“เอเลียน่า... น้องสาวผู้ล่วงลับที่ควรจะนอนเน่าอยู่ในกองเพลิงเมื่อเจ็ดวันก่อน!”
เสียงอุทานของดยุกโรเบิร์ตดังลั่นห้องประชุมใหญ่จนแก้วคริสตัลบนโต๊ะอาหารสั่นไหว นัยน์ตาของผู้นำตระกูลผู้เย่อหยิ่งเบิกกว้างจนแทบถลน จ้องมองร่างที่ก้าวผ่านประตูกระจกบานใหญ่เข้ามาด้วยชุดสูทเข้ารูปสีไวน์แดง เส้นผมสีบลอนด์ทองถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีต ใบหน้านั้น—แม้จะมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้างแก้ม—แต่โครงหน้าและดวงตาสีมรกตคู่คมคายนั้น ไม่มีทางเป็นอื่นไปได้เลยนอกจากเด็กสาวที่เขาเพิ่งเซ็นชื่ออนุมัติเงินประกันชีวิตไปเมื่อวานนี้
เอวาเลน่า วอน ไคลน์ ยืนกอดอกอยู่ที่กรอบประตู มุมปากระบายยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความดูแคลน เธอไม่ได้ตกใจกับท่าทีราวกับเห็นผีของคนตระกูลวอน ไคลน์แม้แต่น้อย เพราะทุกอย่างเป็นไปตามเกมที่เธอวางไว้หมดแล้ว
“ตกใจอะไรกันคะ ท่านลุง” เอวาเลน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากังวานก้องไปทั่วห้องประชุม “คนตายยังไม่ยอมลงนรก แล้วท่านจะรีบจัดงานศพให้ฉันไปถึงไหนกันคะ”
บรรยากาศในห้องประชุมคณะกรรมการบริษัท ‘ไคลน์ กรุ๊ป’ พลันตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ หุ้นส่วนและผู้ถือหุ้นต่างหันรีหันขวางด้วยความตื่นตระหนก เอกสารรายงานสถานะทางการเงินในมือของแต่ละคนสั่นเทา เพราะเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว พวกเขาเพิ่งลงมติเทขายหุ้นทั้งหมดของตระกูลวอน ไคลน์ทิ้งในราคาถูกราวกับเศษกระดาษ ตามคำแนะนำของดยุกโรเบิร์ตที่ประกาศกร้าวว่าบริษัทกำลังจะล้มละลาย
“เป็นไปไม่ได้! แกถูกไฟคลอกตายไปแล้วศพก็ถูกเผา...” โรเบิร์ตพยายามก้าวถอยหลัง ใบหน้าซีดเผือกราวกับกระดาษ
“ศพนิรนามในกองเพลิงวันนั้น เป็นแค่หุ่นจำลองที่ฉันจ้างมาสับเปลี่ยนเพื่อดูว่า ใครกันแน่ที่อยากให้ฉันตายมากที่สุดต่างหากล่ะคะ” เอวาเลน่าก้าวเดินช้าๆ เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *กริ๊ป... กริ๊ป...* ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความตายของศัตรู
คาร์ลอส เดอ ลูเซีย มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งตลาดทุนยุโรป เดินตามหลังเธอเข้ามาอย่างเงียบเชียบ เขาสวมชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิท นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองผู้บริหารตระกูลวอน ไคลน์ด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังมองฝูงแมลงสาบที่กำลังดิ้นรนบนกองขยะ มือหนาถือแท็บเล็ตหรูที่แสดงกราฟตัวเลขพุ่งทะยานขึ้นฟ้าอย่างบ้าคลั่ง
“ยินดีด้วยนะคะทุกท่าน” เอวาเลน่าหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ประธานกรรมการ ซึ่งเดิมทีควรเป็นของดยุกโรเบิร์ต เธอไขว่ห้างอย่างสง่างาม “การตัดสินใจเทขายหุ้น ‘วอน ไคลน์ กรุ๊ป’ เมื่อสิบนาทีที่แล้ว เป็นการตัดสินใจที่... โง่เขลาที่สุดในประวัติศาสตร์ตระกูลเลยล่ะค่ะ”
“แกหมายความว่ายังไง นังตัวดี!” ลูกชายคนโตของดยุกตบโต๊ะลุกขึ้นตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยว “แกไม่มีสิทธิ์มานั่งตรงนั้น! บริษัทนี้กำลังจะล้มละลาย หุ้นของพวกเราไม่มีค่าอะไรแล้ว!”
เอวาเลน่าหัวנסเสียงใสในลำคอ ดวงตาสีมรกตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความขบขัน เธอยื่นมือไปรับแท็บเล็ตมาจากคาร์ลอส ก่อนจะหมุนหน้าจอให้ทุกคนในห้องได้เห็นตัวเลขสีเขียวขจีที่กำลังกระพริบถี่ๆ
“ลองแหกตาดูนี่สิคะ... หุ้นของไคลน์ กรุ๊ป ไม่ได้กำลังดิ่งเหวอย่างที่พวกคุณกุข่าวขึ้นมาเพื่อหวังฮุบมรดก แต่ตอนนี้ กองทุนต่างชาติมูลค่าหมื่นล้านกำลังกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดที่พวกคุณเพิ่งเทขายทิ้งไปในราคาถูก จนตอนนี้... มูลค่าตลาดของเราพุ่งสูงขึ้นสามร้อยเปอร์เซ็นต์ในเวลาแค่ห้านาทีแล้วค่ะ”
*พรวด!*
ผู้ถือหุ้นอาวุโสคนหนึ่งถึงกับสำลักกาแฟออกมาจนเลอะเสื้อสูทราคาแพง ทุกคนในห้องหน้าซีดเผือกราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ พวกเขาเพิ่งขายสมบัติชิ้นสุดท้ายทิ้งไปในราคาเศษเงิน เพื่อแลกกับการคิดว่าบริษัทกำลังจะล้มละลาย แต่ในความเป็นจริง เอวาเลน่ากลับใช้กลยุทธ์ยืมมือศัตรูทุบราคาหุ้นตัวเอง เพื่อกวาดซื้อคืนทั้งหมดในราคาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และตอนนี้ เธอกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหนือตระกูลวอน ไคลน์!
“แก... แกมันปีศาจ!” ดyุกโรเบิร์ตกุมขมับ ร่างกายสั่นเทาด้วยความแค้นและตกใจจนหายใจไม่ทัน “แกหลอกพวกเรา...”
“ฉันแค่ทำในสิ่งที่พวกคุณเคยทำกับแม่และฉันต่างหากล่ะคะ” เอวาเลน่ายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มหวานหยดแต่เย็นยะเยือกฉาบบนใบหน้า “ความโลภมันบังตาพวกคุณ จนมองไม่เห็นว่า ใครกันแน่คือผู้ถือหางเสือตัวจริง”
คาร์ลอสยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ เขายื่นเอกสารทางกฎหมายปึกหนาลงบนโต๊ะตรงหน้าดยุกโรเบิร์ต เสียงกระดาษกระทบโต๊ะดังทุ้มหนักแน่น
“นี่คือหมายศาลและสัญญาปลดพวกคุณออกจากตำแหน่งผู้บริหารทั้งหมดข้อหาทุจริตและยักยอกทรัพย์ตระกูลวอน ไคลน์” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคาร์ลอสเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก ทำเอาทุกคนในห้องถึงกับเข่าทรุด “เซ็นซะ หรือจะรอให้ตำรวจเข้ามาใส่กุญแจมือตอนนี้เลยดีล่ะครับ”
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง เสียงลมหายใจหอบถี่ของคนตระกูลวอน ไคลน์ดังแข่งกับเสียงแอร์ ความพ่ายแพ้ยับเยินปรากฏชัดบนใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความสิ้นหวัง เอวาเลน่ายืนมองความพินาศของพวกมันด้วยความสะใจที่เอ่อล้นในอก การแก้แค้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ทว่า ในวินาทีที่เอวาเลน่ากำลังจะเอ่ยปากไล่พวกมันออกจากตระกูล เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือของคาร์ลอสก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
คาร์ลอสขมวดคิ้วเล็กน้อย ก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ตที่ตอนนี้ข้อความแจ้งเตือนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับภาพกล้องวงจรปิดจากคฤหาสน์ตระกูลวอน ไคลน์ฝั่งตะวันตกที่ถูกเผาทำลายเมื่อเจ็ดวันก่อน
“เอวาเลน่า...” คาร์ลอสเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาที่เคยนิ่งAุขกลับไหววับด้วยความตื่นตระหนก “มีคนกำลังเปิดห้องนิรภัยลับใต้ดิน... ห้องที่เธอเก็บ ‘บันทึกมรดกเลือด’ เอาไว้”
เอวาเลน่าชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันที ดวงตาสีมรกตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะห้องนิรภัยนั้น... มีเพียงเธอและ “อีกคนหนึ่ง” เท่านั้นที่รู้รหัสผ่าน!
—ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสะใจไปกับความเฉียบขาดของเอวาเลน่านะคะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 17
การเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจ
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!