“ฆาตกรที่แท้จริงไม่เคยจากไปไหนหรอกครับรวินทร์ มันแค่เปลี่ยนบทบาทจากคนถือมีด มาเป็นคนเขียนบทละครที่รอดูเราดิ้นรนอยู่ในกรงขังแห่งความรู้สึกผิด”
เสียงทุ้มต่ำของสารวัตรศิลาแว่วผ่านควันบุหรี่ที่ลอยฟุ้งในห้องทำงานแคบๆ ของรวินทร์ เขายืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่าง มองออกไปเห็นแสงไฟในเมืองหลวงที่ดูพร่าเลือนราวกับความจริงที่เขาเพิ่งคลี่คลายได้เพียงครึ่งเดียว รวินทร์นิ่งเงียบ นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเข็มนาฬิกาที่กำลังถอยหลังนับเวลาตายของความสงบสุขที่เพิ่งมาเยือน
“ถ้า ‘รหัสลับ’ คือศิลปิน... งานชิ้นเอกของมันก็คงไม่ใช่แค่การพรากชีวิตคนหรอกครับสารวัตร” รวินทร์เอ่ยขึ้นช้าๆ แววตาของเขาเหม่อมองไปยังแฟ้มคดีที่ปิดตายวางกองอยู่บนโต๊ะ “แต่มันคือการทำให้เราสงสัยในตัวตนของตัวเองจนวันตาย”
ศิลาเดินเข้ามาใกล้ วางแก้วกาแฟที่เย็นชืดลงตรงหน้าชายหนุ่ม “คดีจบแล้ว ฆาตกรตัวจริงถูกจับเข้าห้องขังไปแล้ว หลักฐานมัดตัวแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด นายยังจะกังวลเรื่องอะไรอีก?”
รวินทร์ไม่ตอบ เขาหยิบซองจดหมายสีขาวสะอาดตาที่วางอยู่ใต้กองเอกสารคดีขึ้นมา มันถูกวางทิ้งไว้เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ ไม่มีรอยนิ้วมือ ไม่มีแสตมป์ มีเพียงชื่อของเขาที่เขียนด้วยลายมือบรรจงงดงาม... ลายมือที่เขาจำได้แม่นยิ่งกว่าลายมือตัวเอง
เขากรีดซองออกช้าๆ กระดาษแผ่นเดียวข้างในนั้นไม่มีข้อความยาวเหยียด มีเพียงพิกัดทางภูมิศาสตร์ที่ระบุตำแหน่งของสถานที่แห่งหนึ่งในป่าลึกทางภาคเหนือ และประโยคสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของรวินทร์เย็นเฉียบ
*‘ความยุติธรรมที่แกเพียรตามหา คือความบันเทิงที่ฉันสร้างขึ้น... แล้วแกจะทำอย่างไร เมื่อกระดานหมากรุกกระดานต่อไป ไม่ได้มีแค่เราสองคน’*
“รวินทร์?” ศิลาขมวดคิ้ว เมื่อเห็นสีหน้าของรวินทร์เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ความเยือกเย็นที่เคยฉาบหน้าหายไป เหลือเพียงแววตาของนักล่าที่พบร่องรอยของเหยื่อที่ฉลาดกว่าเดิม
รวินทร์ขยำกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ “สารวัตรครับ... เตรียมตัวให้พร้อมเถอะครับ เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ”
“หมายความว่ายังไง?”
รวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางคว้าเสื้อโค้ทตัวเก่งขึ้นมาสวม “คนที่ถูกจับไป มันเป็นแค่เงาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเรา รหัสลับตัวจริงไม่ได้แค่เล่นเกมฆ่าคน แต่มันกำลังเปลี่ยนอาชญากรรมให้กลายเป็นระบาดวิทยา มันกำลังเพาะเชื้อร้ายใส่สมองของผู้คน ให้กลายเป็นฆาตกรที่คาดเดาไม่ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีแรงจูงใจ”
ศิลาหน้าเครียดทันที เขาเข้าใจในสิ่งที่รวินทร์สื่อ “แกหมายถึง... มันกำลังสร้างลัทธิ?”
“มันกำลังสร้างโลกที่ความมืดเป็นใหญ่” รวินทร์ก้าวเดินไปที่ประตู สายตาของเขาเด็ดเดี่ยวและเย็นเยียบ “และที่สำคัญที่สุด... จดหมายฉบับนี้ส่งมาถึงผม ไม่ใช่ในฐานะคู่ปรับ แต่มันกำลังเชิญชวนให้ผมกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ผมเกลียดที่สุด”
รวินทร์หยุดเดินที่หน้าประตู เขาหันกลับมามองศิลาที่ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น “สารวัตรครับ คุณอาจจะถอนตัวตอนนี้ได้นะ แต่นับจากวินาทีนี้ไป รวินทร์คนเดิมที่เคยเชื่อในกระบวนการยุติธรรมได้ตายไปพร้อมกับคดีนี้แล้ว ผมจะทำทุกอย่าง... แม้กระทั่งกลายเป็นปีศาจ เพื่อลากคอมันมาลงนรก”
ห้องทำงานกลับเข้าสู่ความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วง รวินทร์เปิดประตูออกไป ทิ้งให้ศิลามองตามหลังด้วยความรู้สึกหวั่นใจ เขารู้ดีว่าความมืดมิดที่รออยู่เบื้องหน้าในคดีใหม่นี้ มันซับซ้อนและไร้รูปร่างมากกว่าศัตรูคนใดที่พวกเขาเคยเจอ
รวินทร์ก้าวออกไปสู่ถนนเบื้องล่าง แสงไฟสลัวสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งหนึ่งที่ดูเย็นชา ที่ปลายเท้าของเขามีเงามืดทอดยาวออกไป ดูเหมือนว่าเงาพยัคฆ์ตัวนี้จะไม่ได้ถูกอำพรางเพียงแค่ในคดี แต่มันได้กลืนกินวิญญาณของนักจิตวิทยาอาชญากรคนนี้ไปครึ่งหนึ่งแล้ว เพื่อที่จะตามล่าฆาตกรที่ร้ายกาจกว่าเดิม
“รหัสลับ... ผมจะหาคุณให้เจอ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิต หรือศีลธรรมที่เหลืออยู่ก็ตาม” เขากระซิบกับความว่างเปล่าก่อนจะก้าวหายไปในฝูงชน
จดหมายฉบับนั้นไม่ใช่บทจบ แต่มันคือบทนำของความหายนะครั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึง และรวินทร์ก็พร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่เงามืดนั้นด้วยตัวเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดมาด้วยกันจนถึงบรรทัดนี้นะครับ แฟ้มคดีลับ007
รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 40
บทส่งท้าย: คดีที่ยังไม่จบ
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!