รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 39

รุ่งอรุณใหม่

ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
"คุณกำลังจะบอกว่า... ผมต้องทิ้งปืนกระบอกนี้ลงในแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือครับ สารวัตร?" รวินทร์วางวัตถุสีดำสนิทลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในห้องสอบสวนที่ไร้ผู้คน เสียงโลหะกระทบพื้นไม้ดังสนั่นในความเงียบงัน เขามองจ้องไปยังสารวัตรศิลาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ทว่าภายในแววตานั้นกลับมีพายุหมุนวนราวกับคนใกล้จะขาดใจ สารวัตรศิลาถอนหายใจยาว พ่นควันบุหรี่จางๆ ออกมาเป็นสายก่อนจะกดนิ้วลงบนปืนกระบอกนั้นแล้วเลื่อนมันกลับไปหารวินทร์ "โลกของฆาตกรเงาจบลงแล้ว รวินทร์... รหัสลับ X ตายไปในกองเพลิงนั้นแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้คือผู้ชายคนหนึ่งที่แบกโลกทั้งใบไว้บนบ่ามากเกินไป ผมไม่ได้บอกให้คุณทิ้งปืนเพื่อลืม ผมบอกให้คุณวางมันลง เพื่อที่มือของคุณจะได้ว่างพอจะหยิบจับชีวิตใหม่เสียที" "ความผิดพลาดของตำรวจเมื่อยี่สิบปีก่อน... มันเปลี่ยนผมเป็นเครื่องจักรที่ไล่ล่าเงา" รวินทร์แค่นยิ้มที่มุมปาก มือของเขาสั่นระริกขณะหยิบรูปถ่ายใบเก่าที่เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อออกมา "ถ้าผมหยุด ผมจะกลายเป็นคนแบบไหนกันครับ? คนที่เดินผ่านคราบเลือดแล้วทำเป็นมองไม่เห็น? หรือคนที่นั่งดื่มกาแฟอย่างมีความสุข ทั้งที่ในอดีตผมไม่เคยรู้เลยว่าพ่อแม่ผมต้องเผชิญกับอะไรก่อนจะจากไป" ศิลาเดินอ้อมโต๊ะมาวางมือบนไหล่ของรวินทร์ น้ำหนักมือที่หนักแน่นนั้นราวกับเป็นสมอเรือที่ยึดเหนี่ยววิญญาณที่กำลังล่องลอย "คุณไม่ได้เป็นคนแบบนั้น เพราะถ้าคุณเป็น คุณคงไม่รอดชีวิตมาจนถึงวันนี้โดยไม่กลายเป็นสัตว์ร้ายเสียเอง รวินทร์... คุณเป็นนักจิตวิทยา ไม่ใช่ฆาตกร และตอนนี้คุณคือคนเดียวที่ได้รับโอกาสให้เขียนตอนจบของเรื่องนี้ด้วยมือตัวเอง" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่ติดผนังคอยตอกย้ำถึงเวลาที่เคลื่อนผ่าน รวินทร์หลับตาลง ภาพของเปลวเพลิงที่เผาผลาญบ้านในวัยเด็ก ภาพใบหน้าของเหยื่อในคดีต่างๆ ที่เขาเคยช่วยไว้ และเงาสะท้อนของ X ที่คอยกระซิบว่า *'เราคือพวกเดียวกัน'* ค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยความอบอุ่นบางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัส "คุณรู้ไหมสารวัตร..." รวินทร์ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นดูอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "ตอนที่ผมยืนอยู่หน้าผาในคืนนั้น ผมไม่ได้เห็นภาพความแค้น แต่มันเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นอนาคต... อนาคตที่ไม่มีเสียงปืน และไม่มีรหัสลับที่ต้องแก้" เขาหยิบปืนกระบอกนั้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้แทนที่จะบรรจุลูกกระสุน เขากลับกดปุ่มปลดแม็กกาซีนออก ปล่อยให้กระสุนทองเหลืองร่วงหล่นลงบนพื้นทีละนัด... หนึ่งนัด คือความแค้น หนึ่งนัด คือความผิดพลาด หนึ่งนัด คือความตายของครอบครัว "ผมจะไป" รวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "แต่ไม่ใช่เพื่อหนี... ผมจะไปเพื่อเริ่มต้นใหม่" ศิลามองดูชายหนุ่มที่เคยเป็นเหมือนคมมีดที่บาดลึกถึงกระดูก ตอนนี้เขากลายเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่พร้อมจะก้าวออกไปเผชิญแสงแดดที่แผดเผา แต่รวินทร์ก้าวไปได้เพียงสามก้าว เขาก็หยุดชะงัก ฝีเท้าของเขาแข็งทื่อเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นรัว มันไม่ใช่เสียงเรียกเข้าปกติ แต่เป็นเสียงดนตรีคลาสสิกจังหวะแปลกๆ ที่เขารู้จักดี... จังหวะที่เป็นเอกลักษณ์ของฆาตกรที่ควรจะตายไปแล้วในกองเพลิง เขายกโทรศัพท์ขึ้นดู หน้าจอแสดงภาพถ่ายใบหนึ่ง... เป็นภาพถ่ายของรวินทร์เมื่อสิบนาทีที่แล้ว ขณะที่เขากำลังวางปืนบนโต๊ะภายในห้องสอบสวนที่ควรจะเป็นความลับสุดยอด ข้อความบนหน้าจอปรากฏขึ้นมาสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียว: *'ศิลปะยังไม่จบลงเพียงเพราะจิตรกรวางพู่กัน... รวินทร์ เรายังมีนิทรรศการรอบสุดท้ายที่ต้องจัดร่วมกัน'* รวินทร์หน้าซีดเผือด เขารีบหันกลับไปมองสารวัตรศิลา แต่พบว่าสารวัตรกำลังจ้องมองโทรศัพท์ของเขาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นความหวาดหวั่นไม่ต่างกัน เพราะในวินาทีนั้นเอง ไฟในห้องสอบสวนก็ดับพรึบลงพร้อมกับเสียงล็อคประตูเหล็กที่ดัง 'กริ๊ก' อย่างหนักแน่นจากภายนอก "สารวัตร... ถ้าผมไม่ได้ตายในกองเพลิง แล้วคุณล่ะ... คุณคือใครกันแน่?" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดมาด้วยกันจนถึงบรรทัดนี้นะครับ แฟ้มคดีลับ007
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%