“หมอบลง! ศิลา!”
รวินทร์ตวาดก้องพร้อมกับพุ่งตัวเข้ากระแทกสารวัตรศิลาจนกระเด็นหลุดจากรัศมีการระเบิด เสียงของเขาแหบพร่าแต่เฉียบขาดดุจคมมีด สัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีสั่งให้เขากดร่างของสารวัตรลงกับพื้นคอนกรีตเย็นเยียบในเสี้ยววินาทีที่เลข 00:01 บนหน้าจอสีแดงฉานนั้นดับวูบลง
*ตึ้ง!*
แรงอัดมหาศาลจากการระเบิดแบบจำกัดวง (Directional Blast) ไม่ได้ทำลายห้องสอบสวนจนพินาศ แต่มันฉีกกระชากแผ่นโลหะใต้โต๊ะจนกลายเป็นเศษเหล็กคมกริบที่พุ่งแหวกอากาศราวกับห่าฝน สะเก็ดระเบิดถากผ่านไหล่ของรวินทร์จนเสื้อสูทราคาแพงขาดวิ่น เลือดสีสดซึมออกมาแต้มรอยร้าวบนผนังห้องสอบสวนที่เคยเงียบสงัด
กลิ่นดินปืนอบอวลปนกับกลิ่นไหม้ของพลาสติก สารวัตรศิลาหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาที่เคยดุดันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขายันกายขึ้นอย่างทุลักทุเล ก่อนจะมองไปยังเศษซากโต๊ะที่บัดนี้เหลือเพียงกองขี้เถ้า
“ไอ้ฆาตกรนั่น... มันไม่ได้ต้องการแค่ฆ่าเรา” ศิลาแค่นเสียงผ่านไรฟัน มือหนาสั่นเทาขณะคว้าซองปืนข้างเอวขึ้นมา “มันต้องการเล่นตลกกับอดีตของนาย รวินทร์”
รวินทร์ไม่ตอบ เขาพยุงตัวขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบจับจ้องไปยังกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ปลิวตกลงมาท่ามกลางเศษซากระเบิด มันเป็นกระดาษสีขาวสะอาดตา ตัดกับความโกลาหลเบื้องหน้าอย่างน่าประหลาด เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วที่ยังคงมีรอยเลือด ลายมือตัวบรรจงสวยงามทว่าเย็นยะเยือกปรากฏอยู่บนนั้น
*‘ความผิดพลาดของตำรวจไม่ได้พรากแค่ชีวิตคนในอดีต แต่มันกำลังจะพรากสิ่งที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียวของแกไปในวันนี้’*
“ศิลา... ‘แพรวา’ อยู่ไหน” รวินทร์ถามขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว แต่มันคือระดับความเย็นที่จุดเยือกแข็งที่บ่งบอกว่าพายุลูกใหญ่กำลังก่อตัว
“หลานสาวนาย? ฉันให้คนดูแลเธอไว้ที่เซฟเฮาส์ตามแผนเดิมแล้วนี่!” ศิลาหน้าซีดเผือด เขารีบหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมากดเรียกหน่วยอารักขา “ศูนย์ควบคุม รายงานสถานะเป้าหมายที่ 02! ตอบด้วย!”
ความเงียบคือคำตอบที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด มีเพียงเสียงซ่าของสัญญาณรบกวนที่ดังตอบกลับมา รวินทร์ไม่รอช้า เขาคว้ากุญแจรถจากโต๊ะข้างประตู ความอดทนเยือกเย็นที่เขาสั่งสมมานับสิบปีพังทลายลงในพริบตา ในหัวของเขามีเพียงภาพของหลานสาวตัวน้อยที่เขาพยายามปกป้องสุดชีวิต
“อย่าตามมาศิลา ถ้าขวางผม ผมจะถือว่าคุณเป็นพวกเดียวกับมัน” รวินทร์ประกาศกร้าวขณะก้าวออกไปที่ประตู
“นายกำลังจะทำพลาด! รวินทร์! ถ้าออกไปตอนนี้แกติดกับมันแน่ๆ!” ศิลาพยายามจะรั้งไว้ แต่รวินทร์สะบัดมือออกอย่างรุนแรง สายตาที่มองกลับมานั้นไม่ใช่รวินทร์คนเดิมที่สุขุมรอบคอบ แต่มันคือดวงตาของคนที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป
รวินทร์ขับรถฝ่ากระแสการจราจรในยามค่ำคืนด้วยความเร็วที่เกินขีดจำกัดของกฎหมาย ในหัวเขาทบทวนรหัสลับที่เขาเคยแกะจากคดีก่อนหน้า ‘รหัสลับฆาตกรเงา’ ไม่เคยทิ้งคำขู่ที่ไร้ความหมาย ทุกตัวอักษรคือแผนที่ และทุกแผนที่คือหลุมศพ
เขาวนรถมาถึงเขตพื้นที่อุตสาหกรรมเก่าซึ่งเป็นที่ตั้งของเซฟเฮาส์ ความเงียบงันที่ผิดปกติปกคลุมไปทั่วบริเวณ ไฟหน้าของรถสปอร์ตคันหรูสาดส่องไปบนกำแพงตึกร้าง เห็นร่างของชายในชุดดำยืนนิ่งอยู่ที่ชั้นสองของอาคาร ในมือของเขากำลังถือรีโมทคอนโทรลขนาดเล็ก
“X...” รวินทร์กระซิบชื่อนั้นออกมา แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยแรงอาฆาต
เขาลงจากรถอย่างระมัดระวัง แม้ใจจะร้อนรนดั่งไฟเผา แต่สัญชาตญาณนักจิตวิทยายังคงทำงาน เขาเงี่ยหูฟัง เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาผิดปกติจากด้านหลังทำให้เขารู้ตัวว่าไม่ได้มาคนเดียว ชายชุดดำสองคนโผล่ออกมาจากเงามืดพร้อมอาวุธครบมือ
รวินทร์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับพุ่งเข้าหาศัตรูคนแรกด้วยความเร็วที่เหนือคาด เขากระแทกสันมือเข้าที่ลำคอของมันจนล้มลง ก่อนจะฉกปืนพกมาไว้ในมือ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเปียโนบรรเลงเพลงคลาสสิกโศกเศร้าก็ดังขึ้นจากลำโพงที่ซ่อนอยู่รอบอาคาร เสียงที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... เสียงเพลงที่แม่ของเขาชอบเปิดก่อนจะจากไปตลอดกาล
มันคือเพลง ‘Requiem’ ของโมซาร์ท
“ชอบไหมรวินทร์? เพลงนี้เข้ากับบรรยากาศการสูญเสียในรอบที่สองของแกได้ดีทีเดียวนะ” เสียงทุ้มต่ำดังก้องผ่านเครื่องขยายเสียงมาจากทิศทางที่มองไม่เห็น
รวินทร์ก้าวเท้าเข้าไปในตัวอาคาร กลิ่นน้ำมันเบนซินแตะจมูกอย่างรุนแรง เขาพบหลานสาวของเขานั่งอยู่บนเก้าอี้กลางห้อง ถูกพันธนาการด้วยเชือกไนลอนแน่นหนา รวินทร์รีบพุ่งเข้าไปหา แต่แล้วเขาก็หยุดชะงัก ฝีเท้าของเขาสัมผัสได้ถึงแรงกดที่พื้น... กับดักเซนเซอร์น้ำหนัก
“ถ้านายขยับแม้แต่นิดเดียว... เด็กคนนี้จะได้ไปพบพ่อแม่ของเธอตามคำสัญญาที่ฉันเขียนไว้” เสียงของ X ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้กว่าเดิม
รวินทร์หยั่งรากอยู่กับที่ เหงื่อเม็ดโตไหลซึมผ่านขมับ หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบระเบิด แต่สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มที่มุมมืดด้านหลังของหลานสาว เงาที่รูปร่างคุ้นตาอย่างประหลาด
มันไม่ใช่แค่ X แต่มันมี 'ใครอีกคน' ที่ยืนถือปืนจ่อไปที่ขมับของหลานสาวเขา และเมื่อเงาคนนั้นก้าวออกมาใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านรอยร้าวของเพดาน รวินทร์ถึงกับหัวใจหยุดเต้น
ไม่ใช่เพราะความโหดเหี้ยมของใบหน้า แต่เป็นเพราะใบหน้าที่เขารู้จักดีที่สุด... ใบหน้าที่ควรจะตายไปนานแล้วตั้งแต่คดีครั้งก่อน
“พ่อ...?”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรวินทร์มาจนถึงจุดวิกฤตินี้นะครับ แล้วพบกันในตอนต่อไปครับ
แฟ้มคดีลับ007
รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 28
ความตายที่ถูกเขียนไว้
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!