"ข้าไม่คิดเลยว่าคนตายไปแล้ว จะมีกลิ่นอายที่น่ารังเกียจได้ถึงเพียงนี้"
เสียงทุ้มต่ำของศิลาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงลับ เขามิได้หันไปมองเงาร่างที่เพิ่งก้าวออกมาจากมุมมืด เพียงแค่จิบชาในจอกกระเบื้องเคลือบด้วยท่าทีเชื่องช้า ทว่าดวงตากลับจับจ้องไปยังรินลดาที่ยืนนิ่งราวก้อนหิน
ชายผู้นั้นขยับยิ้ม เผยให้เห็นรอยแผลเป็นยาวพาดผ่านลำคอ—ของที่ระลึกจากคมดาบของอคินในวันวาน เขาคือ 'เซน' อดีตราชองครักษ์ผู้กุมความลับของกองทัพ หากเขาปรากฏตัวที่นี่ นั่นหมายความว่าแผนการทั้งหมดที่ศิลาวางไว้กำลังจะถูกรื้อกระดาน
"กลิ่นอายของความแค้นน่ะครับท่านศิลา มันรุนแรงกว่ากลิ่นคาวเลือดที่ฝังอยู่ในคุกใต้ดินเสียอีก" เซนเอ่ยเสียงแหบพร่า ดวงตาคู่คมจ้องมองศิลาอย่างวิเคราะห์ "ท่านอยากให้ผมเป็น 'อาวุธ' ในการเข้าเฝ้าฝ่าบาทวันนี้ใช่ไหมล่ะ?"
ศิลาวางจอกชาลง เสียงกระทบโต๊ะไม้นั้นเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความรู้สึกของผู้ฟัง "ในเมื่ออคินก้าวขาลงสู่สนามรบการเมืองเพื่อบีบให้ข้าต้องเผยตัว ข้าก็แค่สนองให้เขาสมอยาก... แต่ไม่ใช่ในฐานะเหยื่อ"
"แล้วฝ่าบาทล่ะคะ?" รินลดาทลายความเงียบขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบหากแต่แฝงไว้ด้วยความกังวล "พระองค์มิใช่คนโง่เขลา การที่คุณพาตัวอันตรายแบบเซนไปปรากฏกายต่อหน้าพระพักตร์ ในวันที่คุณต้องเข้าเฝ้าเพื่อรับรางวัลความดีความชอบ... มันเท่ากับการบอกว่าคุณกำลังซ่องสุมกำลังพลนอกกฎหมาย"
ศิลายืนขึ้นเต็มความสูง แสงตะเกียงไหววูบสะท้อนบนใบหน้าที่เรียบเฉยจนยากจะคาดเดา "นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ รินลดา... การแสดงความจงรักภักดีที่บริสุทธิ์เกินไป ในราชสำนักที่มีแต่เสือกับหมาป่า มันคือสัญญาณของความอ่อนแอ"
---
โถงท้องพระโรงกว้างขวาง ประดับประดาด้วยทองคำและผ้าไหมราคาแพง กลิ่นกำยานราคาแพงอบอวลจนน่าเวียนหัว ศิลาเดินผ่านแถวขุนนางที่ยืนเรียงราย สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เขา—บางสายตาชื่นชมในความกล้าหาญที่ไปกวาดล้างโจรป่าชายแดนได้สำเร็จ แต่บางสายตากลับเย็นเยียบและเต็มไปด้วยการประเมิน
บนบัลลังก์ทอง กษัตริย์ผู้ทรงอิทธิพลนั่งเอนพระวรกาย แววตาของพระองค์วาวโรจน์เมื่อทอดพระเนตรเห็นศิลาคุกเข่าลงเบื้องหน้า
"ศิลา... เจ้าผู้กอบกู้ความสงบสุขให้แก่หัวเมืองทิศเหนือ" สุรเสียงกังวานของกษัตริย์ดังขึ้น "เจ้าต้องการสิ่งใดเป็นรางวัล? ทองคำ? ที่ดิน? หรืออำนาจที่เจ้าคู่ควร?"
อคินที่ยืนอยู่ข้างบัลลังก์ขยับรอยยิ้มที่มุมปาก สายตาของเขาจ้องมองศิลาด้วยความดูแคลน ราวกับกำลังรอคอยความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้ศิลาถูกลากไปประหารเสียตั้งแต่วันนี้ "ฝ่าบาท... ข้าพระองค์เห็นว่าศิลามีความสามารถยิ่งนัก แต่การที่เขากลับมาพร้อมกับ... คนแปลกหน้าในชุดคลุมผู้นั้น ดูจะผิดธรรมเนียมไปสักนิด ไม่ทราบว่าเขาคือใครกันแน่?"
ศิลาเงยหน้าขึ้น สบตากับอคินโดยไม่หวั่นเกรง "คนผู้นี้คือพยานครับฝ่าบาท พยานที่จะยืนยันได้ว่า 'แผนการกบฏ' ที่เกิดขึ้นในกองทัพทิศเหนือ ไม่ได้เริ่มจากโจรป่า แต่มันเริ่มจากคนในราชสำนักที่ขายนโยบายของแผ่นดินแลกกับทองคำของศัตรู"
ความโกลาหลเงียบสงัดลงในทันที อคินหน้าถอดสีไปวูบหนึ่งก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบเฉย
"เจ้ากล่าวหาลอยๆ เช่นนี้ไม่ดีหรอกนะศิลา" อคินสวนกลับ เสียงเย็นยะเยือก "หลักฐานอยู่ไหน? หรือเจ้าจะบอกว่าคนคุกที่เจ้าพามาด้วยคือหลักฐานชิ้นเดียวของเจ้า?"
ศิลาไม่ตอบ แต่เขากลับขยับรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศภายในโถงเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาค่อยๆ หยิบม้วนคัมภีร์เก่าๆ ออกมาวางต่อหน้าพระพักตร์ "นี่ไม่ใช่แค่คำให้การครับท่านแม่ทัพ แต่นี่คือบันทึกรายชื่อขุนนางที่รับเงินจากกองทัพต่างแดนในรอบสามปีมานี้... และชื่อแรกในบัญชีนี้ ไม่ใช่ชื่อของข้าพระองค์หรอก"
อคินขยับตัวจะก้าวออกมา แต่ศิลาขยับร่างกายบังทิศทางของเขาไว้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่เซนที่ยืนอยู่ด้านหลังค่อยๆ ปลดฮู้ดคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้บรรดาขุนนางอาวุโสถึงกับหน้าถอดสี
"ท่านพี่... ท่านจำรอยแผลนี้ได้ไหม?" เซนเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว "ท่านเป็นคนสั่งฟันผมเองกับมือ เพื่อปิดปากเรื่องทองที่ท่านขนจากคลังหลวงไปส่งให้พวกศัตรู... จำได้ไหมครับแม่ทัพอคิน?"
ความเงียบที่น่ากลัวเข้าปกคลุมท้องพระโรง อคินหันไปมองกษัตริย์ที่บัดนี้พระพักตร์เปลี่ยนจากสงบเป็นดุดัน กษัตริย์ทรงยกพระหัตถ์ขึ้น ห้ามไม่ให้องครักษ์ขยับตัว
"นี่มันหมายความว่าอย่างไร อคิน?" กษัตริย์ตรัสถาม เสียงที่ต่ำลงเรื่อยๆ นั้นเป็นสัญญาณของพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ
อคินกัดฟันแน่น มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อเริ่มสั่นเทา เขาถูกต้อนจนมุมในเกมที่เขาเป็นคนเปิดฉากเอง ทว่าในขณะที่ศิลากำลังจะก้าวไปอีกก้าวเพื่อปิดเกม ร่างของนางกำนัลคนหนึ่งที่คุกเข่าอยู่ใกล้ๆ ก็พุ่งตัวเข้ามาพร้อมมีดสั้นที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อ!
ไม่ใช่เพื่อสังหารศิลา... แต่มีดเล่มนั้นกลับพุ่งเข้าใส่ 'เซน' พยานคนสำคัญของศิลาอย่างแม่นยำ!
เซนล้มลงกับพื้นด้วยความตกใจ ศิลาคว้าตัวคนร้ายไว้ได้ทัน แต่สิ่งที่เขาเห็นเมื่อดึงผ้าคลุมหน้าคนร้ายออก กลับทำให้หัวใจของศิลาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
รินลดา... หญิงสาวที่เขาไว้ใจที่สุด ยืนมองเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะกระซิบข้างหูเขาด้วยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของศิลาดิ่งลงเหว
"ขอโทษนะศิลา... แต่เขายังต้องตาย... ไม่ใช่เพราะเขาทรยศคุณ แต่เพราะเขารู้เรื่อง 'ชาติก่อน' ของคุณดีกว่าใครเพื่อน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับแผนซ้อนแผนของศิลานะคะ
บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 12
ก้าวเข้าสู่สนามรบการเมือง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!