บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 13

งานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยพิษ

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของดอกเบญจมาศขาวที่ถูกจัดประดับอย่างประณีตบรรจงทั่วท้องพระโรงใหญ่ แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่สัมผัสได้เพียงสัญชาตญาณ แสงเทียนนับร้อยเล่มไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลัก ทว่าไม่มีใครกล้าขยับตัวทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ เสียงบรรเลงพิณหลวงดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ราวกับท่วงทำนองแห่งความตายที่กำลังค่อยๆ คลี่คลายกรงเล็บออก ศิลานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้สลักลายมังกร สายตาสีดำสนิทจับจ้องไปยังจอกสุราหยกสีเขียวมรกตตรงหน้า ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ—หนึ่ง, สอง, สาม... ทุกจังหวะของการเคาะคือการนับถอยหลังของลมหายใจผู้ที่คิดจะเล่นตลกกับความตาย "ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้ เหล่าขุนนางจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษนะคะ" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากด้านข้าง องค์หญิงรินลดาในอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายหงส์ทองโน้มพระวรกายเข้ามาใกล้ พระเนตรคมกริบกวาดมองไปยังกลุ่มขุนนางฝั่งตรงข้ามที่กำลังส่งสายตากันไปมาอย่างมีพิรุธ ศิลายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "พวกเขาก็แค่กลัวว่าอำนาจที่เคยอยู่ในมือ จะหลุดลอยหายไปเหมือนสายหมอกเมื่อตะวันขึ้นก็เท่านั้นเองค่ะ... โดยเฉพาะคนๆ นั้น" สายตาของศิลาเหลือบไปมองแม่ทัพอคิน ซึ่งกำลังยกจอกสุราขึ้นคารวะด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง รอยยิ้มที่ในชาติก่อนเคยอาบยาพิษและผลักไสให้ศิลาต้องไปนอนตายอย่างไร้ค่าในสนามรบ *“ขอโทษนะศิลา... แต่เขายังต้องตาย... ไม่ใช่เพราะเขาทรยศคุณ แต่เพราะเขารู้เรื่อง 'ชาติก่อน' ของคุณดีกว่าใครเพื่อน”* คำพูดของใครบางคนยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ความลับที่ถูกเก็บงำไว้ใต้หลุมศพกำลังจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมา ทว่า... ศิลาหาได้หวั่นเกรงไม่ ในเมื่อเกมนี้เขาเป็นผู้กุมกระดาน เหตุไฉนจึงต้องกลัวเบี้ยที่กำลังเดินตามหมากที่เขาวางไว้เล่า? "ท่านแม่ทัพอคินดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะคะ" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวาน ท่ามกลางเสียงดนตรีที่เงียบลงชั่วขณะ ทำให้ทุกสายตาหันมาจับจ้องที่เขาทันที "เกรงว่าสุราจอกนี้ คงจะมีรสชาติที่ถูกใจท่านมากสินะคะ" อคินชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาคมกราบกรานฉายแววระแวงสงสัยขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "ท่านศิลากล่าวเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ... สุราในงานเลี้ยงหลวง ย่อมเป็นของเลิศรสอยู่แล้ว ข้าเพียงแต่ชื่นชมในความอุตสาหะของท่าน ที่จัดงานเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งนี้ได้อย่างยิ่งใหญ่ต่างหากเล่า" อคินตอบพร้อมกับหัวเราะในลำคอ พลางผายมือเชิญ "หากท่านชื่นชอบ เชิญดื่มจอกนี้ร่วมกับข้าเพื่อเป็นเกียรติเถอะพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีน้อยผู้ถือถาดสุราก้าวเข้ามาอย่างนظาท่าทีสั่นเทา ถาดไม้ลงรักปิดทองในมือสั่นระริกจนจอกสุราสั่นไหว สุราสีใสสะท้อนแสงเทียนระยิบระยับ แต่สำหรับศิลาแล้ว มันคือ "น้ำมรณะ" ที่ไร้กลิ่นและไร้สี—พิษสลายกระดูกที่ต่อให้เป็นยอดฝีมือก็ต้องกระอักเลือดตายภายในสามลมหายใจ ความเงียบเข้าปกคลุมท้องพระโรงอีกครั้ง ทุกคนต่างกลั้นหายใจ ลุ้นระทึกกับการเคลื่อนไหวของศิลา รินลดาขยับพระองค์เล็กน้อย พระหัตถ์ภายใต้ชายเสื้อกำแน่นจนข้อพระกรขาวซีด ทว่าศิลากลับยังคงสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินสลัก ศิลายื่นมือออกไปหยิบจอกสุรานั้นขึ้นมา ปลายนิ้วสัมผัสกับความเย็นเฉียบของเนื้อหยก สายตาคมกวาดมองไปทั่วใบหน้าของขุนนางนับร้อยที่กำลังจ้องมองมาเป็นตาเดียว "สุราดี... ย่อมต้องดื่มกับสหายรู้ใจ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ก้องกังวานไปทั่วห้อง "แต่ก่อนจะดื่ม ข้ามีเรื่องสนุกๆ จะเล่าให้ทุกท่านฟังเสียหน่อย... นิทานเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับสุนัขที่ลืมว่าใครเป็นคนโยนกระดูกให้มันกิน" อคินหน้าถอดสีทันที รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง "ท่านศิลา... นี่ไม่ใช่เวลามาเล่าเรื่องตลกกระมังพ่ะย่ะค่ะ สุราจะหมดความอร่อยเสียเปล่าๆ" "ตลกหรือคะ?" ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงที่ฟังดูเย็นยะเยือกจนคนฟังต้องขนลุกซู่ "ข้าว่ามันน่าเศร้าเสียมากกว่านะคะ... เจ้าสุนัขตัวนั้น คิดว่ามันฉลาด หลอกใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือเพื่อปีนป่ายขึ้นสู่จุดสูงสุด โดยไม่รู้เลยว่า... ทุกย่างก้าวที่มันเดิน ล้วนแต่อยู่ในอุ้งมือของนายเหนือหัวที่มันคิดทรยศทั้งสิ้น" เพล้ง! จอกสุราในมือของขุนนางผู้หนึ่งทางด้านหลังหลุดร่วงตกลงกับพื้นแตกกระจาย สุราสีใสเจิ่งนองส่งกลิ่นฉุนจางๆ ออกมา อคินผุดลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก แม้ในใจจะพยายามสะกดกลั้นความตื่นตระหนกไว้เพียงใด แต่ดวงตาที่สั่นระริกก็ฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังหวาดกลัว "ท่าน... ท่านหมายความว่าอย่างไร!" อคินตวาดลั่น ลืมตัวเสียมารยาทในงานเลี้ยงหลวง ศิลายังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ไม่สะทกสะท้านต่อเสียงคำรามนั้นแม้แต่น้อย เขายกจอกสุราในมือขึ้นระดับสายตา หมุนวนจอกเบาๆ ให้ของเหลวข้างในกระฉอกออกมารดลงบนโต๊ะไม้ "ท่านแม่ทัพร้อนรนเกินไปแล้วนะคะ... ข้ายังไม่ได้เอ่ยชื่อใครเลย" ศิลาหันไปสบตาตรงๆ กับอคิน รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก "อีกอย่าง... สุราจอกนี้ ท่านแม่ทัพอุตส่าห์ให้คนปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อข้ามิใช่หรือคะ? จะให้ข้าปฏิเสธความหวังดีนี้ได้อย่างไรกัน" สิ้นคำพูดนั้น ศิลาก็เทสุราทั้งหมดลงบนพื้นหินอ่อนทันที! ซ่า... เสียงของเหลวสัมผัสพื้น ก่อนที่ควันสีดำจางๆ จะพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับเสียงกัดกร่อนของกรดพิษที่กัดกินพื้นหินจนเป็นรอยด่างดำอย่างน่ากลัว ท้องพระโรงแตกตื่นขึ้นมาในทันที เสียงอุทานด้วยความตกใจดังเซ็งแซ่ เหล่าทหารองครักษ์ชักดาบออกจากฝักเสียงดังเคร้ง ล้อมรอบตัวอคินและกลุ่มขุนนางผู้สมรู้ร่วมคิดไว้ทั้งหมดในพริบตา รินลดาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม พระเนตรมองลงมาด้วยความเหยียดหยาม อคินหน้าซีดเผือก ถอยหลังกรูดจนชนเข้ากับเสาหิน "เจ้า... เจ้าวางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้ว!" "วางแผนหรือคะ?" ศิลาลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงโปร่งก้าวเท้าเข้าไปหาอคินทีละก้าว เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดังก้องกังวานราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย "ข้าก็แค่... รอให้สุนัขจนตรอกวิ่งเข้ามาติดกับดักที่มันขุดไว้เองต่างหากล่ะคะ" อคินกัดฟันกรอด มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อสั่นเทา ควักมีดสั้นอาบยาพิษออกมาหมายจะพุ่งเข้าปลิดชีพศิลาเป็นครั้งสุดท้าย ทว่า... ยังไม่ทันที่คมมีดจะได้ขยับไปไหน ร่างขององครักษ์เงาคนหนึ่งก็พุ่งทะลุเงามืดเข้ามา กดร่างของอคินลงกับพื้นอย่างรวดเร็วจนไร้ทางสู้ คมดาบวาววับจ่ออยู่ที่ลำคอของแม่ทัพผู้ทะเยอทะยาน เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาเล็กน้อยตามแรงกด ศิลายืนโน้มตัวลงมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง "ท่านแพ้แล้วนะคะ, แม่ทัพอคิน" ศิลาเอ่ยกระซิบข้างหูของคนที่กำลังดิ้นรน "และคนที่รู้เรื่องชาติก่อนของข้า... ก็คงจะต้องลงไปถามยมบาลด้วยตัวเองแล้วล่ะค่ะ ว่าความลับนั้นมันมีค่าพอจะแลกกับชีวิตของท่านหรือไม่" อคินอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพรงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อได้ยินคำว่า "ชาติก่อน" หลุดออกมาจากปากของศิลา—เขารู้ได้อย่างไร? ทั้งๆ ที่เรื่องนี้เป็นความลับที่แม้แต่คนใกล้ชิดที่สุดก็ไม่ล่วงรู้! ก่อนที่อคินจะได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต ประตูบานใหญ่เบื้องหน้าก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดเกราะโลหิตที่ไม่มีใครคาดคิด... ศัตรูตัวฉกาจที่สุดที่ควรจะตายไปในสงครามชายแดนเมื่อสามปีก่อน กลับยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่ส่งตรงมายังศิลา! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%