"ตัวเลขสี่ร้อยล้านฟลอรินที่ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายกำลังกังวลจนนอนไม่หลับ แท้จริงแล้วไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะ... มันแค่อยนอนนิ่งรอเวลาถูกปลุกให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเจ็ดร้อยเปอร์เซ็นต์ภายในไตรมาสหน้าต่างหากล่ะคะ"
เสียงปรบมือเบาๆ ทว่าก้องกังวานด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางห้องประชุมคณะกรรมการบริหารตระกูลวอน ไคลน์ บรรยากาศที่เคยตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออกพลันเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องไปยังร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท เส้นผมสีทองประกายมุกถูกรวบตึงอย่างไร้ที่ติ ใบหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา เอวาเลน่า วอน ไคลน์ กวาดสายตามองหน้าเหล่าผู้อาวุโสที่เคยเหยียดหยามเธอว่าเป็นเพียง "ผีเน่ากับโลงผุ" ที่รอวันล้มละลายได้อย่างเลือดเย็น
เจมส์ วอน ไคลน์ ลุงแท้ๆ ของเธอ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่พยายามผลักดันให้เธอตกเป็นแพะรับบาปในคดีทุจริตครั้งใหญ่ ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン มือที่สั่นเทากำเอกสารงบการเงินในมือแน่นจนยับยู่ยี่
"เหลวไหลสิ้นดี! เอวาเลน่า เธอเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงได้กล้าเอาชื่อเสียงของตระกูลมาเดิมพันกับตลาดอนุพันธ์สินค้าเกษตรที่กำลังดิ่งเหว? หุ้นของเหมืองแร่เหล็กทางตอนเหนือเพิ่งประกาศล้มละลายไปเมื่อวานนี้ ลูกค้าแห่ถอนทุนคืนจนคลังแทบจะว่างเปล่า เธอจะเอาเงินที่ไหนมาพลิกสถานการณ์ภายในสามสัปดาห์!" เสียงตวาดด้วยความเกรี้ยวกราดดังลั่นห้องประชุม พร้อมกับสายตาดูถูกเหยียดหยามที่ส่งมาไม่ขาดสาย
เอวาเลน่าไม่แม้แต่จะกระพริบตา เธอค่อยๆ ก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาโต๊ะประชุมไม้มะฮอกกานีขนาดใหญ่ เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดัง *กริ๊บ... กริ๊บ...* ราวกับนาฬิกาดิจิทัลที่กำลังนับถอยหลังสู่ความพินาศของพวกที่นั่งอยู่เบื้อง Lด
"ลุงเจมส์คะ... การที่ท่านมองเห็นเพียงแค่ 'เหมืองแร่ที่ล้มละลาย' นั่นแสดงว่าวิสัยทัศน์ของท่านมันติดอยู่แค่ก้นเหวมาหลายทศวรรษแล้วล่ะค่ะ" เธอย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนกราฟการลงทุนที่ถูกขยำทิ้ง แล้วกางมันออกอย่างใจเย็น "ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนกกับการเทขายหุ้นเหล็กดิบ ดิฉันได้เข้าซื้อสิทธิ์ในการถือครอง 'แร่กราฟีน' บริสุทธิ์ที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นหินเหล่านั้นในราคาถูกกว่ามูลค่าจริงถึงสิบเท่า... และที่สำคัญที่สุด"
เอวาเลน่าเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างมีจริตจะก้าน ก่อนจะปรายตามองไปยังชายหนุ่มร่างสูงโปรดที่นั่งไขว่ห้างอยู่มุมห้อง ผู้ซึ่งสวมชุดสูทตัดเย็บพิเศษจากมิลานและแผ่รังสีอำนาจอันน่าเกรงขามออกมาเงียบๆ
"สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทั้งหมด ได้ถูกโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของ 'ลูเซีย กรุ๊ป' เรียบร้อยแล้วค่ะ"
พรึบ!
เสียงเปิดแฟ้มเอกสารปกหนังแท้ดังขึ้นพร้อมกัน คาร์ลอส เดอ ลูเซีย มหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมอำนาจการเงินอันดับหนึ่งของทวียุโรป ขยับตัวเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างพึงพอใจ นัยน์ตาสีอำพันคู่นั้นทอประกายลุ่มลึกยามมองหญิงสาวที่ยืนอยู่กลางวงล้อม เขายื่นมือหนาออกไปเซ็นอนุมัติเอกสารฉบับสุดท้ายด้วยปากกาหมึกซึมด้ามทองคำฝังเพชร ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาบอร์ดบริหารทุกคนด้วยแววตานิ่งสนิทที่ทรงพลังจนไม่มีใครกล้าหายใจแรง
"ตามที่คู่หมั้นของผมได้กล่าวไว้..." เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับทุกคนในห้อง "ลูเซีย กรุ๊ป ได้อนุมัติวงเงินฉุกเฉินจำนวนสองพันล้านฟลอริน เพื่อเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของวอน ไคลน์ ในสภาวะล้มละลาย... และแน่นอนว่า อำนาจในการบริหารจัดการทั้งหมด จะตกเป็นของเอวาเลน่าแต่วันนี้เป็นต้นไป ใครมีปัญหาอะไรไหมครับ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที ไม่มีใครกล้าปริปากแม้แต่ครึ่งคำ เจมส์หน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก เมื่อตระหนักได้ว่าหลานสาวที่ตนเคยเหยียบย่ำ บัดนี้ได้กลายเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดที่กุมชะตาชีวิตของตระกูลไว้ในอุ้งมือเรียบร้อยแล้ว
เอวาเลน่ายกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า เธอโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของลุงตัวเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เชือดเฉือนถึงขั้วหัวใจ
"เกมการเงินเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นนะคะลุงเจมส์... เตรียมตัวรับชมฉากจบอันแสนงดงามของตัวเองให้ดีล่ะค่ะ"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศแห่งชัยชนะกำลังอบوลไปทั่วห้อง ประตูบานคู่ไม้สักทองแกะสลักด้านหลังห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของชายชราในชุดสูทรasยหรูผู้เป็นอดีตประธานกิตติมศักดิ์ ซึ่งทุกคนคิดว่ากำลังป่วยหนักนอนพักรักษาตัวอยู่ต่างประเทศ ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นยะเยือกที่มุมปาก ในมือของเขามีแท็บเล็ตหน้าจอสีฟ้าที่แสดงข้อความแจ้งเตือนบางอย่างที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคาร์ลอสชะงักไปชั่วขณะ
"น่าเสียดายจริงๆ นะครับคุณหนูเอวาเลน่า... วิสัยทัศน์ของคุณยอดเยี่ยมมาก แต่ดูเหมือนว่า 'ระบบบัญชีกลาง' ของอาณาจักรการเงินกำลังแจ้งเตือนบางอย่าง ที่คุณอาจจะลืมคำนวณไป..."
เอวาเลน่าหันขวับไปมอง รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งค้างลงทันทีเมื่อกวาดสายตาไปยังตัวเลขสีแดงฉานที่กำลังกระพริบบนหน้าจอนั้น
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความเจ้าเล่ห์ของเอวาเลน่าในบทนี้นะคะ!
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 4
เกมการเงินที่เหนือกว่า
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!