"สามสิบล้านยูโร... โอนเข้าบัญชีทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข?"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความระแวงเล็กน้อยดังขึ้นข้างกาย เอวาเลน่ากะพริบตาปริบๆ ขับไล่ความมึนงงที่เกาะกุมสติปัญญาชั่วขณะ หน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูยังคงสว่างวาบ แสดงตัวเลขเงินสดมหาศาลที่ถูกป้อนเข้าสู่บัญชีลับของเธออย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไม่ใช่ตัวเลขหกหลักที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า แต่มันคือชื่อผู้ส่ง... 'ดยุกแห่งวินด์เทรีย' ชายผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น ไร้หัวใจ และเป็นคู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญที่สุดของตระกูลวอน ไคลน์ ในอดีต
นิ้วเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทเลื่อนปิดหน้าจอโทรศัพท์อย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าแสงจากมันจะเผาไหม้ปลายนิ้ว เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันส่งให้กับความพยายามครั้งสุดท้ายของพวกตระกูลใหญ่ที่คิดจะใช้เงินซื้อความภักดีของเธอ น่าขันสิ้นดี... คิดว่าเธอคนนี้คือเอวาเลน่าคนเดิมที่ยอมสยบให้ก้อนเงินสกปรกพวกนั้นหรือคะ?
"มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ เอวาเลน่า?"
เสียงทุ้มทรงเสน่ห์ดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่นที่แตะลงบนข้อศอกอย่างระมัดระวัง คาร์ลอส เดอ ลูเซีย ยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มภายใต้กรอบแว่นโลหะราคาแพงกวาดมองปฏิกิริยาของเธอนิ่งๆ เขารู้จักผู้หญิงคนนี้ดี เธอไม่เคยแสดงสีหน้าตื่นตระหนกเว้นเสียแต่ว่าเกมกระดานตรงหน้ากำลังจะพลิกโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง
เอวาเลน่าหันไปสบตาชายหนุ่ม รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด "เปล่าเลยค่ะ... แค่มีสุนัขบ้าตัวใหม่ส่งกระดูกชิ้นใหญ่มาให้แทะเล่นเท่านั้นเอง"
คาร์ลอสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งซีกโลกปรากฏขึ้นอย่างนึกสนุก เขาไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงให้มากความ เพราะเขารู้ดีว่าผู้หญิงข้างกายคนนี้ฉลาดเป็นกรดและจัดการปัญหาทุกอย่างได้ด้วยสมองอันปราดเปรื่องของเธอเอง "ถ้าอย่างนั้น... หวังว่ากระดูกชิ้นนั้นคงไม่แข็งเกินกว่าที่ฟันคมๆ ของคุณจะเคี้ยวไหวนะครับ"
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นล่าสุดส่งเสียงคำรามกึกก้อง กลิ่นไอของไอร้อนจากใบพัดตีปะทะเข้ากับร่างของทั้งคู่ขณะที่ก้าวขึ้นสู่ยานพาหนะลอยฟ้า ทิวทัศน์เบื้องล่างของมหานครยามค่ำคืนค่อยๆ ถอยห่างออกไป ความหรูหราภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยหนังแท้และไม้สนซีดาร์ไม่ได้ทำให้เอวาเลน่ารู้สึกผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับคอมพิวเตอร์ควอนตัม ยอดเงินสามสิบล้านยูโรกำลังร้องเรียกหาข้อแลกเปลี่ยน และเธอก็รู้ดีว่าในโลกธุรกิจที่ไร้ความปรานีนี้ ไม่มีของฟรีอยู่จริง
เมื่อเฮลิคอปเตอร์ลอยตัวนิ่งสนิทอยู่เหนือคฤหาสน์ตระกูลเดอ ลูเซีย แสงไฟระยิบระยับจากคริสตัลแชนเดอเลียร์สะท้อนผ่านกระจกใสบานใหญ่ คาร์ลอสผายมือเชิญหญิงสาวให้นั่งลงบนโซฟาเบาะกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม ก่อนจะรินไวน์วินเทจหายากลงในแก้วคริสตัลส่งให้เธอ
"เอาล่ะ ทีนี้เรามาคุยกันอย่างจริงจังได้หรือยังครับ คุณวอน ไคลน์" คาร์ลอสวางแก้วไวน์ลงตรงหน้าเธอ นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตราวกับต้องการอ่านทะลุถึงจิตวิญญาณ "คุณต้องการดึงเม็ดเงินลงทุนก้อนโตจากผม เพื่อใช้เป็นโล่ป้องกันการฮุบกิจการจากสภาสูง... ผมพูดถูกไหม?"
เอวาเลน่าจิบไวน์ช้าๆ รสชาติฝาดลึกกระจายอยู่ทั่วปลายลิ้น เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น "คุณมองเกมขาดเสมอ คาร์ลอส... สมกับที่เป็นฉลามร้ายแห่งตลาดทุนระดับโลก"
"แต่การลงทุนย่อมต้องมีผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ" คาร์ลอสโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย้ายวนลอยเข้าแตะจมูก "เงินทุนมูลค่ามหาสารที่ผมกำลังจะเทให้คุณ เพื่อซื้อหุ้นร้อยละสี่สิบของตระกูลวอน ไคลน์ที่กำลังจะล่มสลาย มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะคร้าบ... เอ้ย, นะครับ" (เธอแอบขยับยิ้มขำกับความเผลอไผลของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะดึงสีหน้ากลับมาเรียบเฉย) "บอกเหตุผลผมหน่อยสิครับว่าทำไมผมถึงต้องเดิมพันอนาคตกับผู้หญิงที่เพิ่งถูกตัดออกจากกองมรดก?"
นี่คือช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย หากเธอพลาดแม้แต่คำพูดเดียว ข้อเสนอทั้งหมดจะพังทลายลงในพริบตา เอวาเลน่าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาสีไพลินทอประกายเด็ดเดี่ยว เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปประชิดร่างสูงใหญ่ของมหาเศรษฐีหนุ่ม กลิ่นกายหอมหวานแบบผู้หญิงทรงอำนาจลอยวนอยู่รอบตัวเธอ
"เพราะคุณไม่ได้กำลังเดิมพันกับผู้หญิงที่ถังแตก..." เอวาเลน่ากระซิบเสียงแผ่วเบาข้างใบหูของเขา ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามปกเสื้อสูทเนื้อดีอย่างหยอกเย้า "แต่คุณกำลังร่วมมือกับคนที่ถือ 'กุญแจ' ดอกสุดท้ายที่จะทำลายล้างสภาสูงและตระกูลคาร์เตอร์ให้ราบคาบต่างหากล่ะคะ"
คาร์ลอสชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มพึงพอใจค่อยๆ แผ่ขยายบนใบหน้าหล่อเหลา เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างชอบใจ มือหนาคว้าเอวบางของเธอเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะแต่ไร้ซึ่งการขัดขืน "คุณนี่มัน... อันตรายชะมัดเลยนะ เอวาเลน่า"
"อันตรายแต่คุ้มค่าที่จะลงทุนไม่ใช่เหรอคะ?" เธอกระซิบตอบ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าทั้งสองคน เคมีอันตรายระหว่างพวกเขาราวกับปฏิกิริยาเคมีที่รอวันระเบิด
ทว่า ในวินาทีที่เอวาเลน่ากำลังจะยื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารสัญญาบนโต๊ะเพื่อจรดปากกาเซ็นต์ชื่อ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้ง... แต่ครั้งนี้ ไม่ใช่เสียงสั่นเตือนธรรมดา มันคือเสียงเรียกเข้าแบบวิดีโอคอลฉุกเฉินจากหมายเลขที่ไม่มีบันทึกในรายชื่อ!
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นกลางห้องรับแขกอันเงียบสงบ ภาพที่ปรากฏบนจอไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นร่างของชายวัยกลางคนผู้มีดวงตาสสีฟ้าเย็นชาดั่งน้ำแข็ง กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหรูในห้องทำงานของบิดาเธอ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมาทะลุเลนส์กล้อง และเสียงทุบโต๊ะปังใหญ่พร้อมกับคำประกาศกร้าวที่ดังลอดออกมาจากลำโพง
*"เกมนี้... เธอคิดเหรอว่าจะชนะฉันได้ง่ายๆ ยัยลูกนอกสมอง?"*
เอวาเลน่าหน้าถอดสี รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างในทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... แผนการทั้งหมดของเธอกำลังถูกจับตามองจาก 'มัน' ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในเกมนี้แล้ว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความเจ้าเล่ห์ของเอวาเลน่าในบทนี้นะคะ!
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 3
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!