"คุณกำลังใช้ความเงียบเป็นอาวุธในการต่อรอง หรือกำลังสารภาพว่าไม่อาจละสายตาไปจากดิฉันได้กันแน่คะ, ท่านลูเซีย"
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของชายหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของห้องทำงานลับ บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของไวน์วินเทจชั้นยอดและไอน้ำอุ่นจากเตาผิงหินอ่อน คาร์ลอส เดอ ลูเซีย ไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อยเมื่อร่างระหงของเอวาเลน่าก้าวล้ำเส้นเขตปลอดภัยส่วนตัวของเขาเข้ามา ประชิดจนกระทั่งสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ—กลิ่นหอมหวานเย้ายวนของดอกกุหลาบป่าที่ผสมผสานกับความเด็ดเดี่ยวเยือกเย็นของนักบริหารการเงินมือฉกาจ
เอวาเลน่าเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมกริบสีนิลกาฬคู่นั้น ดวงตาของอดีตนางร้ายที่เคยถูกสังคมชั้นสูงเหยียดหยาม บัดนี้กลับทรงพลังและฉายประกายท้าทายจนไร้ผู้ใดเทียบเคียง เธอยกปลายนิ้วเรียวขึ้นแตะปกเสื้อสูทเนื้อดีของเขาอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังทดสอบความอดกลั้นของมหาเศรษฐีผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งค่อนทวีป
"จำวันที่ตระกูลวอน ไคลน์ ประกาศตัดหางปล่อยวัดดิฉันได้ไหมคะ?" เอวาเลน่ากระซิบ น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นประสาทคนฟังให้เต้นเร้า "ตอนนั้น... ทั่วทั้งงานเลี้ยงมีแต่เสียงหัวเราะเยาะเย้ย ทุกคนต่างรอเวลาที่ดิฉันจะคุกเข่าขอเศษทาน ยกเว้นคุณ... คาร์ลอส ที่ยืนอยู่ตรงนั้น ยื่นกระเป๋าเงินและอำนาจทั้งหมดให้โดยไม่ถามเหตุผลสักคำ"
คาร์ลอสไม่ตอบทันที นิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมไปเกลี่ปอยผมสีบลอนด์เงินที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อุ่นจัดตัดกับความเย็นชาของบรรยากาศรอบตัวทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบอย่างควบคุมไม่ได้
"ผมไม่ได้ยื่นให้เพราะความสงสารหรอกนะคะ, เอวาเลน่า" เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่หยักลึกได้รูป "ผมมองเห็นเหยี่ยวสาวที่กำลังรอเวลาสยายปีกต่างหาก และสิ่งที่ผมลงทุนไป... วันนี้ผมทวงคืนในรูปแบบของดอกเบี้ยที่สูงเกินกว่าจะประเมินค่าได้แล้ว"
"ดอกเบี้ยอะไรกันคะ? ดิฉันจำไม่ได้ว่าเคยเซ็นสัญญาจำนองหัวใจกับคุณ" เธอยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า แต่พวงแก้มกลับขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เป็นปฏิกิริยาเคมีที่ซื่อตรงที่สุดท่ามกลางเกมจิตวิทยาอันเชือดเฉือน
"สัญญาน่ะเหรอ..." คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากแทบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากอิ่ม "ไม่ต้องใช้กระดาษหรอกค่ะ เพราะสายตาของคุณที่มองผมเวลาเชือดพวกตระกูลขุนนางตกอับพวกนั้น... มันชัดเจนยิ่งกว่าลายเซ็นต์ใดๆ ในโลก"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าความร้อนระอุระหว่างคนทั้งสองกลับพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด เอวาเลน่ารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่ความกลัวต่อเกมธุรกิจอันดุเดือด ไม่ใช่ความหวาดระแวงต่อแผนการแก้แค้นตระกูลเก่า แต่มันคือความหวั่นไหวอันตรายที่เธอกำลังพยายามควบคุมมันอย่างสุดกำลัง
มือแกร่งของคาร์ลอสเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางของเธอไว้แน่น ดึงรั้งเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างหลงเหลือให้ความลังเลใจใดๆ อีกต่อไป สายตาของเขากวาดมองริมฝีปากที่มักจะเอื้อIนคำพูดเชือดเฉือนคมคายด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป
"ถ้าคุณยังไม่เลิกใช้สายตานี้มองดิฉัน... ระวังตัวไว้เถอะค่ะ ดิฉันอาจจะฮุบหุ้นบริษัททั้งหมดของคุณแล้วเขี่ยคุณทิ้งในฐานะคนล้มละลายจริงๆ ก็ได้" เธอยังคงพยายามรักษาเกราะกำบังอันแข็งแกร่งด้วยคำขู่ที่เฉียบคม
"ยินดีเสมอค่ะ..." คาร์ลอสกระซิบชิดริมฝีปากเธอ "เพราะต่อให้ผมหมดตัว เหลือเพียงตัวเปล่าเล่าเปลือย... หัวใจและอำนาจทั้งหมดที่เหลืออยู่ ก็ยังคงเป็นของคุณ เอวาเลน่า"
ริมฝีปากที่ประทับลงมาไม่ได้นุ่มนวลอย่างที่ควรจะเป็น มันเต็มไปด้วยความโหยหา ความดุดัน และการประกาศความเป็นเจ้าIที่อัดอั้นมานาน เอวาเลน่าสะท้านเฮือก เผลอจิกปลายนิ้วลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ก่อนที่ความเยือกเย็นทั้งหมดจะละลายหายไปในจูบอันร้อนแรงที่ละมุนละไมและบีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ เคมีอันตรายที่สุกงอมเต็มที่ระหว่างทั้งสองคนระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม ท่ามกลางเงาเร้นของค่ำคืนที่ไม่มีใครสามารถเข้ามาแทรกกลางได้
ทว่า... ในวินาทีที่เอวาเลน่ากำลังจะหลอมรวมไปกับรสสัมผัสอันลึกซึ้งนั้น เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนตัวก็ดังขึ้นแหลมสูง กรีดแทรกบรรยากาศอันเร่าร้อนให้พังทลายลงในพริบตา!
หน้าจอโฮโลแกรมอัจฉริยะบนโต๊ะทำงานสว่างวาบขึ้นอัตโนมัติ เผยให้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าคฤหาสน์—ร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดกำลังก้าวลงจากรถหรูคันยาว พร้อมกับกลุ่มคนในชุดสูทสีดำสนิทที่ถือหมายศาลประทับตราสีแดงฉาน บุกรุกเข้ามาถึงเขตหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต!
คาร์ลอสดึงตัวออกจากหญิงสาวช้าๆ นัยน์ตาสนิลกาฬทอประกายความเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันที ขณะที่เอวาเลน่ากวาดตามองหน้าจอ ปรับสีหน้ากลับคืนสู่ความเย็นชาเยือกเย็นในเสี้ยววินาที รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ จะรีบมาเป็นสักขีพยานในความพินาศของตัวเองเร็วกว่าที่คิดนะคะ" เอวาเลน่าเอ่ยเสียงเบา รอยยิ้มของเธองดงามราวกับปีศาจสาวผู้กุมชะตากรรมของทุกคนไว้ในอุ้งมือ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและหัวใจเต้นแรงไปกับเคมีอันร้อนแรงของทั้งคู่ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - เอวาลินน์ปลายพู่กัน
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 22
เคมีที่อันตราย
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!