"คุณกำลังเอาชีวิตไปวางไว้บนเขียงนะรวินทร์ มันไม่ใช่แค่การเสี่ยง แต่มันคือการฆ่าตัวตายชัดๆ!"
เสียงกระแทกของแก้วกาแฟที่วางลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องในห้องทำงานที่เงียบงัน สารวัตรศิลาจ้องมองรวินทร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเดือดดาลและกังวลในคราวเดียวกัน เขากำลังยืนอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ดที่เต็มไปด้วยเส้นโยงโยงใยของร่องรอยฆาตกรรมที่ดูเหมือนไร้ทางออก
รวินทร์นั่งนิ่งอยู่ในความมืดสลัว แสงไฟจากโต๊ะทำงานเพียงดวงเดียวส่องกระทบใบหน้าซีกหนึ่งของเขา ทิ้งอีกซีกไว้ในเงามืด "ในเมื่อมันมองว่าการฆ่าคือศิลปะ สารวัตร... เราก็ต้องจัดนิทรรศการให้มันดู การจะจับผีเสื้อที่บินว่อนท่ามกลางพายุ เราต้องเป็นเสียเองที่เป็นดอกไม้ที่หอมหวานที่สุดในสวน"
"แต่นายไม่ใช่ดอกไม้ นายคือเหยื่อรายต่อไป!" ศิลาเดินเข้ามาใกล้ คว้าปกเสื้อของนักจิตวิทยาหนุ่มขึ้นมาเขย่า "ผมจะไม่ยอมให้คุณใช้ชีวิตตัวเองเป็นตัวล่อให้กับคนพรรค์นั้นเด็ดขาด!"
รวินทร์ปัดมือของศิลาออกอย่างใจเย็น เขาหยิบปากกาเมจิกขึ้นมา แล้วลากเส้นวงกลมรอบสถานที่หนึ่งในแผนที่—ตรอกแคบๆ หลังโกดังร้างย่านท่าเรือที่ไม่มีกล้องวงจรปิด "มันเฝ้ามองผมอยู่ ศิลา ผมรู้ดี มันไม่ได้ต้องการแค่ฆ่า แต่มันต้องการทำลายความเชื่อมั่นของผม... ถ้าผมแสดงความอ่อนแอออกมาในจุดที่มันคาดหวัง มันจะปรากฏตัว"
"แล้วถ้ามันไม่มาล่ะ? ถ้ามันแค่รอดูคุณตายโดยที่ไม่ต้องลงมือเองล่ะ?" ศิลาถามเสียงสั่น
"นั่นก็คือความเสี่ยงที่ผมต้องแบกรับ" รวินทร์ตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "แต่ผมมีแผนสำรองในแผนสำรองเสมอ คุณแค่คอยจับสัญญาณคลื่นความถี่ที่ผมเตรียมไว้ก็พอ อย่าให้ใครรู้ว่าคุณอยู่ตรงนั้น"
เวลา 02.45 น.
อากาศที่ท่าเรือเต็มไปด้วยกลิ่นไอเค็มของทะเลและคราบน้ำมันที่เน่าเสีย รวินทร์เดินผ่านตรอกมืดด้วยจังหวะที่จงใจให้ดูสั่นคลอนและหวาดระแวง เขาไม่ได้พกอาวุธติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียวตามกติกาที่เขาสร้างขึ้นมาในหัวเพื่อล่อลวงผู้ล่า
เขาหยุดเดินตรงหน้าถังขยะเหล็กขึ้นสนิม แสร้งทำเป็นหยิบซองจดหมายปริศนาที่เขาแอบทิ้งไว้เมื่อช่วงหัวค่ำขึ้นมาอ่าน มือของเขาสั่นไหวเล็กน้อยตามบทบาทที่แสดง แต่ประสาทสัมผัสทุกส่วนกำลังทำงานหนักยิ่งกว่าเครื่องจักร
*หนึ่ง... สอง... สาม...*
เสียงฝีเท้าเบาหวิวที่เหยียบลงบนเศษกระจกแตกดังขึ้นจากด้านหลัง ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังของรวินทร์ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความตื่นเต้นที่การเดิมพันครั้งนี้กำลังจะสัมฤทธิ์ผล
"ความเจ็บปวดไม่ได้อยู่ที่บาดแผลหรอกนะรวินทร์ แต่มันอยู่ที่การยอมรับว่าสิ่งที่นายพยายามปกป้องมาตลอด... แท้จริงแล้วมันไม่มีอยู่จริง"
เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังมาจากเงามืด เสียงนั้นเรียบเฉย เย็นเยียบ และไร้อารมณ์เหมือนเข็มเย็บผ้าที่พร้อมจะปักลงบนตุ๊กตาที่ไม่มีชีวิต รวินทร์ไม่หันหลังกลับ เขาเพียงแต่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น
"คุณก็แค่ฆาตกรที่พยายามหาความชอบธรรมให้แก่ความโหดร้ายของตัวเอง รหัสลับ" รวินทร์เอ่ยตอบ เสียงของเขาคงที่อย่างเหลือเชื่อ "คุณเรียกมันว่าศิลปะ แต่สำหรับผม... คุณก็แค่กระจกเงาที่สะท้อนความบิดเบี้ยวของสังคมออกมา"
"หึ... นักจิตวิทยาผู้ปราดเปรื่อง"
ฆาตกรเงาก้าวออกมาจากเงามืด ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงเงาวับสะท้อนแสงจันทร์สลัวจ่อเข้าที่ท้ายทอยของรวินทร์ ทว่าในจังหวะที่นิ้วของฆาตกรกำลังจะเหนี่ยวไก รวินทร์กลับยิ้มออกมา—เป็นยิ้มที่ทำให้ฆาตกรต้องชะงัก
"คุณลืมไปอย่างหนึ่งนะ" รวินทร์พูดต่อ "ในบทเรียนจิตวิทยาอาชญากรที่คุณพยายามสอนผม... กฎข้อที่สำคัญที่สุดคือ อย่าประมาทคนที่ไม่มีอะไรจะเสีย"
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณหวอไซเรนที่ถูกดัดแปลงให้ดังสะท้อนก้องกัมปนาทมาจากทั่วทุกทิศทางรอบโกดัง แสงแฟลชจากระเบิดแสงถูกจุดขึ้นจากมุมมืดโดยฝีมือของศิลาและทีมหน่วยจู่โจมที่ซุ่มรออยู่ ฆาตกรเบิกตากว้างในจังหวะที่แสงจ้าเข้าตาจนพร่ามัว แต่สิ่งที่ทำให้คนร้ายต้องตกตะลึงยิ่งกว่าไม่ใช่ตำรวจที่พุ่งเข้ามา
รวินทร์ที่ควรจะตกเป็นเหยื่อกลับคว้าข้อมือของคนร้ายไว้ด้วยความเร็วที่เหนือชั้น เขากระชากคนร้ายให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน ก่อนจะถอดหน้ากากที่ปกปิดใบหน้าของฆาตกรออกในจังหวะเดียวกับที่ทีมตำรวจรุดเข้ามาล้อมไว้
แต่รวินทร์กลับต้องยืนนิ่งแข็งทื่อ... หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น เมื่อใบหน้าที่ปรากฏอยู่ใต้หน้ากากนั้นไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหน แต่มันคือใบหน้าที่เขาคุ้นเคยดีที่สุดในความทรงจำที่แตกสลาย
"แก..." รวินทร์ครางออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับสายลม
คนที่อยู่ตรงหน้า... คนที่เขากำลังจับกุม... คือคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน คนที่เป็นจุดเริ่มต้นของความแค้นทั้งหมดในใจของเขา
รวินทร์ค่อยๆ ปล่อยมือออกจากปกเสื้อของชายคนนั้น ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีซีดขาวดั่งกระดาษ ท่ามกลางความสับสนของสารวัตรศิลาที่ก้าวเข้ามาสมทบ "รวินทร์! เกิดอะไรขึ้น! ทำไมคุณถึงทำหน้าเหมือนเห็นผี?"
รวินทร์ไม่ตอบ เขาจ้องมองไปที่รอยสักรูปพยัคฆ์บนลำคอของชายคนนั้น—รอยสักที่เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มที่เขาเคยสืบว่าเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของครอบครัวเขา แต่มันกลับขยับตัวยิ้มตอบเขาอย่างท้าทาย
"เกมมันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหากล่ะ... น้องชาย" ฆาตกรกระซิบผ่านริมฝีปากที่เปื้อนเลือด พร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเวทนา
ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดและเผชิญหน้ากับความจริงที่เจ็บปวดไปพร้อมกับผมในตอนนี้ ขอให้เตรียมใจไว้ให้ดีนะครับ เพราะตอนหน้า... ความลับที่ถูกฝังไว้ใต้เถ้าถ่านจะย้อนกลับมาเผาไหม้ทุกอย่างให้สิ้นซาก แฟ้มคดีลับ007ครับ
รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 21
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!