บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 33

คลื่นใต้น้ำ

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"ข้าไม่เคยบอกให้เจ้าบุกในคืนที่จันทร์เต็มดวง ศิลา... เพราะความใจร้อนนั่นแหละที่ทำให้อคินหัวเราะเยาะเจ้าอยู่ในเงามืด" เสียงกระซิบแหบพร่าดังก้องในโถงมืดมิดของหอจดหมายเหตุหลวง ศิลาชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวถอยหลัง เขาไม่ได้มองหน้าผู้ที่พูด แต่เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากมุมมืดนั่น องค์หญิงรินลดาที่ยืนอยู่ข้างกายเขาเผลอกำด้ามกระบี่จนข้อนิ้วขาวซีด นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "ท่านรู้เรื่องแผนของข้าดีเกินไปแล้วนะ... อัครเสนาบดี" ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าในดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก อคินที่ว่าเหี้ยมโหด ยังไม่น่ากลัวเท่าบุคคลที่กำลังก้าวเท้าออกมาจากเงามืดผู้นี้ เขาสวมชุดคลุมสีเทาหม่น ใบหน้าซีกหนึ่งถูกปิดบังด้วยหน้ากากเหล็กฉลุลายเถาวัลย์ที่ดูเหมือนรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันหายไป ชายผู้นี้คือ ‘อาจารย์’ ผู้สอนกลยุทธ์การสงครามให้อคิน และเป็นคนที่ศิลาไม่เคยพบในบันทึกประวัติศาสตร์ชาติก่อน "ข้าไม่ได้มาเพื่อฟังคำแก้ตัวจากเด็กน้อยผู้หลงระเริงในความแค้น" ชายหน้ากากเหล็กเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งแสงตะเกียงจากผนังเผยให้เห็นดวงตาสีอำพันที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง "เจ้าคิดว่าตัวเองฉลาดที่วางหมากปิดล้อมอคินไว้ที่ชายแดนงั้นหรือ? เปล่าเลย... อคินเป็นเพียงเบี้ยที่ข้าปล่อยให้มันเดินนำหน้า เพื่อดูว่าเจ้าจะกระโจนเข้าหาคมดาบของมันเมื่อไหร่" รินลดาแค่นยิ้ม ดวงตางดงามวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "การที่ท่านเผยตัวออกมาเช่นนี้ หมายความว่าแผนการของท่านกำลังจะพังทลายจนต้องลงมาเล่นเองสินะคะ?" ชายหน้ากากเหล็กหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าศิลา ระยะห่างไม่ถึงสามก้าว เขายื่นมือที่เหี่ยวย่นและสวมแหวนหยกสีดำสนิทออกมาแตะที่ไหล่ของศิลาเบาๆ แรงกดนั้นหนักหน่วงราวกับภูเขาที่ทับถมลงมา ศิลาพยายามเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อต้านทาน แต่เขากลับพบว่าร่างกายตัวเองสั่นเทาด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น "เจ้ากำลังล่าทรยศข้ามภพ... ศิลา" คำพูดนั้นทำเอาศิลาถึงกับชะงัก "เจ้าคิดว่าการที่เจ้า 'หวนคืน' กลับมาได้เพียงผู้เดียวบนโลกใบนี้ มันเป็นเรื่องบังเอิญอย่างนั้นหรือ? โลกใบนี้ไม่ได้ใจดีกับมดปลวกที่พยายามขัดขืนโชคชะตาหรอกนะ" ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจของศิลาที่เต้นรัวเป็นจังหวะที่ผิดปกติ นี่ไม่ใช่การข่มขู่ธรรมดา แต่มันคือการประกาศว่าศัตรูคนนี้ 'รู้' ความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา ศิลากระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทาย แม้เหงื่อกาฬจะไหลซึมตามไรผม "ถ้าท่านรู้ดีขนาดนั้น ทำไมไม่ลงมือสังหารข้าเสียตอนนี้เลยล่ะ? หรือว่าหมากตัวที่ท่านกำลังคุมอยู่... มันไม่ฟังคำสั่งของท่านอีกต่อไปแล้ว?" คำพูดของศิลาเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้าสู่จุดอ่อน แววตาของชายหน้ากากเหล็กไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนกลับเป็นความเย็นชาดั่งเดิม เขาลดมือลงพลางหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและน่าขนลุก "อคินมันเริ่มหิวกระหายอำนาจจนลืมคำสั่งข้า... แต่นั่นก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า" ชายหน้ากากเหล็กหันหลังเดินกลับเข้าสู่ความมืด "อีกสามวัน... อคินจะนำกองทัพบุกเข้าเมืองหลวงด้วยความเชื่อมั่นว่าเจ้าติดกับดักที่เขาวางไว้ แต่ที่จริงแล้ว เขาคือคนที่เดินเข้าสู่ความตายด้วยน้ำมือของข้า... และเจ้าเองก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้สังหารกบฏที่แท้จริง ท่ามกลางกองเพลิงที่ข้าเตรียมไว้ให้" เมื่อร่างนั้นหายลับไปในความมืด รินลดาจึงรีบเข้าประคองศิลาที่ทรุดตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือด "ศิลา... เขาเป็นใครกันแน่? แรงกดดันเมื่อครู่มันไม่ใช่พลังของคนธรรมดา" ศิลาเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก ดวงตาของเขายังคงจ้องมองไปในทิศทางที่ชายหน้ากากเหล็กจากไป "เขาไม่ใช่คน... รินลดา เขาคือจุดเชื่อมโยงที่ข้าพลาดไปในชาติก่อน เขาเป็นคนคอยบงการเบื้องหลังความพินาศของอาณาจักรนี้ทั้งหมด และดูเหมือนว่า... สิ่งที่ข้าพยายามแก้ไขมาตลอด จะเป็นเพียงทางผ่านที่เขาต้องการให้ข้าเดินมาถึงจุดนี้เท่านั้น" ศิลาหันมามองนาง สายตาของเขาเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความเด็ดเดี่ยว "เราต้องเปลี่ยนแผนทั้งหมด... คืนนี้ อย่าเพิ่งบุกชายแดน แต่จงส่งคนไปที่เรือนจำหลวง... ไปช่วย 'คนคนหนึ่ง' ออกมาให้เร็วที่สุด" "ใครกันคะ?" รินลดาถามด้วยความงุนงง "อดีตราชครูผู้ถูกเนรเทศ... เขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าหน้ากากเหล็กนั่นคือใคร และรู้วิธีการทำลายพลังของมัน" ทว่า ก่อนที่รินลดาจะทันได้ก้าวออกจากห้อง เสียงกริ่งระฆังฉุกเฉินจากยอดหอคอยหลวงก็ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง! ศิลาถลาไปที่หน้าต่างหน้าห้อง ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น กองทัพม้าเร็วที่สวมเกราะสีดำทมิฬของอคินกำลังบุกเข้าประตูเมืองหลวงก่อนกำหนด ทั้งที่มันควรจะใช้เวลาอีกสามวัน ศิลาคว้าดาบข้างกาย สัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่ลอยมากับสายลม ความผิดพลาดที่เขามองข้ามไปคือ อคินไม่ได้ถูกหนุนหลังเพียงคนเดียว แต่มันได้ทำข้อตกลงกับ 'ตัวตน' อีกอย่างที่น่ากลัวกว่าเดิม เงาดำที่พุ่งออกมาจากเงามืดของชายหน้ากากเหล็กเมื่อครู่ กลับกลายเป็นร่างแยกที่ยืนอยู่บนหลังม้าของอคิน พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ศิลาต้องตระหนักว่า... ในการเดินหมากครั้งนี้ เขาไม่ได้เป็นคนคุมเกมอีกต่อไปแล้ว แต่ศิลาจะยอมจบแค่นี้หรือ? ในเมื่อเขามี 'แต้มต่อ' อีกหนึ่งอย่างที่อคินไม่มีวันนึกถึง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการหักเหลี่ยมเฉือนคมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าที่จะเดือดยิ่งกว่าเดิมนะคะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%