"วางปืนลงเดี๋ยวนี้ สารวัตรศิลา... ถ้าไม่อยากเห็นสมองของลูกน้องคุณกลายเป็นงานศิลปะบนผนังห้อง!"
เสียงผ่านเครื่องส่งสัญญาณวิทยุดังแทรกซึมเข้ามาในความเงียบงันของโกดังร้าง กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นน้ำมันเครื่องคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว รวินทร์ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แสงไฟสปอร์ตไลท์เพียงดวงเดียวที่แขวนไว้บนเพดานแกว่งไกวไปมา สร้างเงาที่บิดเบี้ยวทาบทับลงบนร่างที่ถูกมัดอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวกลาง
นั่นคือ 'หมวดคม' นายตำรวจหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งร่วมงานกับเขาได้ไม่ถึงสามเดือน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและเลือดที่ไหลซึมจากขมับ แต่สิ่งที่ทำให้รวินทร์แทบหยุดหายใจคือตัวเลขสีแดงบนกล่องโลหะที่รัดแน่นอยู่รอบอกของคม... อีกหกสิบวินาที
"ผมจะไม่ทำตามที่คุณสั่ง รหัสลับ" รวินทร์พูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง แต่ข้างในนั้นกลับเดือดพล่านด้วยโทสะที่ถูกกดทับ "คุณไม่ได้ต้องการให้เราวางปืน คุณต้องการให้เราเล่นเกม... เกมที่คุณกำหนดกติกาขึ้นมาเองโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อด้วยมือคุณเอง"
"โอ้ รวินทร์... คุณรู้จักผมดีเกินไป" เสียงหัวเราะแหลมเล็กแทรกผ่านลำโพงราวกับงูพิษที่ขู่ฟ่อ "แต่กติกาข้อนี้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยนะ เลือกเอาสิครับ ระหว่าง 'เพื่อนร่วมทีม' ที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้ความหมายของความยุติธรรม กับ 'ความภูมิใจ' ในฐานะนักจิตวิทยาผู้ไม่เคยพลาด... ถ้าคุณไม่ยิงสารวัตรศิลาในสามสิบวินาที ระเบิดจะทำงาน และผมจะทำลายสิ่งที่เหลืออยู่ของทีมคุณให้สิ้นซาก"
ศิลาลดปืนลง มือที่สั่นเทาของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายวัยกลางคนที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตที่ไม่มีทางออก สารวัตรมองไปที่รวินทร์ สายตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้มีความสับสนวูบไหวอยู่ภายใน
"ยิงผมเถอะ รวินทร์" เสียงของคมแหบพร่า เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่บวมปิดครึ่งหนึ่งจ้องมองรวินทร์อย่างแน่วแน่ "อย่าให้มันได้ใจ... อย่าให้มันเห็นเราฆ่ากันเอง"
"หุบปากซะ คม!" ศิลาตวาดเสียงสั่นเครือ เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแต่ถูกรวินทร์ขวางไว้
"ถอยไป ศิลา" รวินทร์สั่ง น้ำเสียงของเขาสงบจนน่ากลัว เขาค่อยๆ ก้าวไปหาคมที่เก้าอี้ สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่เพื่อนร่วมทีมที่กำลังจะตาย แต่เขากำลังอ่าน 'จังหวะ' ของเครื่องส่งสัญญาณที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ การกระพริบของไฟสีเขียวที่ถี่ขึ้นเรื่อยๆ คือรหัสลับที่เขาต้องถอดให้ได้ก่อนนาทีสุดท้าย
เขารู้ดีว่าฆาตกรไม่ได้ต้องการความตายในรูปแบบของการยิงกันเอง แต่มันต้องการ 'รอยแยก' ในมิตรภาพ ต้องการให้รวินทร์ตัดสินใจในสิ่งที่เขาจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิต
สิบห้าวินาที...
รวินทร์หยิบมีดพกออกมาจากกระเป๋ากางเกง ไม่ใช่เพื่อทำร้ายศิลา แต่เขาพุ่งตัวเข้าหาคม มือหนึ่งเอื้อมไปจับที่แผงวงจรของระเบิด อีกมือหนึ่งคว้ามือคมไว้แน่น "ฟังนะคม นายต้องเชื่อใจฉัน"
"รวินทร์! อย่าทำแบบนั้น!" ศิลาตะโกนลั่นเมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานพยายามตัดสายไฟด้วยตนเอง
วินาทีที่สิบ...
รวินทร์เห็นสีของสายไฟที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากพลาสติก มันไม่ใช่ระเบิดแสวงเครื่องธรรมดา แต่มันคือกับดักทางจิตวิทยาที่ซับซ้อน สายไฟสีแดงและน้ำเงินพาดผ่านแผงวงจรในรูปแบบที่ดูไร้ระเบียบ แต่เมื่อมองในมุมกลับของกระจกเงาที่สะท้อนจากผนังฝั่งตรงข้าม รวินทร์กลับเห็น 'ตัวเลข' ที่แท้จริง
ห้าวินาที...
เขากรีดมีดลงบนสายไฟสีเหลืองที่ถูกซ่อนไว้ใต้ฐานล่างสุด เสียงกริ๊กเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับความเงียบที่เข้าปกคลุมทั้งโกดัง สปอร์ตไลท์ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด
ทุกอย่างนิ่งสนิท... ไม่มีเสียงระเบิด ไม่มีเสียงปืน
"เรา... เราทำสำเร็จใช่ไหม?" เสียงของคมสั่นเครือในความมืด
รวินทร์ถอนหายใจยาว พิงแผ่นหลังกับโต๊ะไม้ ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้าใส่จนเขาทรุดลงกับพื้น แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง... กลิ่นของน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย กลิ่นดอกมะลิที่อบอวลอยู่ในอากาศที่ควรจะมีแต่กลิ่นดินและเลือด
เขารีบคว้าไฟฉายจากเอวขึ้นมาส่องไปที่ใบหน้าของคม... แต่ไม่ใช่ใบหน้าของคมเสียแล้ว
บนเก้าอี้ตัวนั้น คือร่างของหุ่นไล่กาที่สวมเสื้อแจ็คเก็ตของตำรวจ เข็มนาฬิกาบนหน้าอกของมันหยุดลงที่เลขสิบสองพอดี แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรวินทร์เต้นผิดจังหวะคือ 'ข้อความ' ที่เขียนไว้บนหน้าอกของหุ่นตัวนั้นด้วยหมึกสีแดงสด
*‘มิตรภาพคือสิ่งที่สวยงามที่สุด... แต่อย่าลืมว่าผมมองดูคุณอยู่เสมอ’*
"รวินทร์! ดูนั่น!" ศิลาตะโกนพลางชี้นิ้วไปที่ประตูทางออกด้านหลัง
รวินทร์หันขวับไปมอง สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่รหัสลับ แต่เป็นโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนพื้น มันกำลังสั่นและส่งเสียงเรียกเข้า รวินทร์หยิบมันขึ้นมาเปิดรับสายโดยไม่ลังเล
"เกมจบลงแล้วใช่ไหม?" รวินทร์ถามเสียงต่ำ
"ยังไม่จบหรอกรวินทร์" เสียงที่คุ้นเคยจากปลายสายหัวเราะเบาๆ "คุณช่วยหุ่นไล่กาได้สำเร็จ แต่ดูเหมือนคุณจะลืมไปว่า... ตั้งแต่เริ่มภารกิจนี้ ผมไม่ได้ส่งคมมาที่โกดังนี่เพียงคนเดียว"
รวินทร์ตัวชาวาบ เขารีบกดเปลี่ยนสัญญาณไปยังวิทยุสื่อสารที่เชื่อมต่อกับศูนย์บัญชาการ "ศูนย์! นี่รวินทร์! ตอบด้วย! หมวดคมอยู่ที่ไหน?"
มีเพียงเสียงซ่าของคลื่นแทรกตอบกลับมานานนับนาที ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้น... ไม่ใช่เสียงของตำรวจ แต่เป็นเสียงของคมที่ดูเหมือนจะอยู่ไกลออกไปมาก
"รวินทร์... ช่วยผมด้วย... ที่นี่... ใต้สะพานไม้เก่า... ผมไม่ได้อยู่คนเดียว..."
สายตัดไปทันที ทิ้งให้รวินทร์ยืนนิ่งอยู่กลางความมืดมิดที่หนาวเหน็บกว่าเดิม ศิลาเดินเข้ามาใกล้ เอื้อมมือมาแตะไหล่เขาเบาๆ ทว่าในจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ในมือของรวินทร์ก็สั่นอีกครั้ง พร้อมกับภาพถ่ายที่ถูกส่งเข้ามาผ่านแอปพลิเคชันลับ... เป็นภาพคมที่ถูกล่ามโซ่อยู่กับฐานสะพานข้ามแม่น้ำ และเหนือศีรษะของเขามีถังน้ำมันขนาดใหญ่ที่กำลังถูกปล่อยลงมาทีละนิด
นี่ไม่ใช่เกมที่เขากำลังเล่น... แต่มันคือพิธีกรรมแห่งการสังหารที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างผมและรวินทร์ในชั่วโมงที่มืดมนที่สุดเช่นนี้ครับ แฟ้มคดีลับ007
รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 30
รอยแยกของโชคชะตา
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!