“เจ้าไม่ได้ย้อนเวลามาคนเดียว... ศิลา”
คำพูดนั้นยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพ ราวกับเสียงกระซิบของปีศาจที่เกาะกินหัวใจ ทว่าในวินาทีนี้ ศิลาไม่มีเวลามาวิเคราะห์ความนัยที่แฝงมากับลมหายใจของร่างจำลองนั้น เพราะปลายดาบของแม่ทัพอคินกำลังจ่ออยู่ที่ลำคอของเขา ท่ามกลางซากปรักหักพังของหอคอยดาราที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า
“สีหน้าของเจ้าดูเปลี่ยนไปนะ” อคินแค่นยิ้ม ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวคู่นั้นหรี่ลง จ้องมองศิลาอย่างผู้ชนะ “กลัวหรือ? หรือว่าความทรงจำในชาติที่แล้วมันกำลังย้อนกลับมาเตือนเจ้าว่า... จุดจบของเจ้าคือตรงนี้?”
ศิลาไม่ได้ถอยหนี เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน ทอดสายตามองคมดาบที่อาบไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ เขาไม่ได้หวาดกลัวอคิน แต่เขากำลังกลัว 'เงา' ของตัวเองที่ร่างจำลองนั้นเอ่ยถึง
“ข้าไม่ได้กลัวความตาย อคิน” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล “ข้าแค่สมเพช... ที่เจ้ายังคงเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกชักใยโดยไม่รู้ตัวว่าใครเป็นคนถือสายสนกลใน”
“หุบปาก!”
อคินตวาดลั่น ก่อนจะตวัดดาบเข้าหาลำคอศิลาอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ดาบจะปะทะเนื้อ ศิลากลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างพลิ้วไหว มือข้างหนึ่งคว้าจับข้อมือของแม่ทัพหนุ่มไว้แน่น แรงปะทะนั้นสั่นสะเทือนไปถึงพื้นดินใต้ฝ่าเท้า
ทั้งสองประจันหน้ากันในระยะประชิด สายตาที่จ้องมองกันนั้นประหนึ่งคมดาบที่ไม่มีวันลดละ ศิลาสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่เข้มข้นกว่าชาติก่อนหลายเท่าตัว อคินในชาตินี้ไม่ได้มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
“เจ้าพัฒนาขึ้นนะ” อคินยิ้มเหี้ยม พยายามบิดข้อมือออก “แต่ความแค้นของข้า มันฝังรากลึกกว่าสิบปี... เจ้าไม่มีทางชนะคนที่พร้อมจะตายไปพร้อมกับเจ้าได้หรอก!”
“ความแค้นของเจ้าน่ะหรือ?” ศิลาสวนกลับ เสียงของเขาเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ “เจ้ามันก็แค่สุนัขรับใช้ที่ถูกป้อนความเกลียดชังใส่สมอง ถ้าเจ้าฉลาดพอจะมองผ่านเปลือกนอกไปบ้าง เจ้าจะรู้ว่าศัตรูที่แท้จริงไม่ได้ยืนอยู่ตรงข้ามเจ้า... แต่เป็นคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่เจ้ากำลังก้มหัวให้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน”
อคินชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เพียงชั่วพริบตา เขาก็ระเบิดพลังปราณออกมาจนเสื้อผ้าของศิลาปลิวไสวไปตามแรงลม “เจ้าพยายามจะปั่นหัวข้า! แผนตื้นๆ แบบนี้ข้าไม่หลงกลหรอก!”
การดวลดาบเริ่มขึ้นอย่างดุเดือด ทั้งสองแลกเปลี่ยนกระบวนท่าที่รวดเร็วและซับซ้อนจนผู้ที่เฝ้ามองจากมุมมืดอย่างองค์หญิงรินลดาต้องกำหมัดแน่น หัวใจของนางเต้นระรัวขณะเฝ้าดูศิลาที่กำลังพยายามหาจุดอ่อนของอคิน
รินลดารู้ดีว่าศิลากำลังเล่นกับไฟ เขาไม่เพียงแต่ต้องเอาชนะอคิน แต่เขายังต้องค้นหาว่า ‘ตัวเองในเส้นเวลาที่ล้มเหลว’ อยู่ที่ไหน... และหากเขาสังหารอคินได้สำเร็จ ทุกอย่างจะจบลงจริงหรือ? หรือมันคือการเข้าทางของศัตรูที่แท้จริงกันแน่?
“ศิลา! อย่าไปหลงกลมัน!” รินลดาตะโกนเตือน เมื่อเห็นอคินแกล้งเปิดช่องโหว่ทางด้านซ้าย
ศิลาไม่ได้ฟังคำเตือนนั้น แต่เขากลับถอยหลังหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณที่ผ่านการฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วน ดาบของอคินเฉียดใบหน้าเขาไปเพียงมิลลิเมตร ตัดเส้นผมของเขาจนขาดกระจุยไปหลายเส้น ศิลาไม่รอช้า เขาใช้จังหวะที่อคินเสียหลักจากการโจมตีที่รุนแรงเกินไป กระแทกฝ่ามือเข้าที่หน้าอกของอีกฝ่ายอย่างจัง
*ปึก!*
อคินกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เลือดสีแดงสดทะลักออกจากมุมปากของเขา ชายผู้เคยทะเยอทะยานและโหดเหี้ยมทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความเจ็บปวด ทว่าเขายังคงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ใช่... เอาเลยสิศิลา! ฆ่าข้า!” อคินตะโกน ดวงตาแดงก่ำ “ฆ่าข้าเหมือนที่เจ้าฆ่าทุกคนที่ขวางทางเจ้า! ให้ความแค้นมันกัดกินหัวใจเจ้าจนไม่เหลือความเป็นคน... เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของ 'ตัวเจ้า' ในเส้นเวลาที่ล้มเหลวที่เจ้าพยายามจะหนี!”
ศิลาชะงัก ดาบในมือสั่นไหวเล็กน้อย เขาเห็นภาพซ้อนทับ... ภาพที่เขาเองในชุดเกราะสีดำทมิฬ ยืนอยู่บนกองศพของเหล่าสหาย และรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวบนใบหน้านั้น... มันคือใบหน้าของเขาเอง!
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบข้างก็เปลี่ยนไป ความเงียบสงัดที่กดทับลงมาทำให้หัวใจของศิลาแทบหยุดเต้น เงาสีดำขนาดใหญ่เริ่มก่อตัวขึ้นจากมุมมืดของหอคอย มันไม่ใช่ศัตรูใหม่ แต่มันคือตัวตนที่เขากลัวที่สุด
บุคคลที่ก้าวออกมาจากเงานั้นมีใบหน้าเหมือนศิลาทุกประการ ทว่าแววตากลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความมืดมิดที่ลึกสุดหยั่ง มือของมันถือดาบเล่มเดียวกับที่ศิลาใช้ในชาติก่อน... และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า คือรอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้านั้น มันคือรอยยิ้มของคนที่ไม่เหลือความเมตตาใดๆ ให้กับโลกใบนี้อีกต่อไป
“ข้าเฝ้ารอเวลานี้มานาน... วันที่เจ้าจะอ่อนแอพอที่จะให้ข้าแทรกซึมเข้ามา” ร่างเงานั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เป็นจังหวะเดียวกับหัวใจของศิลา “ขอบใจนะที่พยายามแก้ไขอดีต แต่น่าเสียดาย... อดีตที่เจ้าพยายามสร้างขึ้น มันก็แค่จุดเริ่มต้นของนรกที่ข้ากำลังจะปกครอง”
ศิลาหันกลับมามองอคินที่จ้องมองร่างเงาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับ ‘ตัวเอง’ ในเวอร์ชันที่ล้มเหลวที่สุด ความจริงที่ว่าเขาอาจไม่มีทางเปลี่ยนอนาคตได้เลยกำลังถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของศิลามาถึงตอนนี้นะคะ!
บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 37
เผชิญหน้ากับศัตรูเก่า
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!