“ถ้าคุณกดปุ่มส่งไฟล์นี้ออกไป ชีวิตคุณจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก รวินทร์... คุณกำลังทำลายทั้งระบบทิ้งเพื่อแลกกับความยุติธรรมที่ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะเกิดขึ้นจริง”
สารวัตรศิลายืนขวางหน้าประตูห้องส่งสถานีโทรทัศน์ช่องหลัก เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความกังวล มือหยาบกร้านเอื้อมไปแตะไหล่รวินทร์ที่กำลังยืนนิ่งดุจรูปปั้นหิน ท่ามกลางความเงียบงันในโถงทางเดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นแอร์เย็นเยียบและความตึงเครียดที่แทบจะกรีดผิวหนังให้ขาดออกจากกัน
รวินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ก้มลงมองแฟลชไดรฟ์สีเงินในมือ นึกถึงใบหน้าของครอบครัวที่จากไป นึกถึงเศษเสี้ยวของรอยยิ้มเย้ยหยันจาก 'X' ที่คอยกระซิบข้างหูเขาอยู่เสมอว่า ‘ความจริงเป็นเพียงสิ่งที่คนมีอำนาจเลือกที่จะเล่า’
“สารวัตรครับ” รวินทร์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว “คนเรามักจะกลัวการทำลายระบบที่เน่าเฟะ เพราะเรากลัวว่าเมื่อมันพังลงมา เราจะไม่มีที่ยืน แต่ถ้าเราไม่ทำลายมัน... เราก็แค่กำลังรอวันตายใต้ซากปรักหักพังนั้นไม่ใช่หรือครับ”
เขาก้าวผ่านศิลาไปโดยไม่หันกลับมามอง มือที่ถือแฟลชไดรฟ์ของเขาไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย
ภายในห้องควบคุมการออกอากาศ บรรยากาศเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจของพนักงานทุกคนที่กำลังจ้องมองรวินทร์ด้วยสายตาหวาดระแวง รวินทร์เดินตรงไปยังโต๊ะควบคุมหลัก เขาไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เขาวางแฟลชไดรฟ์ลงบนแป้นคีย์บอร์ด แล้วหันไปมองหน้าบรรณาธิการข่าวที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่หลังกระจก
“นี่คือหลักฐานทั้งหมด” รวินทร์กล่าว เสียงของเขาดังกังวานผ่านไมโครโฟนที่เปิดทิ้งไว้ “ตั้งแต่รายชื่อเจ้าหน้าที่ที่รับสินบน ไปจนถึงบทสนทนาที่ 'X' ใช้ปั่นหัวคนในเครื่องแบบเพื่อสร้างโศกนาฏกรรม รวมถึง... รอยเลือดที่พิสูจน์ว่าฆาตกรที่พวกคุณตามหา แท้จริงแล้วไม่ได้ซ่อนอยู่ในเงา แต่มันนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่มีอำนาจตัดสินชะตาชีวิตคนอื่น”
นิ้วของเขากดปุ่ม Enter
หน้าจอขนาดยักษ์กลางห้องสตูดิโอค่อยๆ ปรากฏภาพไฟล์วิดีโอที่ถูกถอดรหัสออกมาได้สำเร็จ มันคือภาพเหตุการณ์ในคืนที่เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เมื่อห้าปีก่อน ภาพที่ถูกลบไปจากบันทึกของตำรวจอย่างแนบเนียน รวินทร์จ้องมองภาพบนจอด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความโกรธแค้นที่เคยแผดเผาอยู่ในใจถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของรวินทร์ก็สั่นรัวขึ้นมาบนหน้าจอที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะ
หน้าจอระบุชื่อผู้โทรเข้าเพียงสั้นๆ ว่า: 'X'
รวินทร์กดรับโดยไม่ลังเล “แกคงสะใจมากสินะที่ได้เห็นความพินาศของสิ่งที่แกเกลียดชัง”
เสียงปลายสายหัวเราะเบาๆ เป็นจังหวะที่นุ่มนวลและเยือกเย็น “รวินทร์ เพื่อนรัก... นายเข้าใจผิดไปถนัดตา นายคิดว่าการเปิดเผยความจริงคือชัยชนะเหรอ? นายรู้ไหมว่าคนส่วนใหญ่ที่ดูข่าวนี้อยู่ตอนนี้ พวกเขาไม่ได้ต้องการความยุติธรรมหรอก... พวกเขาต้องการแค่ความบันเทิงจากความพินาศของคนอื่น”
รวินทร์ขมวดคิ้ว “แกหมายความว่ายังไง?”
“ดูที่ช่องแชทสดสิ รวินทร์... ดูสิว่าผู้คนกำลังพิมพ์อะไรเข้ามา”
รวินทร์เหลือบมองหน้าจอแท็บเล็ตข้างตัว ข้อความนับพันวิ่งผ่านด้วยความเร็วสูง คำด่าทอ การตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือ และที่น่าตกใจที่สุดคือ... มีคนบางกลุ่มกำลังยกย่อง 'X' ว่าเป็นฮีโร่ที่กล้าแฉความเน่าเฟะของระบบ โดยที่พวกเขามองข้ามศพที่ตายไปอย่างเลือดเย็น
ศิลาเดินเข้ามาใกล้เขา ใบหน้าของสารวัตรซีดเผือด “รวินทร์... กองกำลังพิเศษกำลังมาที่นี่ พวกเขาไม่ได้มาเพื่อปกป้องคุณ แต่มาเพื่อยึดหลักฐานและจัดการกับคุณในฐานะผู้ก่อการร้ายทางไซเบอร์”
รวินทร์กำหมัดแน่น เขาคำนวณหมากในหัวอย่างรวดเร็ว หากเขาปล่อยให้ข้อมูลนี้ไหลออกไปสู่สาธารณะจนสุดทาง เขาก็จะกลายเป็นอาชญากร แต่ถ้าเขาหยุดตอนนี้ ความจริงก็จะถูกฝังกลบตลอดกาล
เขาหันไปมองหน้าศิลา “สารวัตรครับ คุณยังมีตำรวจที่เชื่อใจได้อยู่กี่คน?”
ศิลานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “นอกจากผม... ก็ไม่มีใครเหลือแล้ว”
“ดีครับ” รวินทร์ยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ศิลาถึงกับขนลุก “งั้นเราก็ไม่ต้องเล่นเกมตามกฎของใครอีกแล้ว”
รวินทร์พิมพ์คำสั่งสุดท้ายลงไปในคอมพิวเตอร์ ข้อมูลทั้งหมดไม่ได้ถูกส่งออกไปเพียงแค่ช่องข่าว แต่ถูกกระจายออกไปทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียพร้อมระบบ 'Dead Man’s Switch' ที่จะอัปโหลดซ้ำอัตโนมัติหากเขาถูกปิดปาก
แต่ในจังหวะที่เขาเงยหน้าขึ้นจากแป้นพิมพ์ ไฟทั้งสตูดิโอก็ดับสนิท เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้น ‘ปัง’ ถากไหล่ของเขาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากจะกรูเข้ามาในห้อง
“มอบตัวซะ รวินทร์!” เสียงของชายผู้หนึ่งที่คุ้นเคยดีตะโกนขึ้นมาจากความมืด
รวินทร์หรี่ตามองบุคคลที่เดินก้าวเข้ามาในแสงไฟฉายจากอาวุธปืนของเหล่าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ... คนคนนั้นคือผู้บัญชาการตำรวจระดับสูงที่เคยเป็นเพื่อนสนิทของพ่อเขา และเป็นคนเดียวกับที่อยู่ในรายชื่อที่เขาเพิ่งเปิดโปงไปเมื่อครู่นี้
เขากำลังถือเครื่องช็อตไฟฟ้าและมองรวินทร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช
“แกคิดจริงๆ เหรอรวินทร์ว่าฉันจะปล่อยให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างแกมาจบอาชีพของฉัน?” ผู้บัญชาการเอ่ยเสียงเย็น “และที่สำคัญ... แกควรจะรู้ไว้ตั้งนานแล้วนะ ว่าจริงๆ แล้ว 'X' คือใคร”
เขากดรีโมทในมือ ทันใดนั้น หน้าจอในสตูดิโอเปลี่ยนภาพไป เป็นภาพกล้องวงจรปิดในห้องที่รวินทร์ยืนอยู่... แต่ในภาพนั้น ไม่มีใครเลยนอกจากรวินทร์ที่กำลังคุยกับอากาศที่ว่างเปล่า
ความจริงที่รวินทร์สั่นสะท้านไปทั้งร่างไม่ได้อยู่ที่ว่าคนอื่นมองเขาอย่างไร แต่อยู่ที่ว่า... 'X' ไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงในโลกภายนอก แต่มันคือส่วนหนึ่งของจิตใต้สำนึกที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อหลบหนีความผิดพลาดของตัวเองตั้งแต่วันนั้น
รวินทร์ทรุดตัวลงเมื่อตระหนักว่า ทุกหลักฐานที่เขาเปิดโปง... คือสิ่งที่เขาเขียนขึ้นเองด้วยความทรงจำที่บิดเบี้ยวทั้งสิ้น!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดมาด้วยกันจนถึงบรรทัดนี้นะครับ แฟ้มคดีลับ007
รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 37
ซากปรักหักพังของความจริง
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!