“หากท่านคิดว่าคมดาบที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อจะรวดเร็วกว่ากลลวงของข้า ท่านคงประเมินค่าของชีวิตตัวเองต่ำไปหน่อยนะ ท่านนักฆ่า”
เสียงเรียบเรื่อยที่แฝงไปด้วยไอเย็นยะเยือกของศิลา ทำให้ร่างในชุดสีดำสนิทที่กำลังจะพุ่งตัวออกจากเงามืดชะงักกึก ปลายดาบที่วาววับของนักฆ่าสั่นระริกอยู่เพียงคืบจากลำคอของศิลาที่นั่งจิบชาอยู่กลางศาลาเรือนรับรอง ภายในเรือนเงียบสนิท ไร้ซึ่งเสียงแมลงหรือลมพัด มีเพียงกลิ่นกำยานหอมจางๆ ที่อบอวลจนน่าประหลาด
“เจ้ารู้...” น้ำเสียงแหบพร่าของนักฆ่าลอดออกมาจากใต้ผ้าคลุมหน้า
ศิลาไม่แม้แต่จะปรายตาไปมอง เขาค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนจานรอง เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นเปรียบเสมือนเสียงระฆังมรณะในความรู้สึกของผู้มาเยือน “อคินส่งเจ้ามาเพื่อทวงคืนความล้มเหลวในคราวที่แล้วสินะ แต่น่าเสียดายที่เขามักจะส่ง ‘เบี้ย’ ที่ไร้ค่ามาให้ข้าเชือดเล่นเสมอ”
ศิลาลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่าองอาจและสงบนิ่งผิดกับสถานการณ์เบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตาย เขาไม่ได้จับอาวุธ แต่เป็นองค์หญิงรินลดาที่ก้าวออกมาจากหลังม่านฉากไม้แกะสลัก ดวงตาคมกริบของนางจับจ้องที่คอของนักฆ่าราวกับเห็นจุดตายอยู่ตรงนั้น
“เจ้าคิดว่าที่นี่คือจวนแม่ทัพหรือไง?” รินลดากล่าวพลางยกยิ้มที่มุมปาก “ทางเดินทุกย่างก้าวที่เจ้าผ่านเข้ามา ข้าเปลี่ยนค่ายกลใหม่หมดแล้ว ทั้งยาพิษที่เคลือบไว้ที่ราวกั้น หรือแม้แต่กลไกหน้าไม้ที่ซ่อนอยู่ใต้แผ่นหิน... เจ้าไม่ได้เดินเข้ามาเพื่อสังหารศิลา แต่เจ้าเดินเข้ามาเพื่อเป็น ‘เหยื่อ’ ในกับดักที่ข้าขุดไว้รอต่างหาก”
นักฆ่าพยายามจะถอยหลัง แต่ทว่าแผ่นหินใต้เท้ากลับยุบตัวลง เสียงกลไกเฟืองเหล็กขบกันดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ลูกธนูนับสิบจะพุ่งทะลุออกมาจากผนังและเพดานพุ่งตรงเข้าหาเป้าหมายเดียวอย่างแม่นยำ
นักฆ่าเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณ แต่ทว่าเขากลับพบว่าร่างกายตนเองเริ่มไร้ความรู้สึก ขาที่เคยรวดเร็วดั่งสายลมกลับอ่อนแรงจนล้มพับลงกับพื้น
“พิษในน้ำชาที่เจ้าเผลอสูดดมเข้าไปเมื่อครู่... ออกฤทธิ์ได้รวดเร็วทันใจดีใช่ไหมคะ?” ศิลาเดินเข้าไปใกล้ กระซิบข้างหูชายผู้โชคร้ายด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นแต่ทำเอาคนฟังขนลุกชัน “ฝากบอกท่านแม่ทัพอคินด้วยนะ ว่าการลอบสังหารของเขาในครั้งนี้ช่างน่าผิดหวัง... คราวหน้า รบกวนช่วยส่งคนที่ฉลาดกว่านี้มาหน่อย ข้าเริ่มเบื่อที่จะต้องมาเก็บกวาดขยะพวกนี้เต็มทน”
ศิลาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ลูกน้องที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็ปรากฏกายขึ้น ลากร่างนักฆ่าผู้พ่ายแพ้ออกไปจากศาลาอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือดที่เริ่มจางหายไปกับสายลม
“เขาจะระแวงขึ้นไหม?” รินลดาถามพลางทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก นางจ้องมองศิลาที่กำลังรินน้ำชาถ้วยใหม่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อคินไม่รู้จักคำว่าระแวงหรอกค่ะ เขาจะคิดว่านักฆ่าคนนี้พลาดเอง และนั่นคือความโง่เขลาที่ข้าจะใช้เป็นบันไดเหยียบเขาให้จมดิน” ศิลาตอบพลางส่งถ้วยชาให้นาง “เขาจะเริ่มส่งคนที่แข็งแกร่งกว่าเดิมมา และนั่นแหละคือจังหวะที่เราจะ ‘ดึง’ คนที่เขารักและเทิดทูนที่สุดเข้าสู่สมรภูมิเดียวกัน”
รินลดารับชาไปจิบ รอยยิ้มของนางดูร้ายกาจไม่แพ้กัน “หมายความว่าเจ้าจะเล่นงานจุดอ่อนที่สุดของเขาอย่างนั้นหรือ?”
“เปล่าหรอกค่ะ” ศิลาหยุดชะงัก สายตาที่ทอดยาวไปยังท้องฟ้ามืดมิดเบื้องหน้าดูว่างเปล่าและลึกซึ้ง “ข้าจะทำให้เขาสูญเสียทุกอย่างที่เขาเคยแย่งชิงไปจากข้า... ทั้งชื่อเสียง อำนาจ และสุดท้ายคือหัวใจที่เขายึดมั่นนักหนา”
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนาถึงแผนการถัดไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก องครักษ์คนสนิทของศิลาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับจดหมายประทับตราลับที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“ท่านศิลาขอรับ! มีคนฝากจดหมายนี้มาให้ท่าน... เขาบอกว่าหากท่านไม่เปิดอ่านตอนนี้ ท่านจะเสียใจไปตลอดชีวิต” องครักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ศิลาหยิบจดหมายขึ้นมา มือของเขาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นลายมือบนซองจดหมายนั้น หัวใจของเขาที่เคยสงบนิ่งกลับเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ มันเป็นลายมือของคนที่ตายไปแล้ว... คนที่เขาเคยให้คำมั่นว่าจะปกป้องด้วยชีวิตในชาติก่อน
เขากรีดซองจดหมายออกอย่างใจเย็น แม้ในใจจะพายุโหมกระหน่ำ และเมื่อกวาดสายตาผ่านเนื้อความในกระดาษแผ่นนั้น ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงทันที รินลดาที่สังเกตเห็นอาการนั้นรีบลุกขึ้นมายืนข้างๆ
“ศิลา... เกิดอะไรขึ้น?”
ศิลาหันมามองนาง แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธแค้นเหมือนที่ผ่านมา แต่มันคือความสับสนระคนตกใจ “คนส่งจดหมายนี่... ไม่ใช่อคิน แต่มันคือคนที่ข้าเคยสาบานว่าจะ ‘สังหาร’ ด้วยมือของข้าเองในภพชาติที่แล้ว... และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือในจดหมายบอกว่า... อคินไม่ได้เป็นคนสั่งการลอบสังหารในวันนี้ แต่เป็น ‘คนใน’ ที่อยู่ในจวนของเราเอง!”
จังหวะที่ศิลาหันไปมองเงาของใครบางคนที่ยืนแอบฟังอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ความจริงที่ถูกปิดบังก็เริ่มเผยโฉมออกมาพร้อมกับคมดาบที่พุ่งเข้าใส่รินลดาโดยที่ไม่มีใครตั้งตัว!
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นและพร้อมเผชิญหน้ากับความลับที่กำลังจะเปิดเผยในตอนหน้านะคะ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการหวนคืนบัลลังก์เลือดในครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ
บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 16
การลอบสังหารที่ล้มเหลว
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!