รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 5

พันธมิตรที่ไม่เต็มใจ

ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
นิ้วเรียวยาวของรวินทร์หยุดชะงักลงห่างจากลูกบิดประตูห้องชันสูตรเพียงไม่กี่มิลลิเมตร เสียงเคาะสามครั้งนั้นไม่ใช่ความบังเอิญ มันคือจังหวะซิงโคเป이션ที่ถูกบันทึกไว้ในสมุดปกหนังสีดำของฆาตกรเงา—*เปรี้ยง, เปรี้ยง... เปรี้ยง* น้ำหนักและระยะห่างระหว่างครั้งสะท้อนถึงความจงใจข่มขวัญอย่างชัดเจน เขากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สายตาสีดำสนิทกวาดมองไปรอบห้องชันสูตรที่ไร้ทางหนีทีไล่ แสงไฟนีออนสีขาวโพลนบนเพดานกะพริบเบาๆ สลับกับเสียงฮัมต่ำของเครื่องทำความเย็นที่เก็บร่างไร้วิญญาณของผู้เคราะห์ร้าย รวินทร์ตัดสินใจหมุนลูกบิดแล้วกระชากเปิดออกอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งตัว ทว่า... ไม่มีเงาของฆาตกรโรคจิตยืนอยู่ตรงนั้น มีเพียงร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยับยี่ยับย่นของสารวัตรศิลา ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนเกิดรอยย่นระหว่างคิ้ว ดวงตาคู่คมของนายตำรวจใหญ่จ้องมองรวินทร์กลับมาด้วยความระแวงระวังไม่แพ้กัน มือขวาสอดอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ตราวกับเตรียมชักอาวุธออกมาตลอดเวลา "คุณมาทำบ้าอะไรลับๆ ล่อๆ ในนี้ตอนตีสอง, รวินทร์?" ศิลาเปิดฉากด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ ทุ้มลึก และเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ รวินทร์ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ พยายามเก็บอาการประหลาดใจไว้ใต้หน้ากากความเยือกเย็น เขาถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาในห้อง "ผมควรเป็นฝ่ายถามคุณมากกว่านะครับ สารวัตร... คุณรู้รหัสเคาะประตูนี้ได้อย่างไร?" ศิลาเดินผ่านหน้าเขาเข้าไปในห้อง กลิ่นอายบุหรี่ราคาถูกผสมกับความชื้นยามค่ำคืนลอยเข้าแตะจมูก นายตำรวจใหญ่หยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะสแตนเลสที่ร่างของผู้ตายยังคงนอนสงบนิ่งใต้ผ้าคลุมสีขาว ศิลาไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่ใช้สายตากวาดมองแฟ้มคดีบนโต๊ะที่ถูกเปิดค้างไว้ "ผมไม่ได้รู้รหัสอะไรนั่นหรอก" ศิลาพูดเสียงเรียบ สายตายังคงจดจ้องรอยแผลบนศพที่โผล่พ้นผ้าคลุม "ผมแค่มารายงานตัว... และมาบอกคุณว่า ผู้บังคับบัญชาเพิ่งเซ็นคำสั่งอนุมัติให้คุณเข้าถึงฐานข้อมูลลับระดับท็อปซับของกรมตำรวจได้แล้วอย่างเป็นทางการ" รวินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย สมองเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว "คำสั่งเร่งด่วนกลางดึก? ปกติกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามวันไม่ใช่หรือครับ ทำไมถึงเร่งรีบขนาดนี้... หรือว่าเบื้องบนเริ่มตระหนักแล้วว่าพวกเขากำลังเล่นอยู่กับใคร?" ศิลาหันขวับกลับมามองนักจิตวิทยาหนุ่ม แววตาของนายตำรวจรุ่นพี่ฉายความเหนื่อยล้าและกดดันอย่างปิดไม่มิด "เพราะศพที่สามเพิ่งถูกพบเมื่อชั่วโมงที่แล้ว... และคราวนี้ มันไม่ใช่แค่การฆาตกรรมอำพราง แต่มันคือการประกาศสงคราม" ห้องชันสูตรตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์ที่ส่งเสียงเตือนเบาๆ รวินทร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของศิลา เขากำลังอ่านภาษากาย ความตึงเครียดที่หัวไหล่ และรอยคล้ำใต้ดวงตาบอกชัดเจนว่าสารวัตรศิลาไม่ได้โกหก ชายตรงหน้าจนตรอกแล้วจริงๆ ถึงยอมกลืนศักดิ์ศรีมาขอความช่วยเหลือจากคนที่ตัวเองเกลียดชังวิธีﹾการที่สุด "ความช่วยเหลือจากผมมีราคาแพงนะครับ, สารวัตร" รวินทร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีด "คุณต้องแลกด้วยการอนุญาตให้ผมใช้สิทธิ์ขาดในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ต้องสงสัย โดยที่ทีมของคุณไม่มีสิทธิ์แทรกแซง จนกว่าผมจะบอกให้เคลื่อนไหว" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าแสดงความเย้ยหยันชัดเจน "อย่าหลงตัวเองให้มากนัก, รวินทร์! คุณเป็นแค่นักจิตวิทยาที่วิเคราะห์คนตายและคนบ้าได้ดี แต่คุณไม่มีทางเข้าใจยุทธวิธีของตำรวจหรอก เรากำลังพูดถึงการจับกุมอาชญากรตัวเป็นๆ ไม่ใช่การนั่งคุยกันในห้องบำบัดจิต" "ถ้าผมเป็นแค่นักจิตวิทยาธรรมดา... ทำไมคุณถึงยืนอยู่ตรงนี้ล่ะครับ?" รวินทร์ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวสารวัตรศิลาช้าๆ ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้คนทั้งสองต้องสบตากันในระยะประชิด กลิ่นอายความกดดันทางจิตวิทยาแผ่ออกมาจากตัวรวินทร์จนศิลาต้องเป็นฝ่ายกะพริบตาหลบ "คุณรู้ดีว่าคดีนี้ไม่มีร่องรอย ไม่มีพยาน และฆาตกรกำลังเดินนำหน้าพวกเราไปสามก้าว ถ้าคุณยังใช้คำสั่งและวิธีโบราณๆ ของคุณ พรุ่งนี้เช้าจะมีศพที่สี่ ศพที่ห้า และเมืองนี้จะลุกเป็นไฟ" ศิลาขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อบริเวณกรามปูดโปน มือที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อกำหมัดแน่นด้วยความโกรธกร้ำ ความอีโก้ของนายตำรวจมือปราบระดับตำนานกำลังถูกเหยียบย่ำด้วยคำพูดที่ตรงไปตรงมาจนน่าเจ็บใจของนักจิตวิทยาหนุ่ม แต่เขารู้ดี... รวินทร์พูดถูกทุกคำ "ตกลง" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา "นายมีเวลาสิบสองชั่วโมงในการเจาะลึกฐานข้อมูลลับของกรมฯ และหาตัวตนที่แท้จริงของมัน... ถ้าเกินเวลานี้ หรือถ้าแผนของนายทำลูกน้องผมตายแม้แต่คนเดียว ฉันจะเอาตัวนายเข้าคุกข้อหาสมรู้ร่วมคิด จำคำฉันไว้, รวินทร์" รวินทร์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่พบเหยื่อในเขาวงกต "ดีมากครับ... พาผมไปที่ห้องคอมพิวเตอร์นิรภัยเดี๋ยวนี้ เราไม่มีเวลาให้เสียอีกแล้ว" ทั้งคู่เดินเคียงกันออกจากห้องชันสูตร มุ่งหน้าสู่ลิฟต์ลับที่ทอดตัวลงสู่ชั้นใต้ดินระดับสาม ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมแฟ้มคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญที่ถูกปิดตายตลอดทศวรรษ เสียงรองเท้าหนังของทั้งสองกระทบกับพื้นปูนซีเมนต์ดังสะท้อนก้องไปทั่วทางเดินที่มืดสลัว บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความระแวงที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ เมื่อมาถึงหน้าประตูเหล็กกล้าหนาเตอะ ศิลาหยิบคีย์การ์ดออกมารูด พร้อมกับสแกนลายนิ้วมือ เสียงกลไกไฮดรอลิกดัง *คลิก... ครืน* ประตูค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องควบคุมที่เต็มไปด้วยจอภาพคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ รวินทร์เดินเข้าไปนั่งลงที่หน้าจอหลัก นิ้วมือเรียวยาวเริ่มพรั่งพรมลงบนแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่ว ข้อมูลรหัสผ่านนับร้อยบรรทัดถูกป้อนเข้าไปเพื่อปลดล็อกฐานข้อมูลลับสุดยอดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน้าจอคอมพิวเตอร์กะพริบถี่ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความเตือนภัยระดับสูงสุด: *WARNING: ACCESS RESTRICTED - LEVEL OMEGA* ศิลายืนกอดอกมองอยู่ด้านหลัง ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบายใจ "นี่มันระบบความปลอดภัยของหน่วยข่าวกรองนี่ นายมั่นใจนะว่าจะไม่ไปปลดล็อกระเบิดเวลาเข้า?" "วางใจเถอะครับ..." รวินทร์ตอบโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ นิ้วยังคงพิมพ์ชุดคำสั่งอย่างรวดเร็ว "ผมไม่ได้มาเพื่อแฮกข้อมูลของตำรวจ แต่ผมกำลังใช้โปรแกรมจำลองพฤติกรรมเพื่อดึงข้อมูลที่ถูกลบไปแล้วของฆาตกรเงาออกมาต่างหาก" ผ่านไปเกือบสามนาที เสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ดังขึ้นจนกลบเสียงรอบข้าง หน้าจอสีแดงเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนที่ตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละบรรทัด กลายเป็นรายชื่อบุคคลนับร้อยคนที่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมอำพรางในรอบสิบปี "เจอแล้ว..." รวินทร์พึมพำเบาๆ ดวงตาหรี่ลงด้วยความสนใจ ทว่า ในวินาทีที่รายชื่อแรกกำลังจะแสดงผลขึ้นมาบนหน้าจอ... จอภาพทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน! ไฟนีออนทั่วทั้งห้องใต้ดินดับสนิท ความมืดมิดเข้าปกคลุมทันที เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่กะพริบเตือนภัย เสียงสัญญาณเตือนภัยดัง *ปี๊บ... ปี๊บ... ปี๊บ* แหลมสูงบาดแก้วหู ศิลาชักปืนพกออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว สายตากวาดมองไปในความมืด "เกิดอะไรขึ้นระบบไฟสำรองเสียเหรอ?" "ไม่ใช่..." รวินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ จากเก้าอี้ ดวงตากวาดมองไปที่กล้องวงจรปิดมุมห้องที่ตอนนี้เลนส์กล้องกำลังหมุนหันมาทางพวกเขาเองราวกับมีคนควบคุมจากภายนอก "มีคนกำลังแฮกเข้ามาจากข้างนอก... และพวกมันกำลังปิดตายทางออกทุกด้าน" ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ประตูเหล็กกล้าหนาเตอะที่เพิ่งเปิดออกเมื่อครู่ ก็ส่งเสียง *ปัง!* สนั่นหวั่นไหวราวกับถูกแรงระเบิดจากภายนอกกระแทกเข้าอย่างจัง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องหลักก็ติดขึ้นมาอีกครั้งโดยอัตโนมัติ ภาพบนจอไม่ใช่รายชื่ออาชญากรอีกต่อไป... แต่เป็นภาพวิดีโอสด (Live Stream) ของห้องทำงานสารวัตรศิลาที่อยู่ชั้นบนสุด และบนเก้าอี้ทำงานของศิลา มีร่างไร้วิญญาณของลูกน้องคนสนิทนั่งก้มหน้าอยู่ โดยมีมีดสั้นปักคาอยู่ที่อกเสื้อ พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีเลือดที่ถูกเขียนไว้บนผนังกระจกด้านหลังว่า: **"ยินดีต้อนรับสู่พันธมิตรแห่งความตาย... สารวัตร"** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ร่วมกันครับ
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%