บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 4

เปลี่ยนมิตรเป็นศัตรู

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษสาและหมึกจีนราคาถูก คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับของห้องพักนายทหารชั้นผู้น้อยในค่ายหลวง ศิลากวาดสายตามองกระดาษแผ่นบางในมือ ภายในนั้นบรรจุตัวอักษรที่ถูกคัดด้วยลายมือหวัดๆ ตั้งใจให้เหมือนคนไร้การศึกษา ทว่าเนื้อความข้างในกลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า ข้อความกล่าวหาว่าแม่ทัพอคินแอบลักลอบขายเสบียงหลวงให้แก่กองกำลังนอกด่าน เพื่อแลกกับม้าศึกสายพันธุ์ดีและเครื่องประดับทองคำ “ท่านวางหมากตาเดียว แต่สะเทือนไปถึงหกหัวเมืองเลยนะคะ ฝ่าบาท” ศิลาเอ่ยขึ้นเบาๆ เสียงของเขาเรียบสนิท แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายความขบขันระคนชื่นชม องค์หญิงรินลดาที่ประทับอยู่หลังฉากกั้นไม้แกะสลัก ยกจานกระเบื้องเคลือบขึ้นจิบชาช้าๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมพระโอษฐ์ ยามเมื่อทอดพระเนตรผ่านรอยแยกของฉากกั้นมายังชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของแผ่นดินไว้ครึ่งหนึ่ง “เราไม่ได้วางหมากเพื่อชนะศึกในวันนี้ แต่เรากำลังถอนรากถอนโคนต้นไม้ที่ฝังรากลึกมานานต่างหากล่ะ ศิลา” สุ้มเสียงหวานกังวานทว่าเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งในยามวิกาลเอ่ยตอบ “ในเมื่ออคินใช้ความภักดีบังหน้าเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ เราก็แค่ดึงหน้ากากผืนนั้นออกท่ามกลางสายตาคนนับหมื่น… เจ้าคิดว่าข่าวลือชิ้นนี้ จะใช้เวลาเดินจากโรงครัวทหารไปถึงตำหนักแม่ทัพนานเท่าไหร่กัน?” “ไม่เกินยามชุกชีค่ะ” ศิลาตอบโดยไม่ต้องคิด “เพราะข้าพเจ้าเป็นคนจ้างให้พลทหารปากสว่างสามคน เอาไปพูดเปรยๆ ระหว่างตั้งวงสุราหลังเลิกเวร ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ยิ่งปิดก็เหมือนยิ่งเปิดเผย ในค่ายทหารที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและความกดดัน ข่าวฉาวคืออาหารอันโอชะที่สุด” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงฟืนในเตาผิงที่ปะทุขึ้นเบาๆ ในชาติภพก่อน ศิลาต้องตายอย่างอนาถด้วยน้ำมือของอคิน ถูกยัดข้อหาว่าเป็นกบฏและถูกประหารโดยไม่มีโอกาสได้แก้ต่าง ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศหักหลังยังคงฝังรากลึกอยู่ในกระดูกดำ ทว่าในชาตินี้… เขากลับเป็นผู้ถือมีด และอคินกำลังเดินเข้ามาหาคมมีดนั้นด้วยความทะนงตน “พรุ่งนี้เช้า เจ้าต้องนำจดหมายฉบับที่สองไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของรองแม่ทัพจ้าว” รินลดาตรัสต่อ น้ำเสียงจริงจังขึ้น “จ้าวกับอคินเกลียดขี้หน้ากันมานาน แต่จำต้องร่วมมือกันเพราะผลประโยชน์ หากจ้าวเห็นหลักฐานนี้ เขาจะลังเล และความลังเลใจของสุนัขที่กำลังหิวโซ… ย่อมอันตรายที่สุด” “หาใช่แค่ลังเลหรอกค่ะ” ศิษยาสายวางแผนแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม “รองแม่ทัพจ้าวเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงแต่ขี้ขลาด เขาไม่กล้าหักหลังอคินตรงๆ หรอกค่ะ แต่ถ้าเขามั่นใจว่าอคินกำลังจะลอยแพเขาเพื่อเอาตัวรอดคนเดียว… จ้าวจะเป็นคนแรกที่แทงข้างหลังอคินโดยที่เราไม่ต้องออกแรงสักแอะเดียว” แผนการนี้ไม่ใช่แค่การทำลายความน่าเชื่อถือ แต่มันคือการ "สร้างความหวาดระแวง" ให้เกิดขึ้นในหมู่พันธมิตรของศัตรู มิตรภาพที่สร้างขึ้นบนผลประโยชน์ ย่อมพังทลายลงได้ด้วยผลประโยชน์ที่มากกว่า หรือแม้แต่ความหวาดกลัวว่าจะถูกหักหลังก่อน ชั่วพริบตาเดียว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก ปลายรองเท้าบูทหนังทหารย่ำเหยียบลงบนพื้นดินเปียกชื้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงทุบด้วยกำปั้นอย่างไร้ความเกรงใจ “ใครวะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” เสียงตะคอกหยาบโลนของนายกองยามเฝ้าประตูดังลอดเข้ามา ศิลาเก็บจดหมายในมือซ่อนไว้ในอกเสื้ออย่างแนบเนียน ใบหน้าปรับเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกแกมหงุดหงิดในเสี้ยววินาที ราวกับบัณฑิตตกยากที่ถูกรบกวนเวลาพักผ่อน เขาเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทางงุ่มง่าม แสงคบเพลิงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาปะทะใบหน้า นายกองหน้าเลือดลูกน้องคนสนิทของอคินยืนจังก้าอยู่หน้าประตูกรอบไม้ผุๆ สายตาดุดันกวาดมองเข้าไปในห้องพักแคบๆ สำรวจทุกซอกทุกมุมด้วยความสงสัย “พวกเจ้าทำเสียงดังอะไรกันดึกดื่น? ข้าได้ยินเสียงคนคุยกันในห้องนี้!” นายกองผู้นั้นถามเสียงแข็ง ตาหรี่ลงจ้องมองศิลาอย่างจับผิด “เรียนท่านนายกอง ข้าพเจ้าเป็นเพียงบัณฑิตผู้ยากไร้กำลังอ่านตำราสอบจอหงวน จะมีผู้ใดมาหาในยามวิกาลเช่นนี้ได้เล่าขอรับ” ศิลาแสร้งทำเป็นตัวสั่นด้วยความกลัว น้ำเสียงสั่นเครือจนน่าเวทนา “หากรบกวนท่าน… ข้าพเจ้าต้องขออภัยด้วยจริงๆ ขอรับ” นายกองขมวดคิ้วแน่น กลิ่นอายความระแวงยังไม่จางหาย เขาผลักอกศิลาจนเซถอยหลัง แล้วก้าวเท้าเข้ามาในห้อง กวาดสายตามองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า มีเพียงโต๊ะไม้เก่าๆ และเตียงนอนกระด้าง ทว่า… สายตาคมกริบของนายกองกลับเหลือบไปเห็นกระดาษสาแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใต้โต๊ะ—มันคือเศษกระดาษร่างจดหมายฉบับแรกที่ศิลาจงใจทิ้งไว้! นายกองก้มลงหยิบมันขึ้นมา หัวใจของศิลาเต้นไม่เป็นจังหวะ ทว่าสีหน้ายังคงนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้พิรุธใดๆ เมื่อนายกองกวาดสายตาอ่านข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น ดวงตาก็เบิกโพลงด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำเพราะฤทธิ์สุรากลับซีดเผือดลงในทันที มือที่ถือกระดาษสั่นเทาเล็กน้อย “นี่มัน… เรื่องบ้าอะไรกัน…” นายกองพึมพำกับตัวเองเสียงสั่น ทว่า ก่อนที่นายกองผู้นั้นจะได้ส่งเสียงเรียกกำลังเสริมหรือเอ่ยถามอะไรออกมา ร่างเงาดำสายหนึ่งก็พุ่งวาบมาจากมุมมืดหลังฉากกั้น ประหนึ่งพยัคฆ์ซุ่มตะครุบเหยื่อ มือเรียวบางแต่ทรงพลังขององค์หญิงรินลดาคว้าหมับเข้าที่ลำคอของนายกองผู้นั้นอย่างแม่นยำและรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ *กรอบ!* เสียงกระดูกลำคอหักดังขึ้นแผ่วเบาในความเงียบ นายกองผู้โชคร้ายเบิกต้าง ค้างเติ่งอยู่ในท่าตกใจ ก่อนที่ร่างไร้ลมหายใจจะทรุดฮวบลงแทบเท้าของศิลา โดยไม่มีโอกาสได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิตแม้แต่ครึ่งคำ ศิลาก้มมองศพที่นอนแน่นิ่งอยู่แทบเท้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับองค์หญิงรินลดาที่ยืนอยู่หลังร่างนั้น แสงไฟจากคบเพลิงด้านนอกสาดส่องกระทบพระพักตร์งดงามที่เปื้อนรอยยิ้มเย็นเยียบ “ดูท่าทาง… ข่าวลือชิ้นนี้ จะต้องถูกแพร่เร็วกว่าที่คิดเสียแล้วกระมังเพคะ” องค์หญิงตรัสกระซิบ น้ำเสียงราบเรียบราวกับเมื่อครู่นี้พระนางไม่ได้เพิ่งปลิดชีพอมนุษย์คนหนึ่งลงด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง ศิลาโน้มตัวลงหยดเลือดที่เปื้อนพื้นออกด้วยผ้าเช็ดหน้า ก่อนจะยิ้มรับคำ “พระองค์ทรงปรีชาญาณยิ่งนัก… ในเมื่อสุนัขตัวแรกตายเพราะรู้มาก พรุ่งนี้เช้า รองแม่ทัพจ้าวคงจะยินดีต้อนรับ ‘ข่าวการตาย’ ของนายกองคนนี้ ยิ่งกว่าจดหมายรักเสียอีกพ่ะย่ะค่ะ” ทั้งสองสบตากันด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง หมากตานี้ไม่ได้แค่สร้างความร้าวฉาน แต่มันกำลังจะกลายเป็นชนวนระเบิดครั้งใหญ่ที่จะแผดเผาค่ายทหารของอคินให้เป็นจุลจากภายใน ทว่า ในวินาทีที่ศิลากำลังจะเอ่ยปากวางแผนขั้นต่อไป เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงเกือกม้าจำนวนมากก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากนอกค่าย พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบลงทันที *“แม่ทัพอคินเสด็จ! ค้นทุกกระโจม! จับตัวคนร้ายที่ส่งข่าวลับให้ได้ทันที!”* ศิลากวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพอคินก้าวลงจากหลังม้าสีดำสนิท พร้อมกับทหารองครักษ์นับร้อยชีวิตที่ปิดล้อมเรือนพักของพวกเขาไว้จนมุม… และที่ร้ายที่สุดในมือของอคิน มีกระดาษจดหมายลับฉบับที่สองที่ควรจะอยู่บนโต๊ะของรองแม่ทัพจ้าว! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในแผนล้างแค้นที่เข้มข้นและสะใจนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%