"กระสุนนัดนั้นไม่ได้สังหารใครเพียงคนเดียว แต่มันสังหารอนาคตของผมไปด้วย ศิลา... นายเข้าใจไหมว่าการถูกแช่แข็งอยู่ในความทรงจำที่ไร้ทางออกมันทรมานแค่ไหน"
รวินทร์พึมพำกับความว่างเปล่าภายในห้องทำงานที่มืดสลัว แสงไฟจากป้ายนีออนข้างนอกสาดส่องเข้ามาเป็นจังหวะเหมือนสัญญาณชีพที่กำลังอ่อนแรง เขาไม่ได้นอนมาสามวันเต็ม นับตั้งแต่พบร่องรอยการจัดวางศพในคดีล่าสุดที่เลียนแบบสัญลักษณ์ 'นกฟีนิกซ์ไร้ปีก' ซึ่งเป็นจดหมายเหตุอาชญากรรมที่เขาเคยเจอเมื่อยี่สิบปีก่อน
เขาทรุดตัวลงบนเก้าอี้หนังเก่าๆ หลับตาลงช้าๆ แต่ภาพในหัวกลับเริ่มกรอถอยหลังเหมือนฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกเผาไหม้...
*เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นปูนเปียกชื้น รวินทร์ในวัยสิบขวบซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าไม้เก่าๆ กลิ่นเลือดคาวคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนที่สาดเข้ามาตามรอยแตกของหน้าต่าง เขาเห็นชายคนหนึ่ง—ชายที่สวมถุงมือหนังสีดำสนิท—กำลังค่อยๆ บรรจงวางดอกกุหลาบสีขาวลงบนอกของผู้เป็นแม่ ท่าทางของฆาตกรดูใจเย็น ราวกับกำลังจัดแจงเตียงนอนให้คนที่เขารักที่สุด*
*ชายคนนั้นหันมามองที่ตู้เสื้อผ้า รวินทร์กลั้นหายใจจนปอดแทบระเบิด ฆาตกรไม่ได้เปิดตู้ แต่มันกลับเขียนรหัสบางอย่างลงบนบานประตูด้วยเลือด แล้วกระซิบเบาๆ ราวกับคนรัก*
*"จงจำไว้ รวินทร์... ศิลปะที่แท้จริง คือการคงความงามไว้ชั่วนิรันดร์ในความตาย"*
รวินทร์สะดุ้งเฮือกขึ้นมา เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง เขารีบเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน หยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าที่เปื้อนคราบน้ำตาและกาลเวลาออกมา ภาพวาดลายเส้นบนประตูบานนั้นปรากฏชัดขึ้นมาอีกครั้ง มันไม่ใช่รหัสสุ่ม แต่มันคือผังทางเดินของสถานีตำรวจที่ครอบครัวของเขาเคยอาศัยอยู่ก่อนเหตุการณ์สังหารหมู่
เสียงเคาะประตูจังหวะหนักแน่นและกระชากอารมณ์ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต สารวัตรศิลาก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือข้างหนึ่งถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาล อีกข้างถือแก้วกาแฟเย็นชืดที่น่าจะซื้อมานานแล้ว
"นายดูไม่ได้เลย รวินทร์" ศิลาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบไม้ดังสะท้อนก้อง "ผลชันสูตรเหยื่อรายล่าสุดออกมาแล้ว มีร่องรอยการฉีดสารเคมีบางอย่างที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวผิดปกติ แต่นั่นไม่ใช่จุดสำคัญที่สุด... เราพบสัญลักษณ์ที่ต้นคอของเหยื่อ"
รวินทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่แดงก่ำจ้องมองเพื่อนร่วมงานอย่างเฉียบคม "นกฟีนิกซ์... ใช่ไหม"
ศิลาชะงักไปชั่วครู่ แววตาของตำรวจผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากฉายความสับสน "นายรู้ได้ยังไง? บันทึกนี้เพิ่งถูกถอดรหัสจากภาพถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนเมื่อชั่วโมงที่แล้ว"
รวินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่านสันหลัง นี่ไม่ใช่แค่การเลียนแบบ แต่นี่คือ 'คำประกาศสงคราม' ที่ส่งตรงถึงตัวเขาโดยเฉพาะ "ศิลา นายจำได้ไหมว่าทำไมคดีครอบครัวผมถึงถูกปิดไปแบบเงียบเชียบ? เพราะตำรวจในสมัยนั้นเชื่อว่ามันคืออุบัติเหตุที่เกิดจากการหึงหวง แต่จริงๆ แล้ว... มันคือการซ้อมใหญ่ของคนคนนี้"
"นายจะบอกว่า X คือคนเดียวกันกับเมื่อยี่สิบปีก่อนงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้ รวินทร์ มันต้องแก่ตายไปแล้ว" ศิลาเถียงเสียงแข็ง ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นไหวเล็กน้อย
"ปีศาจแบบมันไม่มีวันแก่ตัวลงหรอกศิลา มันแค่เปลี่ยนร่างและรอเวลาที่จะได้เล่นสนุกกับเหยื่อรายใหม่ที่มันถูกใจ" รวินทร์หยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมา แล้วเขียนรหัสที่เขาเห็นในฝันลงบนกระดาษ "ไปดูที่เก็บหลักฐานของสถานีตำรวจเก่าที่ถูกทิ้งร้างในเขตพื้นที่ 4 ตอนนี้เลย ถ้าเราไปทัน เราอาจจะเจอ 'ชิ้นส่วน' ที่มันทิ้งไว้เพื่อบอกใบ้ว่าใครคือรายต่อไป"
ทั้งสองเร่งฝีเท้าออกจากห้องทำงาน บรรยากาศในโถงทางเดินของสถานีตำรวจยามค่ำคืนดูวังเวงแปลกตา เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังสะท้อนไปมาเหมือนมีคนกำลังเดินตาม แต่เมื่อหันกลับไปดู กลับพบเพียงทางเดินว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยเงาตะคุ่ม
เมื่อไปถึงจุดหมายที่เป็นโกดังเก็บของเก่า รวินทร์รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่หน้าอก หัวใจของเขากำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกับความทรงจำที่เลวร้ายที่สุด ศิลาพังประตูเข้าไป กลิ่นเหม็นอับของฝุ่นและเชื้อราปะทะเข้าหน้า
"รวินทร์... นายดูนั่น" ศิลาใช้ไฟฉายส่องไปที่ผนังด้านในสุด
ภาพตรงหน้าทำให้รวินทร์แทบหยุดหายใจ บนผนังไม้ผุพังมีรูปถ่ายของเขาทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน ถูกแปะเรียงกันเป็นวงกลม และตรงกลางวงกลมนั้น... คือภาพถ่ายใบหน้าของศิลาที่ถูกขีดฆ่าด้วยสีแดงฉาน
รวินทร์ก้าวเข้าไปใกล้รูปถ่ายของตนเอง มือสั่นเทาเอื้อมไปแตะภาพนั้น แล้วเขาก็พบว่ามีกล่องดนตรีไม้แกะสลักวางอยู่ด้านหลัง มันกำลังส่งเสียงเพลงกล่อมเด็กที่แม่ของเขามักจะร้องให้ฟังก่อนนอนเสมอ
*ติ๊ง... ต่อง...* เสียงกล่องดนตรีดังแว่วราวกับเป็นสัญญาณเริ่มต้น
"ศิลา ถอยออกมา!" รวินทร์ตะโกนลั่นเมื่อเห็นแสงไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ จากใต้เก้าอี้ตัวที่ศิลายืนอยู่
ทว่ามันสายเกินไป เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ที่ขับผ่านหน้าโกดังดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนยืนตระหง่านอยู่ที่ประตูทางเข้า เขาคนนั้นสวมหมวกปีกกว้างและถือรีโมทคอนโทรลในมือ แสงไฟจากภายนอกทำให้เห็นเพียงโครงหน้าครึ่งหนึ่งที่เป็นรอยแผลเป็นลึก รอยยิ้มของเขาดูอำมหิตและคุ้นเคยอย่างน่าสะพรึงกลัว
"ขอบคุณที่มาตามนัดนะ... ลูกศิษย์รัก" ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็น ก่อนจะกดปุ่มในมือ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านวินาทีเฉียดตายไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันในบทถัดไปนะครับ - แฟ้มคดีลับ007
รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 8
บาดแผลที่ไม่มีวันหาย
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!