“มึงบอกว่ามึงทำ... แต่หลักฐานในมือศาลกลับบอกว่ามึงไม่มีปัญญาแม้แต่จะเดินเข้าใกล้จุดเกิดเหตุด้วยซ้ำ มึงกำลังปกป้องใคร หรือว่าไอ้คนเขียนจดหมายนั่นมันขู่จะฆ่าลูกเมียมึง?”
เสียงของสารวัตรศิลาดังสนั่นห้องสอบสวน กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นอับชื้นของห้องขังทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ตรงหน้าเขาคือ 'สมชาย' ชายวัยกลางคนที่มีแววตาเลื่อนลอย สภาพร่างกายสะบักสะบอมจากการถูกจับกุมเมื่อชั่วโมงก่อน สมชายสั่นเทาขณะกำมือแน่น เล็บของเขามีรอยคราบสีน้ำตาลแห้งกรัง ซึ่งศิลาปักใจเชื่อว่าเป็นเลือดของเหยื่อรายล่าสุด
รวินทร์ยืนกอดอกพิงผนังห้องด้านหลัง มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความยินดี แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่กำลังมองเห็น ‘หมากตัวสำคัญ’ บนกระดานที่ถูกเดินพลาดโดยฝีมือของคนอื่น
“สารวัตรครับ” รวินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลัง “คุณกำลังเสียเวลาไปกับตุ๊กตาไขลานที่ถูกตั้งโปรแกรมมาให้รับผิด”
ศิลาหันขวับมามองรวินทร์ด้วยสายตาขุ่นเคือง “หมายความว่าไงรวินทร์? หลักฐานมัดตัวมันขนาดนี้ ปืนในบ้านมัน ลายนิ้วมือบนมีด มันสารภาพหมดเปลือกแล้วว่าฆ่าทำไม มึงจะบอกว่ากูจับผิดตัวเหรอ?”
รวินทร์เดินเข้าไปใกล้โต๊ะสอบสวน ช้าๆ เหมือนเสือที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ เขาไม่ได้มองศิลา แต่มองเข้าไปในดวงตาของสมชายที่กำลังหลบเลี่ยงสายตาเขาอย่างเห็นได้ชัด
“สมชาย... การสารภาพไม่ได้เป็นหลักฐานที่สมบูรณ์ที่สุดเสมอไปหรอกนะครับ” รวินทร์กดเสียงต่ำ “โดยเฉพาะเมื่อการสารภาพนั้นเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ ‘สมบูรณ์แบบเกินไป’ คุณบอกว่าคุณฆ่าเธอในเวลา 23.15 น. แต่อุณหภูมิของศพและกระเพาะอาหารที่ย่อยไปกว่าครึ่งชั่วโมง บ่งบอกว่าเธอจากไปก่อนหน้านั้นนานแล้ว”
สมชายตัวสั่นหนักกว่าเดิม “ผม... ผมจำเวลาพลาดไปบ้าง มันก็แค่ความผิดพลาดเล็กน้อย!”
“ความผิดพลาดเล็กน้อยในคดีฆาตกรรมคือความตายของแพะรับบาปนะครับ” รวินทร์โน้มตัวลงไปกระซิบใกล้หูสมชาย “ใครเป็นคนบอกบทคุณ? เสียงที่อยู่ในหัวคุณตอนนี้... มันสั่งให้คุณพูดอะไรบ้าง? มันบอกให้คุณนึกถึงใบหน้าของใครตอนที่พูดความเท็จพวกนี้?”
สมชายหน้าซีดเผือด เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “คุณ... คุณรู้ได้ยังไง”
“รู้เรื่องอะไร?” ศิลาขัดขึ้น ท่าทางเริ่มหงุดหงิด “รวินทร์ อย่าเล่นเกมจิตวิทยาตอนนี้ กูต้องการปิดคดีนี้!”
“สารวัตรครับ ลองมองที่คอเสื้อของเขาดูสิครับ” รวินทร์ชี้มือไปที่ปกเสื้อด้านในของสมชาย “รอยเปื้อนสีดำนั่น ไม่ใช่คราบเลือด แต่มันคือน้ำมันหล่อลื่นชนิดพิเศษที่ใช้กับเฟืองนาฬิกา... หรืออาจจะพูดให้ชัดขึ้นคือ หมึกพิมพ์แบบแห้งช้าที่ใช้ในเครื่องพิมพ์โบราณที่หาได้ยากในตลาดมืด”
ศิลาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะคว้าคอเสื้อสมชายขึ้นมาดู ดวงตาของสารวัตรเบิกกว้างเมื่อเห็นรอยเปื้อนนั้นจริง
“แกไปเอามาจากไหน!” ศิลาตวาด
สมชายปล่อยโฮออกมาทันที “เขา... เขาเอาเอกสารพวกนี้มาวางที่หน้าบ้านผม เขาบอกว่าถ้าผมไม่ยอมรับผิด เขาจะแฉว่าลูกสาวผมที่ไปเรียนต่างประเทศจริงๆ แล้วหนีคดียาเสพติดกลับมาตั้งแต่เมื่อวาน... เขาไม่ได้ขู่ผมเรื่องเงิน เขาขู่เรื่องอนาคตของแก!”
รวินทร์ถอยออกมาหนึ่งก้าว ลมหายใจของเขาเริ่มหนักขึ้น ‘รหัสลับ (X)’ ไม่ได้แค่ฆ่าคน มันกำลังเล่นงานโครงสร้างของตำรวจผ่านความอ่อนแอของมนุษย์
“เขารู้ดีว่าถ้าสารวัตรศิลาจับแพะได้ ข่าวจะลงหน้าหนึ่งว่า ‘ตำรวจปิดคดีฆาตกรต่อเนื่องได้แล้ว’ แล้วฆาตกรตัวจริงก็จะหายไปในเงามืดอย่างสมบูรณ์” รวินทร์วิเคราะห์เสียงเรียบ “นี่ไม่ใช่การจัดฉากธรรมดา แต่นี่คือการล้างบางความน่าเชื่อถือของกรมตำรวจครับ”
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของรวินทร์ก็ดังขึ้น เป็นเบอร์แปลกที่ไม่โชว์เลขหมาย เขารับสายโดยไม่ลังเล
“คุณกำลังทำลายงานศิลปะของผมนะ รวินทร์” เสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น และคุ้นเคยดังมาจากปลายสาย “ศิลาเป็นหมาล่าเนื้อที่ดี แต่เขาก็โง่พอที่จะงับเหยื่อปลอมที่ผมโยนให้... คุณคิดว่าคุณจะช่วยชายคนนั้นได้จริงๆ เหรอ?”
รวินทร์เหลือบมองสมชายที่กำลังร้องไห้ แล้วหันไปมองกล้องวงจรปิดในห้องสอบสวน “ฉันไม่ได้ช่วยเขา ฉันแค่กำลังเตรียมพื้นที่บนตารางหมากรุกให้คุณเดินเข้ามาติดกับดักตัวเองต่างหาก”
“งั้นเหรอ?” เสียงนั้นหัวเราะเบาๆ “ลองหันไปมองที่กระจกฝ้าหน้าห้องสอบสวนดูสิครับ... บางทีของขวัญที่ผมทิ้งไว้ให้ อาจจะทำให้คุณเปลี่ยนใจเรื่อง ‘พื้นที่บนกระดาน’ ของคุณก็ได้นะ”
รวินทร์วางสายแล้วหันไปมองกระจกเงาด้านหลังทันที เขาเห็นเงาสะท้อนของศิลาที่กำลังยืนงงอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองรบคือ ‘เงา’ ของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังศิลาอีกทีในกระจกสะท้อนนั้น!
มันคือชายในชุดสูทสีเทาเข้ม สวมหมวกปีกกว้างที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ท่าทางการยืนและการเอามือไขว้หลังนั้น... มันคือท่าเดียวกับที่รวินทร์มักจะทำเวลาคิดเรื่องคดี
บุคคลลึกลับคนนั้นยกมือขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงให้เงียบ ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีดำวางทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์หน้าห้องสอบสวนแล้วหายตัวไปในความมืดของทางเดินเหมือนไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น รวินทร์พุ่งตัวออกจากห้องสอบสวนทันที แต่สิ่งที่เขากลับพบที่หน้าเคาน์เตอร์ไม่ใช่แค่ซองจดหมาย
มันคือแฟ้มประวัติอาชญากรรมของ ‘รวินทร์’ เอง ที่มีรูปถ่ายของเขากับศพของครอบครัวในอดีตแนบอยู่ พร้อมข้อความที่เขียนด้วยลายมือตัวบรรจงว่า...
*“คุณไม่ใช่คนตามล่าผม แต่คุณคือฆาตกรคนที่ผมต้องคัดเลือกให้เป็นผู้สืบทอดต่างหากล่ะ... หวังว่าคุณจะสนุกกับเกมในบทถัดไปนะ รวินทร์”*
หวังว่าทุกท่านจะสัมผัสได้ถึงความกดดันที่ผมตั้งใจบรรจงเขียนขึ้นนะครับ แล้วพบกันในบทถัดไปนะครับ - แฟ้มคดีลับ007
รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 11
คำสารภาพที่ถูกบิดเบือน
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!