"คุณกำลังโกหกผม... และที่แย่กว่านั้นคือคุณโกหกแบบไม่แนบเนียนเอาเสียเลย"
รวินทร์วางกล่องปริศนาใบนั้นลงบนโต๊ะสอบสวน เสียงไม้กระแทกพื้นผิวพลาสติกดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดตา เขาโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาจ้องเขม็งไปยังดวงตาของ 'วิภาดา' ภรรยาสาวของเหยื่อรายล่าสุดที่เพิ่งถูกพบเป็นศพในสภาพไร้รอยขีดข่วน ทว่าใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
วิภาดาสะดุ้งเฮือก มือที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตของเธอสั่นระริก เธอก้มหน้าลงซ่อนแววตาที่หลุกหลิก ก่อนจะเค้นเสียงตอบออกมา "ดิฉัน... ดิฉันแค่ตกใจค่ะ ตำรวจทุกท่านเอาแต่กดดันดิฉัน ทั้งที่สามีดิฉันเพิ่งตายไปไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ"
"ความโศกเศร้าเป็นเรื่องจริง แต่ม่านตาของคุณมันบอกเรื่องอื่น" รวินทร์ขัดจังหวะ น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่ทรงพลังดุจมีดผ่าตัดที่ค่อยๆ กรีดลึกเข้าไปในจิตใจของหญิงสาว "ทุกครั้งที่ผมเอ่ยถึง 'ตู้เซฟในห้องทำงาน' รูม่านตาคุณจะขยายกว้าง นั่นคือปฏิกิริยาทางชีวภาพของความกลัว... ไม่ใช่ความเศร้า คุณไม่ได้กลัวว่าใครฆ่าเขา แต่คุณกลัวว่าสิ่งที่เขาซ่อนไว้จะถูกเปิดเผย"
สารวัตรศิลาที่ยืนพิงผนังอยู่มุมห้องขยับตัวเล็กน้อย เขาถอนหายใจยาวพลางจุดบุหรี่ขึ้นสูบก่อนจะนึกได้ว่านี่คือห้องสอบสวน จึงจำต้องดับมันลงอย่างเสียอารมณ์ "รวินทร์ ผมว่าคุณกำลังกดดันเธอเกินไป เรามีพยานหลักฐานอื่นที่น่าสนใจกว่าเรื่องตู้เซฟ"
"สารวัตรครับ" รวินทร์หันไปมองคู่คิดด้วยสายตาคมกริบ "คนเรามักจะปกป้องความลับด้วยชีวิต แต่ถ้าความลับนั้นคือสิ่งที่ฆาตกรต้องการ... มันก็คือเบาะแสเดียวที่เชื่อมโยงเรากับตัวมัน"
เขากลับมาสนใจวิภาดาอีกครั้ง เขาหยิบรูปถ่ายในแฟ้มคดีขึ้นมาวางเรียงกัน "สามีคุณเป็นนักบัญชีที่ซื่อตรงจนน่าสงสัย เขาไม่เคยมีศัตรู แต่ทำไม... ในคืนที่เขาเสียชีวิต คุณถึงบอกว่าเขาอยู่ที่ทำงานคนเดียว ในขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยของอาคารระบุว่า มีการเข้าใช้งานลิฟต์ถึงสองครั้ง?"
วิภาดาเม้มปากแน่นจนกลายเป็นเส้นตรง "เขา... เขาอาจจะลืมของ"
"ลืมของ?" รวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือก "คุณเชื่อไหมว่ามนุษย์เรามักจะสร้างเรื่องโกหกที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เพื่ออุดรอยรั่วของคำโกหกครั้งแรก เหมือนการถมที่ดินลงในหลุมที่ไม่มีวันเต็ม เพราะยิ่งคุณพูดมากเท่าไหร่ พิรุธมันก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น"
รวินทร์ลุกขึ้นเดินวนรอบโต๊ะ ช้าๆ ท่วงท่าของเขาเหมือนเสือที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม "ผมรู้จักกลิ่นนี้... กลิ่นอายของคนที่กุมความลับไว้ในมือแล้วสั่นกลัว มันเหมือนกับสิ่งที่อยู่ในกล่องใบนี้"
เขาสังเกตเห็นว่าวิภาดาปรายตามองกล่องสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะทันทีที่เขาพูดถึง กลิ่นอายที่คุ้นเคยจากอดีตเมื่อสิบปีก่อนย้อนกลับมาหาเขาเหมือนคลื่นซัดสาด รวินทร์จำได้แม่น... ตราสัญลักษณ์ประทับครั่งสีเลือดที่อยู่บนกล่องใบนั้น มันคือรอยประทับเดียวกับที่ทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมครอบครัวของเขาเมื่อทศวรรษที่แล้ว
*มันกลับมาแล้ว... รหัสลับ X ไม่ได้แค่ฆ่า แต่มันกำลังรื้อฟื้นนรกของเขาขึ้นมาอีกครั้ง*
"บอกผมมา วิภาดา" รวินทร์เปลี่ยนน้ำเสียงให้นุ่มนวลลงอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นเทคนิคการโน้มน้าวใจที่น่ากลัวที่สุด "ใครเป็นคนส่งกล่องใบนี้ให้คุณเมื่อคืน? แล้วใคร... ที่บังคับให้คุณต้องโกหกผมในวันนี้?"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที วิภาดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอเปลี่ยนจากความหวาดกลัวกลายเป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว เธอค่อยๆ ขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากตัวเธอ แต่มันดูเหมือนถูกคัดลอกมาจากใครบางคนที่ควบคุมเธออยู่
"คุณนี่เก่งสมคำร่ำลือจริงๆ นะคะ คุณรวินทร์" วิภาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับเธอเพิ่งถูกใครบางคนสวมวิญญาณ "แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง... บางครั้งความลับก็ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในที่ที่มองเห็นได้ แต่มันถูกเก็บไว้ใน 'ตัวคุณ' เองนั่นแหละ"
สารวัตรศิลาขมวดคิ้วก้าวเข้ามาใกล้ "นี่เธอพูดเรื่องอะไรของเธอ?"
รวินทร์ไม่ได้ฟังเสียงของสารวัตร เขามองเห็นเงาสะท้อนในดวงตาของวิภาดา เห็นภาพบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจเขาแทบหยุดชะงัก บนโต๊ะสอบสวนที่เคยว่างเปล่า จู่ๆ ก็มีซองจดหมายสีขาวสะอาดตาถูกวางทับลงไปตอนไหนไม่มีใครทราบได้ รวินทร์เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
เขามีลางสังหรณ์ว่า หากเขาเปิดจดหมายฉบับนี้... ทุกอย่างในชีวิตที่เขาสร้างมาจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
รวินทร์สูดหายใจลึก เขาฉีกซองจดหมายด้วยมือที่สั่นเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อสายตาเหลือบมองข้อความที่เขียนด้วยลายมือบรรจงงดงาม เขาก็ถึงกับหน้าถอดสี ข้อความนั้นเขียนไว้เพียงสั้นๆ ว่า:
*'ยินดีต้อนรับกลับสู่เกมที่พวกเราวางเดิมพันด้วยชีวิต... รวินทร์, นายยังจำคนที่นายฆ่าไปเมื่อสิบปีก่อนได้อยู่ไหม?'*
ในวินาทีนั้นเอง ไฟในห้องสอบสวนก็ดับพรึบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท แสงเลเซอร์สีแดงจุดหนึ่งพุ่งตรงมาจากหน้าต่างชั้นสองของอาคารฝั่งตรงข้าม เล็งเป้าหมายมาที่หน้าผากของรวินทร์อย่างแม่นยำ ก่อนที่เสียงกระซิบแหบพร่าจากลำโพงในห้องจะดังขึ้น...
"เลือกเอา รวินทร์ จะเปิดเผยความจริงแล้วตาย หรือจะก้มหัวให้เงาของฉันตลอดไป?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในแฟ้มคดีที่สามนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ
แฟ้มคดีลับ007
รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 3
จิตวิทยาลวงโลก
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!