คมดาบที่พาดผ่านลำคอของแม่ทัพชุดเกราะสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตาย แต่มันสั่นด้วยความหวาดหวั่นต่อ "วิญญาณ" ที่เขานึกว่าได้จัดการไปแล้วในชาติภพก่อน
“ข้าถาม... ว่าเหตุใดเจ้าถึงกล้าเรียกชื่อนั้นออกมา” อคินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตาของเขาดุจสัตว์ร้ายที่กำลังจับจ้องเหยื่อ แสงไฟจากคบเพลิงในห้องโถงลับสั่นไหววูบวาบตามจังหวะลมที่พัดผ่านรอยร้าวของกำแพงหิน
ศิลาไม่ได้ถอยหนี เขายืนนิ่งดุจรูปปั้นหินที่ไร้ความรู้สึก แววตาของเขาว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง มือที่ถือหน้ากากสีเงินเปื้อนเลือดนั้นดูไร้น้ำหนัก ทว่าในจังหวะที่แม่ทัพอคินก้าวเข้ามาใกล้เพียงหนึ่งช่วงแขน ศิลาก็ขยับริมฝีปากเบาบางคล้ายจะยิ้ม แต่ไม่ใช่ยิ้มของคนสนิท หากแต่เป็นรอยยิ้มของผู้พิพากษา
“ท่านแม่ทัพอคิน... ท่านกำลังกลัวอะไรอยู่หรือคะ?” เสียงของศิลาทุ้มต่ำ กังวาน และราบเรียบจนน่าขนลุก “หรือว่าความตายของเสด็จพ่อเมื่อสิบปีก่อน ยังคงตามหลอกหลอนท่านในทุกค่ำคืนจนต้องผวาเมื่อเห็นหน้ากากใบนี้?”
อคินชะงักกึก ความสงสัยที่เคยสุมอยู่ในใจนับแต่ศิลาเปลี่ยนไปราวกับคนละคนปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง เขาสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ศิลาไม่เคยมี... วิธีการยืนที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ การจับดาบที่ดูชำนาญราวกับผ่านการฆ่าฟันมานับครั้งไม่ถ้วน และโดยเฉพาะ "แววตา" ที่มองทะลุถึงก้นบึ้งของจิตใจเขา
“เจ้าไม่ใช่ศิลาที่ข้ารู้จัก” อคินลดดาบลงเล็กน้อย แต่กระชับด้ามแน่นขึ้น “ศิลาที่ข้าคอยปกป้อง... มันขลาดเขลา มันอ่อนแอ แต่มันไม่มีทางมองข้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังเช่นนี้ เจ้าเป็นใครกันแน่?”
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและขมขื่น “คนเราย่อมเปลี่ยนไปเมื่อผ่านความตายมาสักครั้ง ท่านแม่ทัพ... ท่านก็น่าจะรู้ดีที่สุดมิใช่หรือว่า ‘นรก’ ที่ท่านส่งคนไปเยือนนั้น มันขัดเกลาจิตใจมนุษย์ให้แข็งแกร่งได้เพียงใด”
รินลดาที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ในเงามืดของเสาหินแทบจะกลั้นหายใจ เธอรู้ดีว่านี่คือวินาทีที่เสี่ยงที่สุด ศิลาเข้าใกล้การเผยตัวตนเกินไป หากอคินจับพิรุธได้มากกว่านี้ แผนการทั้งหมดที่วางไว้ในสิบสี่ตอนที่ผ่านมาจะพังทลายลงในพริบตา เธอจึงตัดสินใจก้าวออกมาจากเงามืดพร้อมจดหมายตราประทับลับ
“ท่านแม่ทัพอคินคะ” รินลดาเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด “ท่านคงไม่ได้กำลังลืมหน้าที่ของตนเองไปเพราะความหวาดระแวงไร้สาระหรอกนะคะ? องค์จักรพรรดิรับสั่งให้ท่านมาที่นี่เพื่อจัดการกับพวกกบฏ ไม่ใช่มาสอบสวนคนของข้า”
อคินหันไปมองรินลดา ดวงตาของเขาหรี่ลง สายตาที่ส่งมาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “องค์หญิงรินลดา... ดูเหมือนพระองค์จะทรงให้ท้ายคนผู้นี้มากเกินไป ท่านไม่สงสัยบ้างหรือว่าเหตุใดลูกน้องของท่านถึงได้ล่วงรู้ความลับของราชวงศ์มากเกินไปเช่นนี้?”
“ความลับหรือคะ?” ศิลาเอ่ยสวนทันควัน ก่อนจะก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับอคิน ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว “ความลับที่ท่านซ่อนไว้ในกล่องไม้ประดู่ที่ห้องทำงานส่วนตัวน่ะหรือ? หรือความลับเรื่องสัญญาซื้อขายอาวุธเถื่อนกับแคว้นทางเหนือที่ท่านพยายามปิดตายมันมานานนับปี?”
สีหน้าของอคินถอดสีจนแทบจะกลายเป็นสีเผือดขาว เขาชะงักกึก มือที่กุมด้ามดาบสั่นเทาเล็กน้อย ความลับระดับคอขาดบาดตายที่เขาเก็บไว้เป็นอย่างดี กลับถูกคนตรงหน้าพ่นออกมาอย่างง่ายดายราวกับมันเป็นเพียงบทสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ
อคินเริ่มตระหนักแล้วว่า ศิลาในวันนี้ไม่ใช่แค่เด็กหนุ่มที่เขาเคยเหยียบย่ำ แต่เป็นภัยคุกคามที่มีอำนาจทำลายล้างที่เขายังประเมินค่าไม่ได้ เขาจ้องมองศิลาด้วยความอาฆาตก่อนจะแค่นหัวเราะ
“ดูท่าข้าจะต้อง ‘จัดการ’ เรื่องที่ค้างคาให้จบในคืนนี้เสียแล้วสินะ” อคินขยับมือเป็นสัญญาณลับให้แม่ทัพชุดเกราะข้างกายเตรียมพร้อม “ไม่ว่าเจ้าจะเป็นปีศาจจากภพไหนที่สิงอยู่ในร่างนี้ ข้าจะส่งเจ้ากลับลงหลุมไปพร้อมกับหน้ากากนั่นเอง!”
ทว่าในวินาทีที่แม่ทัพชุดเกราะกำลังจะชักดาบออก ศิลากลับยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองกำลังไม่ทราบฝ่ายนับร้อยก็ดังขึ้นล้อมรอบห้องโถงนี้ไว้แน่นหนา พร้อมกับเสียงดาบที่ถูกชักออกจากฝักพร้อมกันจนเกิดเสียงดังก้องไปทั่ว
“ท่านแม่ทัพคะ” ศิลาขยับเข้าไปกระซิบข้างหูของอคินที่ยืนแข็งค้าง “พายุที่ท่านก่อขึ้น... วันนี้มันจะหวนกลับมาพัดพาเอาทุกอย่างที่ท่านรักไปให้ราบเป็นหน้ากลอง และข้า... จะเป็นคนยืนดูท่านล่มสลายด้วยตาของตัวเอง”
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดถึงขีดสุด อคินตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาพุ่งเข้าใส่ศิลาด้วยความเร็วสูงสุดหวังจะปลิดชีพอีกฝ่ายก่อนที่กำลังเสริมจะถึงตัว แต่แล้วร่างของเขากลับชะงักกึกกลางอากาศ เมื่อปลายธนูสีดำนับสิบจ่อเข้าที่จุดตายของเขาทุกทิศทางจากเงามืดด้านบน
และบุคคลที่ก้าวออกมาจากเงามืดนั้น คือเงาที่อคินไม่มีวันลืม... เงาของคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่สงครามคราวนั้น!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายเลือดนี้ไปกับเงียบแต่ฟาดเรียบนะคะ
บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 15
พายุเริ่มก่อตัว
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!