"วางดาบลงเสียเถอะท่านแม่ทัพ เลือดที่เปื้อนมือท่านอยู่ตอนนี้... มันล้างไม่ออกหรอกนะคะ"
เสียงของศิลาดังแว่วผ่านความเงียบงันที่บีบคั้นอยู่ในท้องพระโรง เขายืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางเหล่าทหารรักษาการณ์ที่ต่างคนต่างถืออาวุธสั่นเทา อคินในชุดเกราะศึกที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือดและรอยเขม่าควันยืนหอบหายใจรุนแรง ปลายดาบคมกริบของเขาสั่นระริกขณะจ่อคอหอยของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน
"หุบปาก!" อคินคำราม ดวงตาแดงก่ำด้วยพิษความทะเยอทะยานที่ใกล้จะมอดไหม้ "เจ้ามันก็แค่ไอ้สวะที่โชคดีเกินไป ศิลา! คิดหรือว่าการที่เจ้าเดินเข้ามาตัวเปล่าแบบนี้ จะทำให้ข้าหวาดกลัว? บัลลังก์นี้เป็นของข้า... ข้าตระเตรียมทุกอย่างมาเพื่อวันนี้ วันที่พวกเจ้าทุกคนต้องคุกเข่าต่อหน้าข้า!"
องค์หญิงรินลดายืนอยู่เคียงข้างศิลา ใบหน้าของนางเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับฉายแววดูแคลนอย่างเปิดเผย นางค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาหนึ่งก้าว เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดังก้องกังวานราวกับเสียงเคาะโลงศพ
"แผนการที่ไร้รอยต่ออย่างนั้นหรือคะ?" รินลดาเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ "ท่านอคิน ท่านคงคิดว่าการปิดล้อมเมืองหลวงและการตัดเส้นทางเสบียงคือไม้ตายสุดท้ายแล้วใช่ไหม แต่ท่านลืมไปอย่างหนึ่ง... ความโง่เขลาของท่านเองต่างหากที่กำลังบีบให้ท่านเดินเข้าสู่หลุมศพที่ขุดไว้เอง"
ศิลายกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของอคินกระตุกวูบ มันไม่ใช่ยิ้มของการเยาะเย้ย แต่เป็นยิ้มของคนที่เห็นจุดจบของภาพยนตร์เรื่องนี้มาตั้งแต่นาทีแรก
"ท่านอคิน ท่านจำ 'ตราประทับลับ' ที่ท่านขโมยมาจากห้องทรงงานของเสด็จพ่อได้ใช่ไหมคะ?" ศิลาเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ ไม่สะทกสะท้านต่อคมดาบที่จ่ออยู่ "ท่านใช้มันออกคำสั่งเรียกกองกำลังจากหัวเมืองทิศใต้ เพื่อให้พวกเขาก่อกบฏตามท่าน ท่านคิดว่าตนเองฉลาดนักที่ทำได้แนบเนียน... แต่ท่านรู้ไหมว่าทำไมท่านถึงเรียกพวกเขามาได้ง่ายดายเหลือเกิน?"
อคินชะงัก สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวง เขาพยายามข่มอารมณ์ "เจ้า... เจ้าพยายามจะสื่ออะไร?"
"พวกเขาสวามิภักดิ์ต่อท่าน เพราะพวกเขาเชื่อว่าท่านมีคำสั่งที่แท้จริงจากเบื้องบน" ศิลาหยุดยืนห่างจากอคินเพียงสามก้าว "แต่สิ่งที่ท่านไม่เคยรู้คือ ตราประทับนั้น... เป็นของปลอมที่ข้าเป็นคนทำขึ้นเองตั้งแต่วันแรกที่ข้ากลับมา ท่านกำลังสั่งการกองทัพด้วยคำสั่งที่ข้าเขียนให้ท่านเล่นสนุกต่างหากล่ะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ อคินเบิกตากว้าง เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ มือที่จับดาบเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เขาหันไปมองทหารรอบกายที่เริ่มแสดงท่าทีลังเล พวกเขาไม่ได้มองมาที่อคินด้วยความภักดีอีกต่อไป แต่เป็นความหวาดกลัวต่อความผิดฐานกบฏที่อาจทำให้ตระกูลต้องถูกกวาดล้าง
"ไม่จริง..." อคินคำราม พยายามปลอบใจตัวเอง "ข้าตรวจสอบแล้ว! ข้าใช้คนของข้าเช็กทุกอย่าง! เจ้าโกหก!"
"คนของท่านงั้นหรือคะ?" รินลดาหัวเราะแผ่วเบา "ท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจ... ท่านคิดจริงๆ หรือว่าคนใกล้ตัวที่ท่านไว้ใจที่สุด จะซื่อสัตย์กับคนที่แม้แต่พี่น้องร่วมรบยังหักหลังได้?"
ศิลาขยับตัวเพียงเล็กน้อย สัญญาณมือที่ไม่มีใครทันสังเกตส่งออกไป ทันใดนั้น เสียงโห่ร้องจากภายนอกท้องพระโรงก็ดังก้องขึ้น ไม่ใช่เสียงของทหารกบฏ แต่เป็นเสียงของกองกำลังรักษาพระองค์ชุดที่อคินมั่นใจนักหนาว่า 'กำจัด' ไปหมดสิ้นแล้ว พวกเขากำลังบุกเข้ามาจากทุกทิศทาง ตัดขาดทางหนีทีไล่ของอคินจนหมดสิ้น
อคินหน้าถอดสี เขาหันรีหันขวาง พยายามจะลากตัวประกันเพื่อใช้เป็นโล่ แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเสียงหนึ่งดังก้องมาจากมุมมืดหลังบัลลังก์ เสียงปรบมือที่ฟังดูช้าๆ ทว่าทรงพลัง
"ทำได้ดีมาก ศิลา... สมกับที่ข้าเฝ้าดูมาตลอด"
ร่างของชายสูงวัยในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืด เขาคือ 'จ้าวกรมลับ' ผู้ซึ่งหายสาบสูญไปนานหลายปี และในมือของเขา ไม่ใช่ดาบ แต่เป็นม้วนคัมภีร์สีทองที่ทุกคนในอาณาจักรต่างเกรงขาม
"ท่าน... ท่านยังมีชีวิตอยู่?" อคินทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง
ศิลาหันไปมองจ้าวกรมลับด้วยสายตาที่ซับซ้อน ก่อนจะหันกลับมามองอคินที่บัดนี้ไร้ซึ่งอำนาจต่อรอง "ท่านแพ้แล้วอคิน ไม่ใช่เพราะข้าเก่งกว่าท่านหรอก... แต่เพราะความกระหายที่ท่านมี มันทำลายความเป็นมนุษย์จนไม่เหลือสติปัญญาพอจะมองเห็นว่า ใครกันแน่ที่เป็นหมากในเกมนี้"
ขณะที่อคินกำลังจะตัดสินใจกระทำบางอย่างที่สิ้นคิด กองทหารรักษาพระองค์ก็กรูเข้ามาล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง ทว่าในวินาทีที่คมดาบกำลังจะแตะที่ลำคอของอคิน ศิลากลับยกมือขึ้นห้าม พร้อมกับมองไปยังจ้าวกรมลับที่กำลังยิ้มเยาะ
ทว่าสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น จ้าวกรมลับไม่ได้หันดาบไปทางอคิน แต่กลับหันปลายดาบเข้าใส่รินลดาที่ยืนอยู่ข้างศิลา! "เจ้าลืมไปแล้วหรือศิลา ว่าผู้ที่กุมความลับของราชวงศ์ที่แท้จริง ไม่ใช่เจ้า... แต่เป็นข้า"
ศิลาชะงักกึก ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เมื่อรินลดาทรุดลงกับพื้นพร้อมกับอาการหน้าซีดเผือดราวกับถูกวางยาพิษที่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน
"จบสิ้นแล้ว... เกมของเจ้ามันก็แค่ภาพลวงตา" จ้าวกรมลับแสยะยิ้มก่อนจะเหวี่ยงม้วนคัมภีร์สีทองทิ้งลงพื้น "และตอนนี้... ราชวงศ์ที่เจ้าพยายามจะกอบกู้ ก็กำลังจะตายไปพร้อมกับความลับของข้า"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการหักเหลี่ยมเฉือนคมในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าที่จะทำให้ทุกท่านนั่งไม่ติดเก้าอี้แน่นอนค่ะ
บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 34
จุดแตกหัก
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!