"ชื่อนั้น... เป็นไปได้อย่างไรกันคะ"
เสียงพึมพำของเอวาเลน่าหลุดลอดริมฝีปากที่ซีดเผือดลงเล็กน้อย ทว่าแววตาคู่คมกลับไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่พวกตระกูลสาขาและคณะกรรมการบริหารกำลังตั้งตารอคอย บนหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ใจกลางห้องประชุมใหญ่ตระกูลไคลน์ ตัวเลขสิทธิ์การถือครองหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายที่ควรจะถูกกว้านซื้อโดยกลุ่มทุนปริศนา กลับปรากฏชื่อของบุรุษที่ถูกฝังกลบไว้ในความทรงจำและหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อเจ็ดวันก่อนอย่างชัดเจน—*ดยุกเรย์מוンド เดอ วาล็องต์*
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวس่อเสียดของเคาน์เตอร์วิลเลียม จะทำลายความอึดอัดนั้นลง
"หมดทางสู้แล้วสินะครับ ท่านประธานเอวาเลน่า! หุ้นในมือของพวกเราบวกกับผู้ถือหุ้นรายใหม่นี้มีเกินกว่าห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์แล้ว มติถอดถอนคุณพ้นจากตำแหน่งผู้นำตระกูลและอายัดทรัพย์สินทั้งหมดจึงชอบธรรมทุกประการ!" วิลเลียมหัวร่อด้วยความสะใจ ใบหน้าอิบอิ่มด้วยชัยชนะยับย่นเป็นชั้น "ส่งมอบตราประทับตระกูลมาเสียดีๆ หรือจะให้พวกเราใช้กำลังรวบตัวคุณออกไปจากห้องนี้กันล่ะคะ?"
เอวาเลน่าไม่ได้ตอบโต้นางในทันที นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือลูกไม้สีดำสนิทเคาะลงบนพื้นโต๊ะไม้มะฮอกกานีเป็นจังหวะเนิบนาบ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ดวงตาสีดอกอัญชันกวาดมองรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหม่บนหน้าจออีกครั้ง ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยдяเย็นเยียบที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างน่าประหลาด
"ตื่นเต้นเกินไปแล้วค่ะ เคาน์เตอร์วิลเลียม" เอวาเลน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องชะงัก "คุณคิดจริงๆ หรือคะว่าคนอย่างเอวาเลน่า วอน ไคลน์ จะปล่อยให้ช่องโหว่ระดับนี้เกิดขึ้นได้โดยไม่มีแผนสำรอง?"
เพล้ง!
ประดับกระจกบานใหญ่ของห้องประชุมสั่นสะเทือนด้วยแรงลมมหาศาลจากภายนอก ก่อนที่เสียงใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นท็อปจะคำรามก้องเหนือหลังคาคฤหาสน์ แรงลมกดดันทำให้หน้าต่างกระจกนิรภัยฝ้าหนาถึงกับร้าวเป็นทางยาว ร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทปรากฏขึ้นที่กรอบประตูห้องประชุม พร้อมด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยอำนาจล้นเหลือของมหาเศรษฐีผู้กุมระบบการเงินครึ่งค่อนโลก—คาร์ลอส เดอ ลูเซีย
"ขอโทษที่มาสายนะคะที่รัก พอดีฉันต้องแวะเคลียร์บัญชีของพวกสุนัขลอบกัดข้างทางเสียก่อน" คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตราย เขาก้าวเข้ามาโอบเอวบางของเอวาเลน่าอย่างถือวิสาสะ ทว่าไม่มีใครกล้าปริปากทักท้วงสักคนเมื่อเห็นการ์ดคุ้มกันนับสิบชีวิตในชุดสูทสากลเดินตามหลังเข้ามาพร้อมกระเป๋าเอกสารโลหะหนักอึ้ง
วิลเลียมหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดไปชนพนักเก้าอี้ "คะ... คุณคาร์ลอส! คุณมาทำอะไรที่นี่! หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์นั่นมันเป็นของท่านดยุกเรย์มอนด์..."
"เรย์มอนด์งั้นเหรอคะ?" คาร์ลอสหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน เขาโยนแท็บเล็ตเครื่องหรูลงบนโต๊ะกลางห้อง ภาพวิดีโอสตรีมมิ่งสดจากคฤหาสน์ตระกูลวาล็องต์ปรากฏขึ้น ภาพนั้นแสดงให้เห็นชายหนุ่มผมสีเงินยวงผู้มีใบหน้าสะสวยราวกับปีศาจกำลังนั่งจิบไวน์อย่างสบายอารมณ์ โดยมีกองเอกสารสละสิทธิ์การถือครองหุ้นทั้งหมดกองอยู่แทบเท้า
"เสียใจด้วยนะคะท่านเคาน์เตอร์ คนที่คุณคิดว่าเป็น 'ผู้ช่วยชีวิต' ในนาทีสุดท้าย แท้จริงแล้วเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่ฉันซื้อตัวไว้ด้วยราคาที่สูงกว่าที่คุณจ้างเขาสามเท่า" เอวาเลน่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีความกดดันระดับผู้บริหารสูงสุดแผ่ซ่านจนทุกคนในห้องต้องหลบสายตา "คุณคิดว่าฉันไม่รู้หรือคะว่าพวกคุณแอบลักลอบขายหุ้นออกไปเพื่อทุบราคาตระกูลตัวเอง? ฉันจงใจเปิดช่องว่างนั้นให้พวกคุณเทขายต่างหากล่ะคะ..."
ความตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวอย่างขีดสุด คณะกรรมการบริหารหลายคนเริ่มตัวสั่นเทาเมื่อตระหนักได้ว่า พวกเขาตกหลุมพรางที่เอวาเลน่าขุดรอไว้อย่างสมบูรณ์แบบ หุ้นที่พวกเขาขายออกไปในราคาถูกแสนถูกเมื่อวานนี้ บัดนี้กลับถูกรวบรวมกลับคืนมาอยู่ในมือของเอวาเลน่าและคาร์ลอสจนหมดสิ้นแล้ว ผ่านบริษัทนอมินีเครือข่ายของเดอ ลูเซีย กรุ๊ป
"ตอนนี้ สัดส่วนหุ้นเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์อยู่ในมือดิฉันค่ะ" เอวาเลน่ากวาดสายตามองหน้าทีละคนด้วยแววตาดุจพญาเหยี่ยว "และตามกฎหมายข้อที่สี่สิบสองของตระกูลไคลน์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีอำนาจเกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ มีสิทธิ์เด็ดขาดในการ 'เนรเทศ' สมาชิกที่กระทำความผิดฐานกบฏต่อตระกูลออกจากการเป็นทายาทโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น"
"ไม่! คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ! พวกเราเป็นญาติของคุณ!" วิลเลียมร้องโอดครวญด้วยความสิ้นหวัง คุกเข่าลงกับพื้นพรมราคาแพงอย่างไม่เหลือศักดิ์ศรี
"ตอนที่พวกคุณพยายามจะฮุบสมบัติของพ่อแม่ฉัน คุณเคยคิดถึงคำว่าญาติบ้างไหมคะ?" เอวาเลน่าเอ่ยเสียงเรียบ เธอส่งสัญญาณมือเพียงนิดเดียว การ์ดร่างยักษ์สองคนก็เดินเข้าไปหิ้วปีกวิลเลียมและพรรคพวกออกไปจากห้องประชุมทันท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ค่อยๆ เงียบหายไปตามทางเดิน
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องประชุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคณะกรรมการที่เหลือรอดซึ่งนั่งตัวลีบติดเก้าอี้ เอวาเลน่าถอนหายใจยาวเหยียด ความตึงเครียดที่แบกรับมาตลอดหลายสัปดาห์คลี่คลายลงในพริบตาเดียว เธอนั่งลงบนเก้าอี้ประธานอีกครั้ง ก่อนจะหันไปสบตากับชายหนุ่มข้างกายที่กำลังมองเธอด้วยสายตาพราวระยับ
"แผนการ 'นิ่งสยบความเคลื่อนไหว' ของคุณ ได้ผลเกินคาดเลยนะคะที่รัก" คาร์ลอสโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ "แบบนี้... เราควรจะฉลองความมั่งคั่งครั้งนี้ด้วยดินเนอร์หรูหราสักมื้อดีไหมคะ?"
เอวาเลน่าแย้มยิ้มบางๆ เป็นครั้งแรกที่รอยยิ้มนั้นงดงามและจริงใจที่สุดตั้งแต่เธอกลับมาเกิดใหม่ เธอยื่นมือไปแตะปกเสื้อสูทของเขาเบาๆ "แน่นอนค่ะ แต่ก่อนอื่น..."
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดบนโต๊ะดังขึ้นขัดจังหวะ เอวาเลน่าหยิบมันขึ้นมาดู ปลายนิ้วเรียวชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปในเสี้ยววินาทีเมื่อตัวเลขยอดเงินในบัญชีหลักถูกโอนถ่ายออกไปจนหมดเกลี้ยงในเวลาเพียงเสี้ยววินาที พร้อมกับข้อความปริศนาที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
*‘ขอบคุณสำหรับหุ้นทั้งหมดนะคะ พี่สาว... หวังว่าของขวัญชิ้นนี้จะถูกใจคุณนะ’*
ดวงตาสีดอกอัญชันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาตะคุ่มของใครบางคนปรากฏขึ้นที่บานประตูห้องประชุมที่ควรจะปิดตาย—ร่างระหงในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่เธอจำได้แม่นยำยิ่งกว่าสิ่งใด
—เอเลียน่า... น้องสาวผู้ล่วงลับที่ควรจะนอนเน่าอยู่ในกองเพลิงเมื่อเจ็ดวันก่อน!
---
รี้ดเดอร์ที่รักคะ ตอนนี้สะใจสมการรอคอยไหมเอਤคะ? มาลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่าเกมพลิกตลบหลังครั้งนี้ เอวาเลน่าจะเอาคืนน้องสาวตัวแสบอย่างไรดีนะคะ! 💕 (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 16
ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!