแย่งชิงกลับมา
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางที่แสนบีบคั้นของศิลาและรินลดานะคะ
บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 26
ความรักที่ก่อตัว
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!