“อย่าเพิ่งขยับ!” เสียงกระซิบของรวินทร์เยือกเย็นราวกับคมมีดที่จ่ออยู่ที่ลำคอ สารวัตรศิลาชะงักฝีเท้าทันที แม้ในใจจะร้อนรุ่มด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ต้องตกอยู่ในเกมแมวจับหนูเช่นนี้
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือประตูเหล็กกล้าของโกดังเก็บสินค้าเก่าแก่ย่านท่าเรือ กลิ่นสนิมและคาวเลือดจางๆ ลอยมาปะทะจมูกท่ามกลางความมืดมิดที่กดทับ ราวกับโลกทั้งใบถูกหยุดเวลาไว้เพียงชั่วคราวเพื่อรอการนองเลือด
“รวินทร์... ถ้าเราช้าไปกว่านี้ อีกหกชีวิตในนั้นไม่รอดแน่ นายก็รู้ว่าไอ้หมอนั่นมันไม่เคยพูดเล่น” ศิลาเค้นเสียงผ่านไรฟัน มือขวาของเขากุมปืนแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“นั่นแหละครับที่ผมกังวล” รวินทร์ขยับแว่นสายตาที่เปื้อนฝุ่น สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบห้องโถงที่เต็มไปด้วยลังไม้ “รหัสลับ (X) ไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตพวกเขามันต้องการ 'ผู้ชม' ถ้าเราบุกเข้าไปแบบโง่ๆ ตามที่มันวางหมากไว้ นั่นไม่ใช่การช่วยชีวิต แต่มันคือการเดินเข้าสู่กรงประหาร”
รวินทร์ย่อตัวลงต่ำ ใช้นิ้วชี้แตะที่พื้นดินเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเพดานที่มีกล้องวงจรปิดตัวเล็กจิ๋วติดอยู่ มันไม่ได้เปิดไฟสีแดง แต่รวินทร์รู้ดีว่าดวงตาอิเล็กทรอนิกส์นั่นกำลังจับจ้องทุกอณูการเคลื่อนไหวของเขาอยู่
“นายหมายความว่ายังไง?” ศิลาลดปืนลงเล็กน้อย “มันวางกับดักไว้ที่ประตู?”
“มากกว่านั้นครับ” รวินทร์หยิบอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กออกมา “มันวางกับดักไว้ที่ 'ศีลธรรม' ของเรา หากเราเลือกจะช่วยคนกลุ่มหนึ่ง เราจะต้องยอมแลกกับอีกกลุ่มหนึ่ง มันกำลังสนุกกับการเห็นเราเลือกที่รักมักที่ชัง สารวัตร... ในฐานะตำรวจ ท่านพร้อมจะเสียสละใครเพื่อช่วยใครไหมครับ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ศิลาเม้มปากแน่น ความขัดแย้งในใจฉายชัดผ่านดวงตาที่เคยเด็ดเดี่ยว รวินทร์มองเห็นภาพสะท้อนของตนเองในแววตาของศิลา—ความเจ็บปวดจากการสูญเสียที่ไม่มีวันจางหาย
“เราไม่ต้องเลือก” ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ดูเด็ดขาดและเย็นชาขึ้น “ถ้ากฎของมันคือการเลือก งั้นเราจะทำลายกระดานทิ้งซะ”
รวินทร์ยิ้มที่มุมปาก “ผมรอคำนี้แหละครับ”
ทั้งสองขยับตัวด้วยความคล่องแคล่วราวกับเสือที่ซุ่มรอจังหวะ รวินทร์หยิบระเบิดแสงขนาดจิ๋วขึ้นมา ขณะที่ศิลาเตรียมพร้อมสำหรับการบุกทะลวง ทันใดนั้น เสียงเพลงคลาสสิกที่แผ่วเบาก็ดังขึ้นมาจากลำโพงรอบทิศทางของโกดัง มันเป็นท่วงทำนองที่ดูสง่างามแต่ชวนขนลุก มันคือสัญลักษณ์ว่า 'เกม' ได้เริ่มขึ้นแล้ว
*ตู้ม!*
ระเบิดแสงทำงานพร้อมกับเสียงพังประตูเหล็ก รวินทร์และศิลาพุ่งตัวเข้าไปในความสลัว ทั้งคู่เคลื่อนไหวประสานกันราวกับเงาที่แยกไม่ออก รวินทร์ใช้ทักษะทางจิตวิทยาคาดคะเนตำแหน่งของตัวประกัน ขณะที่ศิลาเป็นเกราะกำบังกระสุนปืนจากทิศทางที่ไม่คาดคิด
“ซ้าย! สองคน!” ศิลาตะโกน
รวินทร์ไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าประชิดชายชุดดำที่กำลังถือชนวนระเบิดไว้ในมือ เขาใช้สันมือกระแทกที่ต้นคอของอีกฝ่ายจนสลบเหมือด ก่อนจะคว้าชนวนนั้นมาตัดสายไฟสีแดงทิ้งอย่างแม่นยำ ทุกจังหวะคือการเดิมพันด้วยชีวิต
แต่ทว่า... เมื่อรวินทร์เงยหน้าขึ้น เขาก็ต้องชะงัก
ท่ามกลางกลุ่มตัวประกันที่ถูกมัดไว้บนเก้าอี้ไม้ มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงกลาง เขาแต่งกายชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าซ่อนอยู่ใต้หน้ากากสีเงินเรียบหรู รหัสลับ (X) ไม่ได้หนีไปไหน แต่นั่งรอพวกเขาอยู่ตรงนั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่มองเห็นได้ผ่านหน้ากาก
“ยินดีด้วยครับคุณรวินทร์” เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลดังผ่านลำโพง “คุณผ่านบททดสอบเรื่องการตัดสินใจได้ดีมาก... แต่น่าเสียดาย ที่ในกล่องที่สารวัตรศิลาเพิ่งจะช่วยคนพวกนี้ออกมา ไม่ได้มีแค่ระเบิดเวลานะครับ”
ศิลาชะงักมือที่กำลังแกะเชือกให้ตัวประกันคนหนึ่ง เขาหันมามองหน้าเพื่อนร่วมงานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
“มันหมายความว่าไงรวินทร์?” ศิลาถาม เสียงสั่นเล็กน้อย
รวินทร์เดินเข้าไปใกล้ตัวประกันคนนั้น ก่อนจะก้มลงมองที่ใต้เบาะนั่ง ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อพบกับสิ่งที่ซ่อนอยู่—มันไม่ใช่ระเบิด แต่มันคือจอภาพขนาดเล็กที่กำลังแสดงภาพถ่ายสดของ 'ใครบางคน' ที่เขารักที่สุดในโลก
“ดูให้ดีสิครับ” รหัสลับ (X) กล่าวเสียงเรียบ “นี่ไม่ใช่เกมฆ่าคน... แต่นี่คือเกมเลือก 'อนาคต' คุณจะเลือกช่วยตัวประกันเหล่านี้ที่กำลังหายใจรวยรินเพราะพิษที่ผมใส่ไว้ในอากาศ หรือจะเลือกออกไปหาคนรักของคุณที่กำลังถูกขังอยู่ในห้องที่น้ำกำลังค่อยๆ ท่วมมิดเพดาน?”
ภาพในจอแสดงให้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังทุบกระจกอย่างตื่นตระหนก น้ำเริ่มไหลทะลักเข้าสู่ห้องที่เธอนั่งอยู่
รวินทร์ยืนนิ่ง มือของเขาเย็นเฉียบ ความรู้สึกผิดบาปในอดีตพุ่งเข้าจู่โจมจิตใจเขาอีกครั้ง ศิลาหันมองรวินทร์ด้วยความตระหนก เขารู้ดีว่าหากรวินทร์เลือกตัวประกัน ชีวิตของคนที่รวินทร์รักย่อมไม่มีวันรอด แต่หากรวินทร์เลือกไปช่วยคนรัก ตัวประกันหกชีวิตนี้จะต้องจบชีวิตลงด้วยพิษที่รหัสลับ (X) ปล่อยออกมา
รวินทร์ค่อยๆ หันหน้ามามองศิลา ดวงตาของเขาวูบไหวแต่กลับแฝงด้วยความเด็ดขาดที่น่ากลัว
“ศิลา... นายไปช่วยคนพวกนี้ออกไปให้ได้” รวินทร์กล่าวเสียงราบเรียบ “ส่วนฉัน... จะไปทำลายจุดจบของเกมนี้ด้วยตัวของฉันเอง”
รวินทร์หันหลังวิ่งออกไปโดยไม่ลังเล แต่ทว่า ก่อนที่เขาจะพ้นประตูโกดัง ร่างของบุคคลหนึ่งก็ก้าวเข้ามาขวางทางไว้ แสงไฟสลัวส่องกระทบใบหน้าของคนผู้นั้น จนรวินทร์ต้องหยุดกะทันหัน
“คุณมาทำอะไรที่นี่?” รวินทร์ถามด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนขวางทางเขาอยู่คือ 'อดีตคู่หู' ที่หายสาบสูญไปนานกว่าห้าปีและทุกคนต่างคิดว่าเขาตายไปแล้ว!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านชั่วโมงวิกฤตนี้ไปกับผมนะครับ แฟ้มคดีลับ007
รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 29
ชั่วโมงวิกฤต
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!