“คุณกำลังจะบอกผมว่า หลักฐานที่ผมหามาด้วยชีวิต กำลังจะกลายเป็นแค่เศษกระดาษในถังขยะอย่างนั้นหรือครับ สารวัตร?”
รวินทร์วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้โอ๊กขัดมันของห้องทำงานศิลา เสียงกระดาษที่กระทบพื้นผิวโต๊ะดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก สายตาของเขานิ่งสนิท แต่อัดแน่นไปด้วยคลื่นอารมณ์ที่พยายามสะกดไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย
ศิลาไม่ตอบ เขายังคงจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูแสงไฟนีออนของเมืองหลวงที่สั่นไหวราวกับจิตใจที่กำลังตัดสินใจครั้งใหญ่ มือที่หยาบกร้านของเขากำแก้วกาแฟเย็นชืดไว้แน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน
“รวินทร์… โลกนี้ไม่ได้หมุนด้วยความยุติธรรมเพียงอย่างเดียว แต่มันหมุนด้วย ‘ลำดับชั้น’ ที่คุณเอื้อมไม่ถึง” ศิลาหันกลับมา แววตาของเขาดูอ่อนล้าลงไปถนัดตา “ผู้บัญชาการสั่งระงับการตรวจสอบเส้นทางการเงินของมูลนิธิเซนต์มาเรียทันที โดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องความมั่นคงของหน่วยงาน”
“ความมั่นคงของหน่วยงาน หรือความมั่นคงของเก้าอี้ตัวที่เขานั่งอยู่กันแน่ครับ?” รวินทร์แค่นยิ้มที่มุมปาก “ผมพบ ‘รหัสลับ’ ในรายงานสรุปคดีเมื่อสิบปีก่อน พลเอกพิชัย… เขามีชื่อปรากฏอยู่ในรายชื่อผู้บริจาครายใหญ่ในคืนที่เกิดเหตุฆาตกรรมหมู่ที่บ้านพักตากอากาศครั้งนั้น!”
ศิลาเดินเข้ามาใกล้ ลดเสียงลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบที่สั่นเครือ “ถอยออกมาเสียเถอะ ผมขอร้อง ในฐานะพี่ชายที่เคยเห็นคุณตอนเด็กๆ ถอยออกไปก่อนที่คุณจะถูกฝังกลบไปพร้อมกับความจริงพวกนี้”
รวินทร์ไม่ถอย เขาก้าวเข้าไปหาศิลาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ “คุณเคยพูดว่าตำรวจมีไว้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่วันนี้คุณกลับกำลังทำหน้าที่เป็นผนังกันกระสุนให้กับฆาตกรตัวจริงเสียเอง คุณไม่ละอายใจบ้างหรือครับ?”
ศิลาไม่ได้โกรธเคือง เขาเพียงแค่วางมือลงบนไหล่รวินทร์ บีบแน่นราวกับจะส่งผ่านความเจ็บปวดบางอย่างมาให้ “คุณคิดว่าคุณฉลาดกว่าใครที่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง… คนที่เล่นเกมกับความตายได้นานที่สุด ไม่ใช่คนที่มีสติปัญญาเป็นเลิศหรอกครับ แต่คือคนที่ไม่เหลืออะไรให้เสียแล้วต่างหาก และคนระดับนั้น… พวกเขาไม่ได้เล่นตามกติกาที่คุณวางไว้”
บรรยากาศในห้องทำงานอบอวลไปด้วยกลิ่นอับของเอกสารเก่าๆ และความตึงเครียด รวินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาในจังหวะลมหายใจของศิลา นี่ไม่ใช่การขู่ แต่มันคือคำเตือนจากคนที่เห็นซากศพมามากเกินไปจนไม่อยากเห็นน้องชายร่วมอุดมการณ์ต้องกลายเป็นศพรายต่อไป
“ถ้าผมจะเปิดโปงเรื่องนี้ ผมต้องใช้กระบอกเสียงที่ใหญ่กว่าคนในเครื่องแบบนี้” รวินทร์กล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะผละออกแล้วเดินตรงไปที่ประตู
“จะไปไหน?” ศิลาถามตามหลัง
“ไปหาคนที่ชอบ ‘รหัสลับ’ มากกว่าพวกเรา”
รวินทร์เดินออกมาจากตึกสำนักงานตำรวจท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา เขาไม่ได้มุ่งหน้าไปที่จอดรถ แต่เขากลับเดินเข้าไปในตรอกมืดที่ไร้แสงไฟส่องสว่าง ความรู้สึกหวาดระแวงแล่นผ่านสันหลังเหมือนมีดโกนที่จ่อคอหอย เขาควักโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อความทิ้งไว้เพียงสั้นๆ ก่อนจะโยนเครื่องทิ้งลงในถังขยะข้างทาง
*‘ความจริงถูกฝังกลบไว้ใต้เก้าอี้ของท่านผู้นำ หากอยากเห็นแสงสว่าง จงมาพบผมที่สถานีร้างใต้ดินสายเก่า’*
เขาเดินลึกเข้าไปในความมืด เสียงฝีเท้าของเขาสะท้อนกลับมาจนแยกไม่ออกว่ามีใครติดตามมาหรือไม่ ทันใดนั้น ไฟกระพริบในตรอกก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงฝน รวินทร์ชะงักฝีเท้า เมื่อกลิ่นจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีแตะเข้าที่จมูก
“เกมนี้คุณเป็นคนเริ่ม แต่มันจะจบลงอย่างไรนั้น… ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะกล้าจ่ายราคาที่ต้องแลกหรือไม่ครับ คุณรวินทร์”
เสียงกระซิบที่เย็นยะเยือกดังมาจากเงามืดข้างหลัง พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบของปากกระบอกปืนที่กดเข้าที่ท้ายทอย รวินทร์หลับตาลงนิ่งงัน ขณะที่แสงไฟจากรถยนต์คันหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในตรอก เผยให้เห็นเงาที่ทาบทับอยู่บนกำแพง—เงานั้นไม่ใช่เงาของศัตรู แต่มันคือเงาของคนในเครื่องแบบระดับสูงที่ควรจะนั่งอยู่ในห้องทำงานของเขาในตอนนี้
ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของรวินทร์แทบหยุดเต้น คือใบหน้าของคนที่ถือปืนอยู่ในเงามืด เมื่อเขาหันกลับไปมองช้าๆ กลับพบเพียงความว่างเปล่า พร้อมกับบัตรประจำตัวตำรวจที่วางอยู่บนพื้น… ซึ่งเป็นบัตรของตัวเขาเองที่หายไปเมื่อสามปีก่อน
แล้วพบกันในตอนถัดไปนะครับ - แฟ้มคดีลับ007
รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 12
ความจริงที่ถูกฝังกลบ
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!