“กระสุนนัดนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อตัดสินว่าใครถูกหรือผิด แต่มันมีไว้เพื่อชดใช้ในสิ่งที่เจ้าควรได้รับมานานแล้ว รวินทร์... เจ้าจะเลือกกดไกปืนเพื่อล้างแค้นให้ครอบครัว หรือจะปล่อยให้ความยุติธรรมที่เน่าเฟะทำงานของมันต่อไป?”
เสียงของ ‘รหัสลับ (X)’ แหบพร่าทว่าก้องกังวานอยู่ในโถงทางเดินคอนกรีตเปลือยเปล่าของโรงพยาบาลร้าง รวินทร์ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของเพดานลงมาตกกระทบปลายกระบอกปืนในมือของเขา ในขณะที่ปลายกระบอกปืนอีกกระบอกหนึ่งของ X จ่อเข้าที่ขมับของสารวัตรศิลาที่ถูกพันธนาการไว้กับเก้าอี้เหล็กสนิมเขรอะ
รวินทร์สูดลมหายใจลึก กลิ่นอับชื้นของเชื้อราและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศไม่ทำให้เขาหวั่นไหวเท่ากับภาพของสารวัตรศิลาที่ถูกซ้อมจนใบหน้าบวมช้ำ ศิลาไม่ได้ร้องขอชีวิต เขามองมาที่รวินทร์ด้วยสายตาที่เหนื่อยหน่ายแต่ยังคงมีความมุ่งมั่นของตำรวจผู้ยึดมั่นในกฎหมาย
“ศิลา... นายรู้ดีว่าถ้าฉันปล่อยมันไปในวันนี้ เกมนี้จะไม่มีวันจบสิ้น” รวินทร์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว เขาขยับนิ้วชี้ไปแตะที่ไกปืนเบาๆ
“อย่านะ... รวินทร์” ศิลาเค้นเสียงออกมาจากลำคอ “ถ้าแกฆ่ามัน... แกก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากพวกมัน... ความยุติธรรมที่แปดเปื้อนด้วยเลือด... ไม่ใช่สิ่งที่ครอบครัวของแกต้องการเห็น”
X หัวเราะร่วน เสียงหัวเราะแหลมสูงนั้นบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท มันค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเหล็กเรียบกริบ “ได้ยินไหมรวินทร์? กฎหมายคือโซ่ตรวนที่ผูกมัดคนฉลาดอย่างเราไว้กับขยะสังคม เจ้าโหยหาความยุติธรรมที่แท้จริงไม่ใช่หรือ? มาสิ... พิสูจน์ให้ข้าเห็นว่าจิตวิทยาที่เจ้าเชิดชู มันเหนือกว่าสัญชาตญาณดิบของมนุษย์เพียงใด!”
รวินทร์ลดปืนลงเล็กน้อย สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ดวงตาคู่เดียวที่โผล่พ้นหน้ากากของ X เขาเห็นความสั่นไหวชั่ววูบภายใต้ความเยือกเย็นนั้น รวินทร์ไม่ได้กำลังคำนวณระยะยิง แต่นักจิตวิทยาอาชญากรอย่างเขากำลังอ่าน ‘จังหวะหัวใจ’ ของฆาตกรตรงหน้า
*มันกำลังหวาดกลัว*... รวินทร์คิดในใจ *มันไม่ได้ต้องการให้ฉันยิง แต่มันต้องการให้ฉัน 'พ่ายแพ้' ต่อความโกรธแค้นของตัวเอง เพื่อที่มันจะได้ประกาศชัยชนะเหนือหลักการของฉัน*
“แกไม่ได้ฆ่าคนเพราะศิลปะหรือคำสอนหรอก X” รวินทร์ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงรองเท้ากระทบพื้นปูนดังสะท้อน “แกฆ่าเพราะแกต้องการให้คนอื่นเป็นกระจกสะท้อนความว่างเปล่าในใจแก แกต้องการให้ฉันเป็นคนทำลายความเชื่อของตัวเอง เพราะถ้าฉันกลายเป็นฆาตกร... ความจริงที่ว่าโลกนี้ไม่มีใครเป็นคนดีอย่างแท้จริงก็จะสมบูรณ์แบบ ใช่ไหม?”
X ชะงักไป นิ้วที่เหนี่ยวไกปืนของมันสั่นไหวเล็กน้อย “หุบปาก!”
“ทำไมล่ะ? หรือว่าความจริงมันบาดลึกเกินไป?” รวินทร์ขยับเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ “แกเกลียดตำรวจ เพราะแกเคยสูญเสียคนสำคัญไปจากความผิดพลาดของระบบ... เหมือนกับฉัน แต่แกเลือกที่จะเป็นปีศาจ ส่วนฉัน... ฉันเลือกที่จะเป็นผู้ควบคุมปีศาจ”
รวินทร์พลิกกระบอกปืนกลับหลังอย่างรวดเร็วและใช้สันปืนกระแทกเข้าที่ข้อมือของ X อย่างแม่นยำจนปืนในมือมันกระเด็นหลุดออกไป ในเสี้ยววินาทีนั้น รวินทร์พุ่งเข้าประชิดตัว ใช้ทักษะศิลปะป้องกันตัวที่ฝึกฝนมาอย่างหนักกดล็อกตัวฆาตกรลงกับพื้น ทั้งคู่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนพื้นปูนที่เย็นเฉียบ
“จังหวะนี้แหละรวินทร์! ยิงมัน!” ศิลาตะโกนสุดเสียง
รวินทร์ชะงัก นิ้วของเขาคว้าปืนที่ตกอยู่ขึ้นมาได้พอดี เขาจ่อกระบอกปืนไปที่ศีรษะของ X ที่ถูกกดอยู่ใต้เข่าของเขา นี่คือจุดชี้เป็นชี้ตายที่เขาเฝ้ารอมาตลอดชีวิต นิ้วของเขาสั่นไหว ความทรงจำในวัยเด็กที่บ้านถูกไฟไหม้และเสียงปืนที่พรากพ่อแม่ไปวนเวียนกลับมาเหมือนเครื่องฉายหนังเก่าๆ
หากเขายิง... ความแค้นจะมอดไหม้ลง แต่จิตวิญญาณของเขาจะแตกสลายไปพร้อมกับมัน
“แกไม่มีวันชนะหรอก...” X กระซิบด้วยน้ำเสียงกระหายชัยชนะ “ถ้าแกไม่ฆ่าข้า ตำรวจอย่างแกก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ปล่อยอาชญากร... แต่ถ้าแกฆ่าข้า แกก็คือฆาตกรที่ข้าสร้างขึ้นมาเอง!”
รวินทร์หลับตาลง ตัดเสียงรบกวนภายนอกทั้งหมด เขาเห็นภาพศิลาที่พยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ เขาเห็นภาพความยุติธรรมที่เขาพยายามปกป้องมาตลอด นิ้วที่เหนี่ยวไกค่อยๆ ผ่อนแรงลง ก่อนจะกดเปิดระบบวิทยุสื่อสารที่เขาแอบเปิดทิ้งไว้ตั้งแต่เริ่มเข้าพื้นที่...
“ศิลา... นายได้ยินผมชัดใช่ไหม?”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงไซเรนรถตำรวจนับสิบคันก็ดังสนั่นมาจากทางเข้าโรงพยาบาล แสงไฟจากสปอตไลท์นับสิบดวงสาดส่องเข้ามาในโถงมืดจนตาพร่า เสียงตะโกนของหน่วยสวาทดังก้องไปทั่วทุกทิศทาง
รวินทร์ลืมตาขึ้น แววตาของเขากลับมาเยือกเย็นดังเดิม เขาไม่ได้ลั่นไกปืน แต่เขาหันไปยิ้มให้ X ที่หน้าถอดสี
“แกพลาดแล้วล่ะ X... เพราะเกมของฉัน ไม่ได้จบที่ความตายของใครคนใดคนหนึ่ง แต่จบที่ 'การเปิดโปง' ต่างหาก”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเดินย่ำเข้ามาในความเงียบที่เหลืออยู่ บุคคลลึกลับในชุดสูทสีดำสนิทก้าวผ่านกลุ่มตำรวจเข้ามาหยุดลงตรงหน้ารวินทร์ และสิ่งที่ทำให้รวินทร์ต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ ไม่ใช่เพราะมันคืออาวุธชนิดใหม่... แต่เป็นเพราะชายคนนั้นหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้ววางมันลงบนอกของ X
รูปถ่ายครอบครัวของรวินทร์ในวัยเด็ก... ที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงสด!
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... น้องชาย” เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยที่รวินทร์ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินอีกตลอดกาลดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นบุหรี่ยี่ห้อที่พ่อของเขาเคยสูบชวนให้ขนลุกซู่!
นี่คือทุกถ้อยคำที่ผมกลั่นกรองมาจากความทุ่มเทเพื่อท่านผู้อ่านทุกท่าน แฟ้มคดีลับ007ครับ
รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 35
จุดชี้เป็นชี้ตาย
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!