บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 35

ค่ำคืนแห่งดาบและไฟ

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
“เจ้าคิดว่าคัมภีร์นั่นคือความลับสุดท้ายที่เจ้ามีหรือ อคิน?” น้ำเสียงของศิลาเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่เบื้องหลังม้วนคัมภีร์สีทองซึ่งถูกทิ้งลงพื้น ภายในห้องโถงลับใต้ดินที่ควรจะเงียบสงัด กลับเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและเขม่าควัน องค์หญิงรินลดาที่ยืนอยู่เคียงข้างเขาไม่ได้แสดงอาการหวั่นไหวแม้แต่น้อย นางเพียงแค่เลิกคิ้วเล็กน้อยพลางกวาดสายตามองม้วนคัมภีร์ที่ค่อยๆ ถูกเปลวไฟจากคบเพลิงที่ล้มลงมากัดกิน จ้าวกรมลับผู้กุมอำนาจมืดในเงามืดของราชวงศ์แสยะยิ้มจนเห็นคราบเลือดที่มุมปาก “คนตายไปแล้วไม่มีวันพูดได้ ศิลา... คัมภีร์นั้นคือรายชื่อผู้สนับสนุนกบฏทั้งหมด หากมันไหม้ไปพร้อมกับข้า เจ้าก็จะเป็นคนโง่เขลาที่พยายามงมเข็มในมหาสมุทรท่ามกลางเมืองหลวงที่กำลังลุกเป็นไฟเช่นนี้” ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เขาก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายหนึ่งก้าว ส้นเท้าบดขยี้พื้นศิลาจนเกิดเสียงกรีดร้องของหิน “เจ้าบอกว่าข้าไม่รู้อะไรเลยงั้นหรือ? งั้นข้าจะบอกอะไรให้... ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเก็บรายชื่อกบฏ ข้ามาที่นี่เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เจ้าถืออยู่ในมือนั้น... เป็นเพียงกระดาษเปล่าที่ข้าสับเปลี่ยนตั้งแต่อยู่ในเรือนจำเมื่อสามวันก่อน” ดวงตาของจ้าวกรมลับเบิกโพลง มือกำม้วนคัมภีร์แน่นจนสั่นสะท้าน เขาค่อยๆ คลี่มันออก และพบว่าอักขระสีทองที่เคยพร่างพรายกลับกลายเป็นเพียงรอยหมึกว่างเปล่า “บ้าจริง... เป็นไปไม่ได้!” “ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ หากเจ้าประเมินค่าของเวลาที่เสียไปต่ำเกินไป” ศิลาหันหลังให้ชายผู้นั้นโดยไม่สนใจจะสังหารทิ้ง “รินลดา... จัดการที่เหลือให้เรียบร้อย เมืองหลวงกำลังต้องการความวุ่นวายที่แท้จริง” องค์หญิงรินลดาสะบัดพัดในมือเบาๆ ทันใดนั้น เงาร่างของทหารองครักษ์นับสิบก็พุ่งตัวออกมาจากความมืดมิดของมุมห้อง พวกเขามิได้สังหารจ้าวกรมลับ แต่กลับพันธนาการเขาไว้ด้วยโซ่ตรวนที่ทำจากเหล็กกล้าพิเศษ ภายนอกห้องใต้ดิน เมืองหลวงตกอยู่ในสภาพโกลาหล เสียงกรีดร้องผสานกับเสียงโลหะปะทะกันดังก้องไปทั่วทุกทิศทาง ไฟที่ถูกจุดขึ้นที่โรงเก็บเสบียงไม่ได้เป็นเพียงอุบัติเหตุ แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ศิลาวางแผนไว้ล่วงหน้า เพื่อบีบให้กองกำลังของแม่ทัพอคินต้องแยกย้ายไปตามจุดต่างๆ ตามความหวาดระแวงของตนเอง ในขณะที่แม่ทัพอคินกำลังนำทัพม้าบุกฝ่ากำแพงเมืองด้านทิศตะวันตกด้วยความเดือดดาล เขามั่นใจว่าศิลาต้องซ่อนตัวอยู่ในวังหลวง แต่เมื่อเขาควบม้าเข้ามาถึงลานกว้างหน้าพระที่นั่ง สิ่งที่รอเขาอยู่กลับไม่ใช่กองทัพของศิลา แต่เป็นความเงียบงันที่น่าขนลุก “ท่านแม่ทัพ... ดูเหมือนเราจะมาผิดที่เสียแล้ว” เสียงของนายกองคนสนิทสั่นเครือ อคินชักกระบี่ออกมาหมายจะฟาดฟันความกดดันที่บีบคั้นหัวใจ “ปิดล้อมมันไว้! ใครที่ขวางหน้า ให้ฆ่าให้หมด!” ทว่า ทันทีที่คำสั่งหลุดออกจากปาก ธนูนับพันดอกก็พุ่งลงมาจากระเบียงพระราชวัง ดั่งห่าฝนที่ไร้ความปราณี อคินกวาดกระบี่รับมืออย่างคล่องแคล่ว ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาหยุดชะงักไม่ใช่ความตายของทหารใต้บังคับบัญชา แต่เป็นร่างหนึ่งที่ยืนสงบนิ่งอยู่บนจุดสูงสุดของหอคอยสื่อสาร นั่นคือศิลา... เขายืนมองลงมาด้วยสายตาของคนที่รู้บทสรุปของนิยายเรื่องนี้ดีกว่าใคร “เจ้าวางกับดักข้าทุกย่างก้าว!” อคินตะโกนก้อง เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความแค้น “เจ้ามันปีศาจ ศิลา! เจ้าไม่ใช่คน!” ศิลายกมือขึ้นเล็กน้อย สัญญาณนั้นทำให้ทหารองครักษ์ของราชวงศ์หยุดการโจมตีลงชั่วขณะ ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ศิลาเดินลงจากหอคอยอย่างใจเย็นราวกับเดินเล่นในสวนดอกไม้ เขาหยุดยืนอยู่หน้าแม่ทัพที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและเหงื่อ “ข้าไม่ใช่ปีศาจ อคิน ข้าก็แค่คนตายที่ได้รับโอกาสให้กลับมาแก้ไขความผิดพลาดของตัวเอง... และในชาตินี้ สิ่งที่ข้าทำได้ดีที่สุด คือการทำให้เจ้าได้รับรสชาติของการสูญเสียทุกสิ่งไปในค่ำคืนเดียว” ศิลาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูแม่ทัพที่กำลังโกรธจัด “รู้ไหมว่าทำไมกองทัพของเจ้าถึงยอมตามมาที่นี่? เพราะข้าปล่อยข่าวว่าเจ้าคือผู้ที่ลอบวางเพลิงวังหลวง... ในตอนนี้ ไม่มีใครในแผ่นดินนี้อยากยืนเคียงข้างคนทรยศอย่างเจ้าอีกแล้ว” อคินชะงักงัน หัวใจของเขาร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่ม ความพ่ายแพ้ไม่ได้มาจากกระบี่ แต่มันมาจากกลอุบายที่ไร้ซึ่งช่องโหว่ ในจังหวะนั้นเอง ประตูวังหลวงเปิดออกพร้อมกับเสียงเกือกม้าที่ดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของขุนนางชั้นผู้ใหญ่หลายสิบคนก้าวออกมาพร้อมกับตราประทับแห่งราชวงศ์ที่อยู่ในมือขององค์หญิงรินลดา “แม่ทัพอคิน... เจ้าถูกปลดจากตำแหน่งและถูกหมายหัวว่าเป็นกบฏแผ่นดิน” เสียงของรินลดาดังกังวานทรงอำนาจ อคินเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่แตกสลาย ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะยอมแพ้ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาดำร่างหนึ่งที่ยืนอยู่หลังเสาต้นใหญ่ในเงามืด... เงาร่างที่ศิลาเองก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นในเวลานี้ คนผู้นั้นค่อยๆ ก้าวออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่ศิลาจำได้แม่นยำยิ่งกว่าใคร... ใบหน้าที่ควรจะตายไปพร้อมกับความลับของราชวงศ์เมื่อสิบปีก่อน ศิลานิ่งงัน มือที่กุมกระบี่สั่นเล็กน้อย นี่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของแผนการที่เขาวางไว้... ศัตรูที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในคุกหรือในสนามรบ แต่มันกำลังยืนรอคอยเขาอยู่ในเงามืดของความจริงที่เขายังมองไม่เห็น! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและวางแผนไปพร้อมกับข้าในทุกวินาทีที่แสนระทึกนะคะ เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%