ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 20

การล่มสลายของตระกูลสมคบคิด

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
“ระเบิดมูลค่าสิบล้านดอลลาร์มอดไหม้เป็นจุลภายในพริบตา... ช่างเป็นวิธีจัดการกับมรดกชิ้นสุดท้ายที่สิ้นเปลืองเสียนี่กระไร” เสียงหัวเราะเบาๆ ที่เจือไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว เอวาเลน่า วอน ไคลน์ ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สมาร์ทโฟนในมือถือคลัทช์หนังจระเข้ราคาแพงยังคงสั่นเตือนรัวๆ เผยภาพวิดีโอวงจรปิดที่คลังสินค้าริมท่าเรือกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เปลวเพลิงสีส้มแดงลุกโชนสะท้อนในนัยน์ตาสีมรกตคู่สวยที่ฉายแววเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เกมเพิ่งเริ่มต้นอย่างนั้นหรือคะ? ช่างเป็นความไรเดင်းเดียงสาที่น่าสมเพชเสียจริง เอวาเลน่าปัดหน้าจอทิ้งอย่างไม่แยแส ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในตลาดการเงินเวลานี้ คาร์ลอส เดอ ลูเซีย กำลังหมุนแก้วคริสตัลบรรจุไวน์แดงวินเทจในมือช้าๆ รอยยิ้มมุมปากของเขาลึกล้ำและอันตรายจนแม้แต่คู่ค้าทางธุรกิจที่คร่ำหวอดในวงการยังไม่กล้าสบตาตรงๆ “ดูเหมือนว่า ‘พันธมิตร’ ที่ร่วมมือกันฮุบสมบัติของตระกูลไคลน์ จะเริ่มไว้ใจกันและกันน้อยลงแล้วนะคะ, คาร์ลอส” เสียงหวานใสทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่เธอยื่นแท็บเล็ตแสดงข้อมูลเส้นทางการเงินล่าสุดให้เขาดู “มนุษย์ที่ร่วมมือกันด้วยผลประโยชน์ย่อมแตกคอกันด้วยผลประโยชน์เช่นกันครับ ที่รัก” คาร์ลอสวางแก้วไวน์ลง เสียงทุ้มต่ำนุ่มลึกของเขาเต็มไปด้วยอำนาจ เขาโอบเอวบางของเธอเข้ามาแนบชิด พลางกวาดสายตามองเอกสารการโอนเงินที่ปรากฏบนหน้าจอ “เงินสดก้อนสุดท้ายที่ถูกโอนออกจากบัญชีลับของตระกูลวาลเคอร์ ไม่ได้ถูกเผาทำลายไปกับโกดัง... แต่มันถูกโยกย้ายไปยังบัญชีส่วนตัวของ ‘บารอนเกรย์สัน’ ต่างหากล่ะ” เอวาเลน่ายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้เธองดงามราวกับปีศาจสาวล่อลวงวิญญาณ “หึ... สุนัขที่เคยเห่าหอนเก่งที่สุดในกลุ่ม กลับเป็นตัวแรกที่แอบคาบชิ้นเนื้อหนีไปซ่อนสินะคะ บารอนเกรย์สันคงคิดว่าตัวเองฉลาดมากที่หักหลังท่านเคาท์คาร์เตอร์ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มสมคบคิดลับๆ” ในขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์โอ่อ่าใจกลางเมือง บรรยากาศภายในห้องประชุมลับกำลังคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความหวาดระแวง ท่านเคาท์คาร์เตอร์ตบโต๊ะไม้มะฮอกกานีเสียงดังสนั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาแดงก่ำจ้องมองเพื่อนร่วมอุดมการณ์รอบโต๊ะด้วยความระแวง “พวกแกคนไหนเป็นคนสั่งระเบิดโกดังริมท่าเรือ! นั่นมันทรัพย์สินที่ควรจะถูกแบ่งกันอย่างเท่าเทียม!” เคาท์คาร์เตอร์คำรามลั่น เสียงหอบหายใจหนักหน่วง บารอนเกรย์สัน ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าซีดเซียวแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด “เท่าเทียมงั้นหรือ? ท่านเคาท์... อย่ามาทำเป็นคนดีไปหน่อยเลย ใครๆ ก็รู้ว่าท่านแอบซ่อนบัญชีม้าไว้ถ่าย องเงินส่วนใหญ่เข้ากระเป๋าตัวเองตั้งแต่แรกแล้ว!” “แกกล่าวหาฉันงั้นเร่ะ ไอ้สารเลว!” “เลิกแสร้งทำเป็นไขسแดงได้แล้ว! ในเมื่อตระกูลไคลน์ล่มสลายไปแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องแบ่งเค้กกันอีกต่อไป!” บารอนเกรย์สันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าเอกสารพรีเมียมของตนเตรียมจะเดินออกจากห้อง ท่ามกลางสายตาดุดันของสมาชิกคนอื่นๆ ที่พร้อมจะชักอาวุธขึ้นมาฆ่ากันได้ทุกเมื่อ ทว่า... ก่อนที่บารอนเกรย์สันจะก้าวพ้นประตูห้อง ประตูบานคู่ไม้สักทองกลับถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือปริศนา! ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วห้องประชุมทันทีที่ร่างระหงในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้ามา พร้อมกับรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นหินอ่อนเกิดเป็นเสียงก้องกังวานน่าสะพรึงกลัว เอวาเลน่า วอน ไคลน์ ปรากฏกายขึ้นราวกับยมทูตผู้มารับ0วิญญาณ ด้านหลังของเธอคือคาร์ลอสที่กอดอกมองภาพความแตกแยกตรงหน้าด้วยสายตาเย้ยหยันดั่งพญาอินทรีมองเหยื่อในกรง “อะ... เอวาเลน่า! เธอเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร!” เคาท์คาร์เตอร์หน้าถอดสี ถอยหลังกรูดจนชนพนักเก้าอี้ “แปลกใจมากเลยเหรอคะ ที่ได้เห็นฉันยังยืนอยู่ตรงนี้?” เอวาเลน่ากวาดสายตามองกลุ่มคนที่เคยร่วมมือกันเหยียบย่ำตระกูลของเธอด้วยแววตาสมเพชระคนเย้ยหยัน เธอเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ประธานหัวโต๊ะอย่างถือวิสาสะ ราวกับว่าที่นี่คือบ้านของเธอตั้งแต่แรก “พวกคุณคงคิดว่า กำจัดฉันกับสมบัติชิ้นสุดท้ายไปได้แล้ว จะสามารถแบ่งสันปันส่วนสมบัติของตระกูลไคลน์กันอย่างมีความสุขสินะคะ?” บารอนเกรย์สันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ถือกระเป๋าเอกสารสั่นเทาเล็กน้อย “เธอ... เธอไม่มีหลักฐานอะไรหรอก! โกดังนั่นมันไฟไหม้ไปหมดแล้ว!” “ไฟไหม้เหรอคะ?” เอวาเลน่ายิ้มหวานหยด ยื่นมือไปรับแท็บเล็ตจากมือของคาร์ลอส “น่าเสียดายจังนะคะบารอนเกรย์สัน... ที่เงินสดสิบล้านดอลลาร์ที่คุณแอบโยกย้ายออกจากบัญชีของกลุ่มสมคบคิดเมื่อสามสิบนาทีที่แล้ว มันไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกโอนตรงเข้าสู่ ‘บัญชีอายัติพิเศษ’ ภายใต้คำสั่งศาลสูงสุด ที่ฉันเป็นผู้ถือสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียวค่ะ” สิ้นคำพูดนั้น หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ภายในห้องประชุมก็สว่างวาบขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เผยให้เห็นเส้นทางการเงินทั้งหมด รายชื่อบัญชีลับ และหลักฐานการสมคบคิดฟอกเงินของทุกคนในห้องนี้อย่างละเอียดลออ ไม่มีตกหล่นแม้แต่บาทเดียว! สีหน้าของทุกคนในห้องซีดเผือดลงทันทีราวกับคนตาย ไร้ซึ่งสีเลือด แม้แต่เคาท์คาร์เตอร์ยังทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ทุกอย่างพังทลายลงในพริบตา ความโลภที่พวกมันใช้แทงข้างหลังกันเอง กลายเป็นบ่วงบาศที่รัดคอพวกมันจนหายใจไม่ออก เอวาเลน่าลุกขึ้นยืนช้าๆ โน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของบารอนเกรย์สันที่กำลังตัวสั่นเทิ้มด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “เกมการแก้แค้นยังไม่จบหรอกค่ะ... แต่วันนี้ ฉันแค่จะมาทวงทุกอย่างคืน พร้อมกับส่งพวกคุณไปชดใช้กรรมในกรงขังที่เหมาะสมก็เท่านั้นเอง” ในวินาทีที่เสียงไซเรนรถตำรวจดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเบื้องล่างคฤหาสน์ พร้อมกับแสงไฟสีแดงน้ำเงินที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เอวาเลน่าหันหลังกลับไปสบตากับคาร์ลอสที่ยื่นมือมาโอบกอดเธอไว้ด้วยความภาคภูมิใจ ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง หน้าจอสมาร์ตโฟนในมือของคาร์ลอสกลับสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของ ‘ห้องนิรภัยชั้นใต้ดินสูงสุด’ ที่ซึ่งความลับที่ดำมืดที่สุดของตระกูลวอน ไคลน์ ถูกซ่อนเอาไว้... และตอนนี้ ประตูนิรภัยเหล็กกล้าหนาห้าตันกำลังถูกเปิดออกโดยบุคคลปริศนา พร้อมข้อความแจ้งเตือนที่สั่นสะท้านไปถึงกระดูกดำ: *"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ, คุณหนูตัวปลอม"* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปกับความเฉียบขาดของเอวาเลน่าในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - เอวาลินน์ปลายพู่กัน
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%