“ถอยออกไปจากหน้าจอเดี๋ยวนี้ สารวัตร... นั่นไม่ใช่แค่ภาพบันทึก แต่มันคือคำเชื้อเชิญ”
เสียงของรวินทร์เยือกเย็นราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนความเงียบในห้องควบคุมปฏิบัติการ แสงไฟสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบเครื่องสะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่คมที่กำลังหรี่ลงด้วยความระมัดระวัง สารวัตรศิลาชะงักมือที่กำลังจะคว้าเมาส์ขึ้นมาขยายภาพ ใบหน้ากร้านโลกของนายตำรวจใหญ่มีร่องรอยของความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“แต่มันกำลังเคลื่อนไหว รวินทร์... ไอ้ฆาตกรนั่นรู้ว่าเรากำลังดูอยู่ และมันกำลังยิ้ม” ศิลาตอบกลับ เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโกรธที่ไม่อาจควบคุมได้
รวินทร์ไม่ตอบ เขาขยับตัวเข้าใกล้หน้าจอหลักจนลมหายใจรดกระจกเงา ในจอนั้นคือภาพฟุตเทจจากกล้องวงจรปิดในโกดังร้างย่านท่าเรือที่เพิ่งเกิดเหตุเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ชายในชุดสูทสีเทาเข้มยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟที่ติดๆ ดับๆ เผยให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้า ฆาตกรเงาไม่ได้ถืออาวุธ แต่มันกำลังถือบางสิ่งที่คล้ายกับสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ชูขึ้นตรงหน้าเลนส์กล้องอย่างเชื่องช้า
วินาทีนั้นเอง ภาพในจอก็เปลี่ยนไป ฆาตกรเงาขยับหน้ากากสีขาวเรียบเฉยเข้ามาใกล้จนเกือบชิดเลนส์ ราวกับว่ามันสามารถมองทะลุผ่านกระแสข้อมูลดิจิทัลมายังคนเบื้องหลังหน้าจอได้จริงๆ รวินทร์กลั้นหายใจ สบตาเข้ากับรูม่านตาสีดำสนิทที่สะท้อนอยู่ในจอภาพ
มันเป็นความรู้สึกที่ขนลุกซู่ไปทั้งสันหลัง ไม่ใช่ความกลัวตาย แต่เป็นความรู้สึกที่ถูก 'อ่าน' จนทะลุปรุโปร่ง
“มันไม่ได้สบตากับกล้อง สารวัตร... แต่มันกำลังสบตากับผม” รวินทร์พึมพำ น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว “มันกำลังบอกว่า เกมของเราเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงจัง”
นิ้วเรียวยาวของรวินทร์รัวลงบนคีย์บอร์ดด้วยความเร็วสูง พยายามเจาะรหัสข้อมูลย้อนกลับไปยังสัญญาณภาพที่ถูกส่งมา แต่มันกลับว่างเปล่า เหมือนกับว่าข้อมูลเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นมาจากความว่างเปล่า หรือไม่ก็ถูกตัดต่อให้กลายเป็นลูปวนซ้ำที่ไม่มีวันสิ้นสุด
“รวินทร์ หยุดเถอะ! นี่มันกับดักชัดๆ” ศิลาตะโกนเตือนพร้อมกับคว้าไหล่รวินทร์ไว้ “ถ้าเราลากข้อมูลนี้ต่อ มีหวังระบบความปลอดภัยของกรมตำรวจได้พังยับแน่”
รวินทร์หยุดมือลงกะทันหัน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง เขาถอยห่างออกมาจากหน้าจอเล็กน้อย แววตาของเขายังคงจ้องมองไปที่จุดที่ฆาตกรเคยยืนอยู่ ความรู้สึกผิดในอดีตที่เคยสูญเสียครอบครัวไปเพราะความล่าช้าของระบบตำรวจพุ่งกลับเข้ามาในหัวใจราวกับพายุที่หวนคืน
“สารวัตร... ถ้าผมไม่รับคำท้าในคืนนี้ อีกสามคนจะหายไปเหมือนเหยื่อรายที่ผ่านมา” รวินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเจ็บปวด “มันไม่ได้ฆ่าเพื่อความสะใจ แต่มันฆ่าเพื่อสร้างผลงานศิลปะที่มันเชื่อว่าเราไม่มีวันทำความเข้าใจได้”
ศิลาถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ “นายกำลังเอาตัวเข้าแลกกับเงาที่ไม่มีตัวตนนะ รวินทร์... ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนาย ใครจะรับผิดชอบต่อความจริงที่ซ่อนอยู่”
“ไม่ต้องมีใครรับผิดชอบหรอกครับ เพราะความจริงมันมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ”
รวินทร์หันกลับไปที่หน้าจออีกครั้ง คราวนี้ภาพในจอไม่ได้มีเพียงแค่ฆาตกร แต่มีพิกัดตำแหน่งสถานที่หนึ่งปรากฏขึ้นมาสั้นๆ ก่อนจะหายไป มันคือ ‘ห้องสมุดเก่าท้ายเมือง’ สถานที่ซึ่งรวินทร์เคยใช้หลบซ่อนตัวในวัยเด็กหลังจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนั้น
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ฆาตกรเงากำลังต้อนเขาให้ไปเผชิญหน้ากับปมในใจที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดหลายปี
“ผมต้องไปที่นั่นคนเดียว” รวินทร์ลุกขึ้นยืน คว้าเสื้อโค้ทตัวยาวขึ้นมาสวม “ถ้าผมไม่กลับมาในเวลาที่กำหนด สารวัตรเก็บรวบรวมแฟ้มคดีนี้ไว้ให้ดี แล้วส่งมันให้กับคนที่พร้อมจะรื้อคดีของครอบครัวผมใหม่”
“รวินทร์! อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ!” ศิลาลุกขึ้นตาม แต่ชายหนุ่มเพียงแค่หันมายิ้มบางๆ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเศร้าและเด็ดเดี่ยว
ขณะที่รวินทร์ก้าวออกจากห้องควบคุมปฏิบัติการ ไฟในโถงทางเดินก็ดับพรึบลงโดยไม่มีสาเหตุ เหลือเพียงแสงสีแดงจากสัญญาณเตือนภัยที่กะพริบถี่ๆ เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังแว่วมาจากมุมมืดสุดของโถงทางเดิน มันเป็นเสียงฝีเท้าที่หนักแน่น มั่นคง และคุ้นเคยอย่างประหลาด
รวินทร์ชักปืนพกออกมาจากซองข้างเอว จังหวะหัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองศึก เมื่อบุคคลที่เดินออกมาจากเงามืดนั้นไม่ได้สวมหน้ากาก แต่ทว่า... ใบหน้านั้นกลับเป็นใบหน้าที่รวินทร์รู้จักดีที่สุดในโลก มันคือใบหน้าของพ่อของเขา ผู้ที่ควรจะเสียชีวิตไปเมื่อยี่สิบปีก่อน!
“แก... แกเป็นใครกันแน่?” รวินทร์ถาม เสียงของเขาสั่นเครือในขณะที่ปลายกระบอกปืนสั่นไหวเล็กน้อย
ชายคนนั้นหยุดเดินห่างจากรวินทร์เพียงไม่กี่ก้าว ก่อนจะยกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่หน้าอก ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่พ่อของเขาเคยได้รับในวันเกิดเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนั้น รอยยิ้มที่มุมปากของชายปริศนาทำให้รวินทร์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า
“เราไม่ได้พบกันนานเลยนะ... ลูกชาย” ชายปริศนากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับพ่อของเขาทุกประการ ก่อนจะหยิบหน้ากากสีขาวที่ถืออยู่ในมือขึ้นมาสวมทับใบหน้านั้นช้าๆ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดและเผชิญหน้ากับความจริงที่เจ็บปวดไปพร้อมกับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ... แฟ้มคดีลับ007
รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 20
การเผชิญหน้าครั้งที่สอง
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!