ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 14

เปิดหน้าชก

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"ตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อนงั้นหรือคะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับลอยมาจากห้วงลึกของความฝัน แต่ความเย็นเฉียบของปลายเล็บที่จิกเข้ากับฝ่ามือจนเนื้อแทบปริ ยืนยันชัดเจนว่านี่คือความจริงอันโหดร้ายที่สุด หน้าจอแท็บเล็ตหรูหราบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนภาพข้อความแจ้งเตือนวงเงินมหาศาลที่ถูกโยกย้ายอย่างแนบเนียน พร้อมกับชื่อผู้รับปลายทางที่ทำให้หัวใจของเอวาเลน่า วอน ไคลน์ แทบหยุดเต้น *ดยุกเซบาสเตียน โวหาร์ด* บุรุษผู้ควรจะนอนเน่าเปื่อยอยู่ใต้ซากปรักหักพังของคฤหาสน์ตระกูลโวหาร์ดในคืนเพลิงผลาญเมื่อสามปีก่อน บุรุษผู้เคยเป็นทั้งคู่หมั้นและหอกข้างแคร่ที่เธอพยายามกำจัดทิ้งด้วยมือของตนเอง แต่ในเวลานี้... เขากลับกลายเป็นเงาปริศนาที่กำลังชักใยอยู่เบื้องหลังการล่มสลายของตระกูลไคลน์ และรอยเท้าที่เพิ่งเดินลับหายไปจากหน้าประตูก็คือหลักฐานชิ้นสำคัญว่าเขากำลังเล่นเกมไล่จับกับเธออย่างสนุกสนาน "ดูเหมือนว่าแมลงสาบตัวนี้จะหนังเหนียวเสียยิ่งกว่าที่คิดนะคะ, เอวา" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงาน คาร์ลอส เดอ ลูเซีย ก้าวออกมาจากเงาสลัวของผ้าม่านกำมะหยี่สีเลือดหมู แสงไฟจากโคมไฟคริสตัลสะท้อนลงบนเรือนผมสีดำสนิทและดวงตาสีอำพันคมกราบที่ฉายแววอันตราย ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ทำงานของเธอ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนของเอวาเลน่าอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนจากชายหนุ่มช่วยดึงสติของเอวาเลน่าให้กลับคืนมา เธอมองหน้าจออีกครั้งก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ แววตาที่เคยไหววูบกลับมาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยประกายแห่งความกระหายชัยชนะในชั่วพริบตา "ตายยากจริงนะคะ... แต่ในเมื่อเขากล้าฟื้นขึ้นมาจากนรกเพื่อมาขวางทางฉันอีกครั้ง ฉันนี่แหละจะเป็นคนส่งเขากลับลงไปในหลุมด้วยมือของตัวเอง" เอวาเลน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่ทรงพลัง เธอมزยิ้มมุมปากอย่างเย้ายوان "ในเมื่อเซบาสเตียนเลือกที่จะเล่นเกมนี้ งั้นเรามาเปิดหน้าชกกันให้รู้ดำรู้แดงไปเลยดีกว่าค่ะ" เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ศูนย์ประชุมกลางมหานครหลวง พื้นที่จัดแสดงโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับเมกะโปรเจกต์ "ดิ เอลลิ시อน เดอะ เรสซิเดนซ์" (The Elysium Residences)เนืองแน่นไปด้วยผู้คนนับพัน ทั้งนักลงทุนกระเป๋าหนัก สื่อมวลชนสายธุรกิจทรงอิทธิพล และเหล่าเซเลบตระกูลดังที่ต่างพากันมาจับ Zตตามองการเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์ของตระกูลไคลน์—ตระกูลที่เคยถูกตราหน้าว่ากำลังดิ่งเหวและรอวันล่มสลาย แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปสาดส่องระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน เสียงซุบซิบนินทาก้องกังวานไปทั่วโถงจัดงานขนาดมหึมา ทุกสายตาต่างจดจ้องไปยังเวทีกลางที่ถูกประดับประดาด้วยความหรูหราอลังการตามแบบฉบับแฟนตาซียุโรปตอนเหนือ ผสมผสานกับความล้ำสมัยของเทปูนโครงสร้างอัจฉริยะ "ดูนั่นสิ... นั่นมันท่านหญิงเอวาเลน่าไม่ใช่หรือคะ? กล้าเอาเงินที่ไหนมาจัดงานใหญ่โตขนาดนี้ ทั้งที่บริษัทเพิ่งจะประกาศล้มละลายไปหมาดๆ" "ได้ยินมาว่าไปกู้ยืมเงินนอกระบบมาล่ะค่ะ งานนี้คงกะจะสร้างภาพครั้งสุดท้ายก่อนล้มละลายจริงๆ น่าสมเพชเสียจริง" เสียงวิจารณ์เสียFเสียดแทรกเข้ามาในโสตรประสาทของเอวาเลน่า แต่เธอกลับไม่ได้แสดงสีหน้าร้อนรนแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีมรกตประดับเพชรระยิบระยับก้าวเดินเคียงคู่มากับคาร์ลอส เดอ ลูเซีย ด้วยท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์ ท่วงท่าการเดินที่มั่นคงและรอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของเธอทำให้เสียงซุบซิบค่อยๆ เงียบลงไปทีละน้อย เอวาเลน่าก้าวขึ้นสู่โพเดียม ทอดสายตามองฝูงชนเบื้องล่างด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ไมโครโฟนไร้สายถูกหยิบขึ้นมา น้ำเสียงกังวานใสแต่เด็ดเดี่ยวสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุม "ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานเปิดตัวโครงการ 'ดิ เอลลิ시อน' เมกะโปรเจกต์มูลค่ากว่าหมื่นล้านเหรียญของเราค่ะ" เอวาเลน่าหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย กวาดสายตามองไปยังกลุ่มนักลงทุนตระกูลใหญ่ที่นั่งอยู่แถวหน้า ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบรรดาผู้บริหารหน้าใหม่จากกลุ่มทุนปริศนาที่เพิ่งเข้ามาซื้อหุ้นของตระกูลโวหาร์ด "หลายท่านคงกำลังสงสัยว่า ตระกูลไคลน์ที่เคยเกือบจะล้มละลาย เอาความมั่นใจมาจากไหนถึงกล้าลงทุนในสเกลที่ใหญ่โตเช่นนี้... คำตอบนั้นง่ายมากค่ะ เพราะเราไม่ได้มาเพื่อกู้ชื่อเสียง แต่เรามาเพื่อกวาดล้างทุกหนี้สิน และเหยียบย่ำผู้ที่เคยคิดจะเหยียบเราให้จมดิน!" สิ้นคำพูดของเธอ หน้าจอ LED ขนาดมหักษ์ด้านหลังเวทีก็สลับภาพขึ้นมาแสดงผังโครงการ พร้อมกับตัวเลขยอดจองล่วงหน้าจากนักลงทุนระดับโลกที่หลั่งไหลเข้ามาภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที ยอดเงินพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจจนเหล่าผู้ทรงอิทธิพลในแถวหน้าถึงกับหน้าซีดเผือก "เป็นไปไม่ได้!" เสียงอุทานด้วยความตกใจดังมาจากหนึ่งในบอร์ดบริหารคู่แข่ง "ยอดจองห้าพันล้านในเวลาห้าวิ... พวกเธอเอาเงินทุนสำรองมาจากไหนกัน!" เอวาเลน่าแย้มยิ้มหวานหยด ทว่าแววตากลับเยียบเย็นเสียจนน่ากลัว เธอกำลังจะเอ่ยปากตบหน้าพวกมันด้วยตัวเลขบัญชีที่แท้จริง แต่ทว่า— *พรึบ!* จู่ๆ ไฟฟ้าภายในฮอลล์ขนาดใหญ่ก็ดับวูบลงสนิท ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ เสียงฮือฮาด้วยความตกใจดังระงมขึ้นทันที ก่อนที่สปอตไลท์ดวงยักษ์จะสาดส่องไปยังทางเข้าด้านหลังฮอลล์ ประตูบานคู่แกะสลักหรูหราค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ ร่างสูงโปรดของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเท้าเข้ามา ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด ร่างนั้นสวมชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ภายใต้เงาของปีกหมวกปานามา แต่ริมฝีปากที่ยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยันและดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้นและกลิ่นอายของความตาย เซบาสเตียน โวหาร์ด ก้าวเดินเข้ามาทีละก้าว พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง "ยินดีด้วยนะที่รัก... งานเปิดตัวของเธอยิ่งใหญ่สม Aานจริงๆ" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นผ่านไมโครโฟนที่เขาหยิบมาจากเจ้าหน้าที่ "แต่โชคร้ายหน่อยนะ... เพราะโครงการทั้งหมดที่เธอพูดมา บนโฉนดที่ดินผืนนั้น มันเป็นกรรมสิทธิ์ของฉันแต่เพียงผู้เดียว... และตอนนี้ ฉันมาเพื่อยึดมันคืน!" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมฮอลล์ทันที เอวาเลน่าชะงักไปเล็กน้อย ร่างบางนิ่งค้างไปชั่วขณะเมื่อสบตากับคนที่เธอคิดว่าตายไปแล้ว ดวงตาของเธอกวาดมองใบหน้านั้นอย่างพิจารณา ก่อนที่มุมปากของเธอจะค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม "ยึดคืนงั้นเหรอคะ..." เอวาเลน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่ทรงพลังจนสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "คิดว่ากลับมาจากนรกแล้วจะฉลาดขึ้นเสียอีก... แต่ก็น่าเสียดายนะคะ ที่ดินผืนนั้นน่ะ ฉันเพิ่งโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดให้เป็นของ *เดอ ลูเซีย กรุ๊ป* ไปเมื่อหนาวที่แล้ว..." เธอหันไปมองคาร์ลอสที่ยืนอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มเพียงแค่ยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น พร้อมกับกดปุ่มสีดำบนรีโมทคอนโทรลในมือเบาๆ ทันใดนั้น หน้าจอด้านหลังก็เปลี่ยนเป็นภาพเอกสารทางกฎหมายฉบับจริง พร้อมกับเสียงประกาศจากระบบอัตโนมัติของธนาคารกลางที่ดังลั่นฮอลล์ [โอนกรรมสิทธิ์และชำระบัญชีเสร็จสิ้น... วงเงินทั้งหมดถูกล็อกโดย 'คาร์ลอส เดอ ลูเซีย' และท่านหญิงเอวาเลน่า] เซบาสเตียนที่กำลังเดินเข้ามาด้วยความมั่นใจ ถึงกับชะงักกึก สีหน้าของเขาถอดสีลงทันทีเมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางที่อีกฝ่ายขุดรอไว้ตั้งแต่แรก! "แก...!" เซบาสเตียนกัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว เอวาเลน่าก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ขอบเวที ก้มมองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจเหนือกว่า "ยินดีต้อนรับกลับมาจากนรกนะคะ... เซบาสเตียน แต่คราวนี้ ฉันจะไม่ปล่อยให้แกได้ผุดได้เกิดอีกเป็นครั้งที่สองแน่..." ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%