ตราประทับสีแดงฉานบนแผ่นกระดาษคำสั่งพักราชการยังคงสะท้อนอยู่ในเรตินาของสารวัตรปกรณ์ แม้ว่าเขาจะโยนมันลงไปในถังขยะใต้โต๊ะทำงานตั้งแต่วันก่อนแล้วก็ตาม กลิ่นอับชื้นของคราบฝุ่นในห้องเช่าเก่าๆ ย่านฝั่งธนบุรีผสมผสานกับกลิ่นนิโคตินจากบุหรี่มวนที่สามในรอบชั่วโมง บ่งบอกถึงค่ำคืนอันยาวนานที่ไร้ซึ่งการพักผ่อน แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ จากป้ายร้านค้าด้านล่างสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกหน้าต่างที่เต็มไปด้วยหยดฝน เป็นจังหวะเดียวกับเสียงลมหายใจเข้าออกที่หนักหน่วงของชายผู้ปฏิเสธการยอมแพ้ต่อโชคชะตา
บนผนังห้องปูนเปลือย บอร์ดกระดาษลูกฟูกขนาดใหญ่ถูกใช้แทนกระดานสืบสวนอย่างเป็นทางการ เส้นด้ายสีแดงและสีดำโยงใยเชื่อมโยงระหว่างสถานที่เกิดเหตุ รูปถ่ายของเหยื่อแต่ละราย และร่องรอยการฆาตกรรมที่ถูกแกะรอยมาตลอดห้าปี ปกรณ์ในชุดเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่และกางเกงสแล็คตัวเดิม ยืนจ้องมองภาพโรม—ฆาตกรหน้ากากเงา—ด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและเย็นชา ราวกับกำลังสนทนากับเงาของตัวเองในกระจกเงา
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยจังหวะที่คุ้นเคย มันไม่ใช่การเคาะแบบผู้บังคับบัญชาที่มาตรวจตรา แต่เป็นความลังเลของผู้ที่กังวลใจ
ประตูกลอนหลวมๆ ถูกผลักเปิดออกโดยมินตรา ร.ต.อ.หญิงผู้เป็นทั้งมือขวาและเพื่อนร่วมงานเพียงคนเดียวที่ยังเลือกยืนอยู่ข้างเขา เธอกวาดสายตามองสภาพห้องที่เต็มไปด้วยก้นบุหรี่และกาแฟเย็นชืดบนโต๊ะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
"ท่านผู้บัญชาการเรียกตัวคุณเข้าพบเป็นกรณีพิเศษเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา... คุณน่าจะเดาได้นะฃรับว่าเรื่องอะไร" มินตราเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด
ปกรณ์ไม่ได้หันกลับมามอง เปลือกตาของเขาไหววูบเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "เขาก็แค่กลัวว่าเก้าอี้หนังราคาแพงในห้องทำงานจะเปื้อนรอยเลือดจากคดีนี้... พวกเขาเลือกที่จะปิดหู ปิดตา และปล่อยให้คนร้ายลอยนวล เพื่อรักษาตัวเลขสถิติอาชญากรรมในรายงานประจำปี ผมถูกพักงาน ไม่ได้หมายความว่าสมองของผมถูกสั่งพักไปด้วย มินตรา"
"แต่การที่คุณบุกเดี่ยวเข้าไปที่โกดังร้างคราวก่อนมันเกินขอบเขตไปมาก ปกรณ์!" มินตราก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น สีหน้าจริงจัง ดวงตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำจากการอดนอนของเขา "คุณกำลังเล่นเกมตามที่โรมต้องการ โรมอยากให้คุณสติหลุด อยากให้คุณกลายเป็นคนนอกกฎหมาย เพื่อที่เขาจะได้หัวเราะเยาะคุณในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่พ่ายแพ้ให้กับความแค้นส่วนตัว... คุณลืมแล้วหรือครับว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวของคุณเมื่อห้าปีก่อน?"
คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่า ปกรณ์ชะงักไปชั่วขณะ มือที่ถือปากกาไวท์บอร์ดกำแน่นจนข้อต่องนิ้ว and ขาวซีด เขานิ่งเงียบไปนานนับนาที ราวกับกำลังต่อสู้กับปีศาจภายในจิตใจที่คอยกระซิบให้ใช้ความรุนแรงเข้าแก้ปัญหา
"ผมไม่ได้ลืม... มินตรา" ปกรณ์หันกลับมาเผชิญหน้า น้ำเสียงของเขานิ่งสนิทแต่น่ากลัวในความรู้สึกของคนฟัง "ทุกครั้งที่ผมนอนหลับ ผมยังคงได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของลินดา... คนพวกนั้นลอยนวลอยู่ได้เพราะระบบที่เรากำลังปกป้องอยู่ โรมไม่ใช่แค่อาชญากรโรคจิตทั่วไป เขามีอุดมการณ์ที่บิดเบี้ยว และเขากำลังใช้ผมเป็นเครื่องมือพิสูจน์ว่าความยุติธรรมไม่มีจริง... ถ้าผมไม่หยุดเขาในคืนนี้ จะมีเหยื่อรายใหม่อีกกี่คนที่ต้องสังเวยให้กับความหยิ่งผยองของมัน?"
มินตราเม้มปากแน่น เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอเมื่อเห็นความมุ่งมั่นที่แทบจะกลายเป็นความบ้าคลั่งในแววตาของสารวัตรหนุ่ม เธอรู้จักปกรณ์ดีเกินกว่าจะเกลี้ยกล่อมด้วยกฎระเบียบของกรมตำรวจ
"ถ้าคุณยืนกรานจะไปต่อ... ฉันจะช่วยคุณเอง" มินตราตัดสินใจพูดออกมาพร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารลับที่เธอแอบดึงออกจากระบบฐานข้อมูลกลางให้ "นี่คือข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงินของบริษัทบังหน้าที่มีความเชื่อมโยงกับเบาะแสล่าสุด โรมไม่ได้เคลื่อนไหวคนเดียว เขามีเครือข่าย และที่สำคัญ... สัญญาณโทรศัพท์มือถือเครื่องสุดท้ายของเหยื่อรายล่าสุดถูกส่งมาจากตึกร้างเขตยานนาวาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว"
ปกรณ์รับแฟ้มเอกสารนั้นมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว แววตาของนักล่ากลับมาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเกมที่กำลังจะเดินทางมาถึงจุดไคลแม็กซ์
"ขอบคุณมาก มินตรา" ปกรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะคว้าเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำมาสวมทับ "แต่หลังจากนี้... คุณต้องตัดขาดจากการติดต่อกับผม หากเกิดอะไรขึ้น ผมรับผิดชอบคนเดียว"
ปกรณ์ก้าวออกจากห้องพักท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง เข็มนาฬิกาข้อมือบอกเวลาเที่ยงคืนตรง—เวลาที่ความมืดมิดครอบงำจิตใจมนุษย์มากที่สุด รถเก๋งซีดานสีดำพุ่งทะยานออกไปจากซอยเปลี่ยว มุ่งหน้าสู่ตึกร้างเขตยานนาวาโดยไม่รู้เลยว่า ทุกย่างก้าวของเขากับดักมรณะถูกวางรอไว้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ทว่า ในขณะที่ปกรณ์กำลังขับรถฝ่าความมืดบนถนนสายเปลี่ยว หน้าจอวิทยุสื่อสารที่ถูกถอดทิ้งไว้เบาะข้างๆ กลับมีสัญญาณเสียงแทรกซึ้งขึ้นมาอย่างประหลาด เสียงซ่าของคลื่นวิทยุก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะต่ำๆ ที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัว
*“ยินดีต้อนรับสู่รอบสุดท้ายครับสารวัตร... หวังว่าคุณจะชอบของขวัญที่ผมเตรียมไว้ให้ที่เบาะหลังรถของคุณนะ”*
ปกรณ์เบรกหัวทิ่มกลางถนนสายเปลี่ยว หัวใจกระตุกวูบเมื่อเขาเหลือบมองไปยังกระจกมองหลัง และพบว่าเงาสوงโปร่งในชุดคลุมสีดำกำลังนั่งไขว่ห้างรอเขาอยู่ที่เบาะหลังรถอย่างใจเย็น!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสืบสวนและเผชิญหน้ากับความมืดมิดไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
แฟ้มคดีลับ007
รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 43
ความมืดมิดในจิตใจ
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!