กลิ่นอายของไวน์วินเทจปีลึกราคาแพลนละหลายหมื่นเหรียญ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องรับรองพิเศษของโรงแรมระดับเจ็ดดาวแห่งนี้ดูรื่นรมย์ขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่กดทับลงมา กลับหนักอึ้งเสียจนเสียงหายใจยังฟังดูเหมือนการท้าทายอำนาจ
"คุณลูเซียคะ... เพชรเม็ดนี้เทียบไม่ได้เลยกับความมั่งคั่งที่คุณถือครองอยู่ในมือ แต่มันอาจจะพอเป็นเครื่องประดับที่ช่วยบรรเทาความโดดเดี่ยวของคุณในยามค่ำคืนได้บ้าง"
เสียงหวานหยดย้อยที่จงใจดัดให้ทุมนุ่มราวนกพิราบกระซิบ พร้อมกับสัมผัสบางเบาราวกับขนนกที่ลากผ่านปกเสื้อสูทเนื้อดี เลดี้เซเรน่า ทายาทสาวตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่กำลังตกอับ ช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มด้วยประกายหยาดเยิ้ม เธอย่อกายลงเล็กน้อยจนเนินเนื้ออวบอิ่มภายใต้ชุดราตรีผ้าไหมสีแดงเพลิงแทบจะแนบชิดกับต้นแขนของเขา นี่คือ "กับดักน้ำผึ้ง" ชั้นเลิศที่ตระกูลคู่แข่งหวังจะใช้ซ้อนแผนทำลายความน่าเชื่อถือของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมทิศทางตลาดการเงินโลก
แต่คาร์ลอส เดอ ลูเซีย ไม่แม้แต่จะเหลือบสายตาลงมองเพชรน้ำงามมูลค่ามหาศาลบนโต๊ะ หรือเรือนร่างเย้ายวนที่จงใจแนบชิด
ดวงตาสีเทาเข้มราวยามพายุเข้ากวาดตามองแก้วไวน์ในมือ นิ่งสนิทและเย็นเยียบไร้คลื่นอารมณ์ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาหยันหยากจนเลดี้เซเรน่าต้องชะงักค้าง รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหลงใหลเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความสมเพชเวทนาที่ฉายชัดราวกับเธอกำลังแสดงละครสัตว์ราคาถูกให้เขาดูแก้เบื่อ
"หมดเวลาเล่นสนุกแล้วกระมังครับ เลดี้เซเรน่า"
น้ำเสียงทุมนุ่มแต่ทรงพลังจนอากาศรอบตัวเย็นลงวูบหนึ่ง คาร์ลอสขยับตัวถอยห่างอย่างรักษาระยะโดยไม่ต้องออกแรงผลักไส ทว่ากิริยานั้นกลับสร้างความอัปยศอดสูให้หญิงสาวมากกว่าการถูกตบหน้าเสียอีก
"คุณ... คุณหมายความว่าอย่างไรคะ? ฉันแค่อยากจะแสดงไมตรีจิต..." เลดี้เซเรน่าเสียงสั่นพร่า รอยยิ้มเสแสร้งเริ่มบิดเบี้ยวเมื่อตระหนักว่าแผนการที่ลงทุนวางไว้พังทลายลงไม่เป็นท่า
"ไมตรีจิตหรือครับ?" เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของคาร์ลอสช่างบาดลึก "ข้อเสนอของตระกูลวาลแฮมที่ส่งคุณมาแลกกับการขุดคุ้ยข้อมูลลับของกองทุนเรา มีมูลค่าต่ำเกินกว่าจะทำให้ผมชายตามองเสียด้วยซ้ำ... อีกอย่าง คนที่ถือครองกุญแจห้องนิรภัยหัวใจของผม ไม่ชอบให้กลิ่นน้ำหอมราคาถูกเจือจางอยู่ในรัศมีสามเมตรจากตัวผมหรอกครับ"
ประโยคสุดท้ายไม่ได้เอ่ยด้วยความหลงใหล แต่เป็นความมั่นคงหนักแน่นที่ประกาศชัดเจนว่า หัวใจและอำนาจของมหาเศรษฐีผู้นี้ถูกจับจองไว้หมดสิ้นแล้ว โดยสตรีผู้เดียวที่ยืนเคียงข้างเขามาตั้งแต่ก้นบึ้งของความตกต่ำ
ในจังหวะเดียวกันนั้น ประตูห้องรับรองวีไอพีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง เอวาเลน่า วอน ไคลน์ ก้าวเข้ามาด้วยชุดสูทเข้ารูปตัดเย็บพิเศษสีดำสนิทขับเน้นผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ เส้นผมสีทองสว่างรวบตึงอย่างไร้ที่ติ แววตาสีมรกตคู่สวยกวาดมองสภาพที่น่าสมเพชของเลดี้เซเรน่าแวบหนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ฉลาดเป็นกรด
"ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะการเจรจาธุรกิจชิ้นสำคัญสินะคะ คาร์ลอส" เอวาเลน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงอำนาจจนเลดี้เซเรน่าต้องถอยกรูดไปชนผนังห้อง
"ไม่เลยครับที่รัก คุณมาทันเวลาที่จะช่วยผมปิดบัญชีขยะพวกนี้พอดี" คาร์ลอสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหาคู่หมั้นสาวอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมไปโอบเอวคอดกอดกระชับไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย เคมีอันตรายและทรงพลังของคนทั้งคู่แผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องร้อนระอุขึ้นมาทันตา
เอวาเลน่าปรายตามองเพชรล่อตาล่อใจบนโต๊ะ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมากดสไลด์หน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง
"ของขวัญชิ้นนี้ราคาคงตกประมาณห้าล้านเหรียญสินะคะ... น่าเสียดายแทนตระกูลวาลแฮมจริงๆ ที่เอาเงินจำนวนนี้ไปละลายทิ้งกับแผนการตื้นๆ โดยไม่รู้เลยว่า ตอนนี้ หุ้นทั้งหมดของตระกูลวาลแฮมกำลังถูกบริษัทลูกของพวกเราทยอยกว้านซื้อจนเกือบจะหมดตลาดแล้ว"
สีหน้าของเลดี้เซเรน่าซีดเผือดลงทันที ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "ทะ... เธอว่าอะไรนะ?! เป็นไปไม่ได้!"
"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในโลกของทุนนิยมหรอกค่ะ" เอวาเลน่าย่างสามขุมเข้าไปใกล้ ชEw, Don't Tell ผ่านแววตานิ่งสงบที่ทรงอำนาจราวกับราชินีผู้กุมชะตากรรมของทุกคนในห้อง "พวกคุณคิดว่าจะใช้ผู้หญิงมาเป็นเครื่องมือต่อรองกับเรา แต่กลับลืมมองไปว่า... บนกระดานนี้ พวกคุณเป็นแค่เบี้ยที่กำลังจะถูกปัดตกกระดานในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าต่างหาก"
กริ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเอวาเลน่านดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอก้มลงมองหน้าจอแวบหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคาร์ลอสด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
"เรียบร้อยแล้วค่ะ หุ้นล็อตสุดท้ายของตระกูลวาลแฮมถูกซื้อขาดเรียบร้อยด้วยวงเงินสำรองไม่จำกัด... ตอนนี้ พวกเขาเป็นบุคคลล้มละลายอย่างสมบูรณ์แบบแล้วค่ะ"
เลดี้เซเรน่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น พรมราคาแพงไม่อาจซับความอับอายและสิ้นหวังที่โถมเข้าใส่ตัวเธอได้ทันทีที่อนาคตของตระกูลพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
ทว่า ในขณะที่ชัยชนะอันหอมหวานกำลังจะถูกเฉลิมฉลองด้วยจุมพิตร้อนแรงของคนทั้งคู่ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ตามด้วยการปรากฏตัวของบอดี้การ์ดมือขวาที่ใบหน้าเคร่งเครียดจนผิดปกติ เขากระซิบรายงานบางอย่างข้างหูของคาร์ลอส ทำให้ดวงตาสีเทาเข้มของมหาเศรษฐีหนุ่มหรี่แคบลงทันที
"นายท่านครับ... ทางคลังสินค้าหลักของตระกูลเดอ ลูเซีย ที่ท่าเรือทิศเหนือเพิ่งแจ้งเตือนสัญญาณฉุกเฉิน ทรัพย์สินสำรองทองคำแท่งมูลค่ากว่าหมื่นล้าน ถูกบุคคลปริศนาสั่งอายัดผ่านระบบเครือข่ายบล็อกเชนลับ... และชื่อผู้ถือสิทธิ์อนุมัติคนใหม่ในระบบ... คือชื่อของคนที่คุณคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อนครับ"
เอวาเลน่าชะงัก รอยยิ้มบนริมฝีปากค้างเติ่งทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น ดวงตาสีมรกตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและหัวใจเต้นแรงไปกับเคมีอันร้อนแรงและการแก้แค้นที่สะใจในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - เอวาลินน์ปลายพู่กัน
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 23
กับดักน้ำผึ้ง
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!