ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 13

พักรบเพื่อรุกคืบ

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"คุณ... น่าจะตายไปแล้วไม่ใช่หรือคะ?" เสียงของเอวาเลน่า วอน ไคลน์ แผ่วเบาราวกับขนนกที่ร่วงหล่นลงบนผิวน้ำ แต่มันกลับก้องกังวานเสียดแทงความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบ แสงไฟจากตะเกียงคริสตัลสาดส่องลงบนใบหน้าครึ่งซีกของชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า เผยให้เห็นดวงตาสีอำพันที่ทอประกายความเยือกเย็น คมกริบ และเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ถูกฝังกลบไว้ใต้หลุมศพแห่งกาลเวลา บุคคลที่ควรจะสูญสลายไปพร้อมกับกองเพลิงแห่งความอัปยศเมื่อสามปีก่อน บัดนี้กลับมายืนอยู่ตรงนี้ ลมหายใจอุ่นร้อน กลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของชาดำผสมกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ และรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันราวกับจะเยาะเย้ยชะตากรรม "ความตายเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยเกินไปสำหรับคนที่มีบัญชีต้องสะสางไม่ใช่หรือครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง สำหรับคนอย่างพี่ชายต่างแม่ที่แสนดีของคุณต่างหากล่ะ เอวา" น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเจือแววขบขันเล็กน้อย แต่ดวงตากลับคมกราบราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ เขาคือ 'ลูคัส' อดีตพันธมิตรคนสำคัญผู้กุมความลับทางการเงินทั้งหมดของตระกูลไคลน์ ก่อนที่เขาจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนที่ตระกูลดิ่งเหวลงสู่ก้นบึ้งแห่งความล้มละลาย เอวาเลน่าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ สัญชาตญาณของอดีตตัวร้ายผู้เคยผ่านสมรภูมิธุรกิจและการหักหลังกรีดร้องเตือนภัย สมองของเธอหมุนวนด้วยความเร็วสูงเพื่อประเมินสถานการณ์ หากลูคัสยังไม่ตาย นั่นหมายความว่าแผนการล้างบางตระกูลไคลน์เมื่อสามปีก่อนมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่สกปรกยิ่งกว่าที่เธอเคยคาดการณ์ไว้ และที่สำคัญที่สุด... เขามาปรากฏตัวที่นี่ในยามที่เธอกำลังจะกอบกู้ความมั่งคั่งกลับคืนมา หมายความว่าเฃาคือภัยคุกคาม หรือ... พันธมิตรคนใหม่ที่จะช่วยให้เธอเหยียบย่ำพวกที่เคยดูถูกเหยียดหยามให้จมดินได้เร็วยิ่งขึ้น? "คุณกล้ามากนะที่เหยียบเข้ามาในอาณาเขตของฉันโดยไม่กลัวว่าฉันจะลั่นไกใส่คุณเสียก่อน" เอวาเลน่าหรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล มือเรียวบางเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกสั้นที่ซ่อนไว้ใต้ร่มผ้าอย่างแนบเนียน ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะตึงเครียดไปมากกว่านั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝ่ามือหนาอันคุ้นเคย ร่างสูงสง่าของคาร์ลอส เดอ ลูเซีย ก้าวเข้ามาด้วยฝาดก้าวที่มั่นคงและทรงพลัง ดวงตาสีฟ้าเข้มกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสองด้วยความรวดเร็วราวนกเหยี่ยว ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะขยับเข้ามาบังหน้าเอวาเลน่าไว้โดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างเปรียบเสมือนโล่อันแข็งแกร่งที่พร้อมปกป้องเธอจากทุกอันตราย "แขกยามวิกาลที่ไม่ได้รับเชิญมักจะมีจุดจบที่ไม่ค่อยสวยนัก คุณลูคัส" คาร์ลอสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความปรานี รัศมีอำนาจมืดมนแผ่ซ่านออกมาจากตัวมหาเศรษฐีหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที ลูคัสหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายกมือขึ้นระดับอกเชิงยอมจำนน แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับไม่ได้ลดความเจ้าเล่ห์ลงเลยแม้แต่น้อย "ใจเย็นก่อนครับท่านประธานเดอ ลูเซีย ผมไม่ได้มาเพื่อเป็นศัตรู... ตรงกันข้าม ผมมาเพื่อมอบกุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้คุณและคุณหนูไคลน์สามารถกวาดซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลดิ่งเหวนี้ได้ภายในสามวินาทีต่างหากล่ะ" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เอวาเลน่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองลอดผ่านไหล่กว้างของคาร์ลอสไปยังชายหนุ่มปริศนา กุญแจสำคัญงั้นหรือ? ในยามที่เกมกำลังขับเคี่ยวอย่างดุเดือด ข้อเสนอนี้ช่างหอมหวานเสียจนยากจะปฏิเสธ แต่สำหรับโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการหลอกลวง ความใจดีมักมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่ายแพงลิ่ว คาร์ลอสไม่ขยับเขยื้อน เขายังคงยืนตระหง่านบังเอวาเลน่าไว้มิดชิด มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบของหญิงสาวไว้เบาๆ เป็นการส่งผ่านความอบอุ่นและเตือนสติว่าเธอไม่ได้เผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง "เราไม่สนใจข้อเสนอของคนที่ไว้ใจไม่ได้" คาร์ลอสปฏิเสธเสียงแข็ง น้ำเสียงเด็ดขาดไม่มีช่องว่างให้ต่อรอง "ออกจากที่นี่ไปซะ ก่อนที่ผมจะเรียกบอดี้การ์ดมาโยนคุณออกไป" ลูคัสยักไหล่อย่างไม่ยี่ห้อ เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวพร้อมกับดึงซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากเสื้อโค้ทตัวยาว แล้วโยนมันลงบนโต๊ะทำงานกระจกเสียงดังทึบ "ผมรู้ว่าพวกคุณกำลังตามหาเส้นทางการเงินลับของท่านเซอร์โรเบิร์ต เอกสารในนั้นจะบอกทุกอย่าง... และบอกด้วยว่าใครคือหนอนที่คอยบ่อนทำลายบริษัทจากภายใน" ลูคัสหยุดพูดเล็กน้อย รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้า "คิดให้ดีนะครับคุณเอวาเลน่า โอกาสที่จะได้แก้แค้นแบบรวดเร็วและสะใจที่สุดไม่ได้มีมาบ่อยๆ หรอกนะ" สิ้นเสียง ลูคัสก็หมุนตัวเดินหายไปในความมืดของทางเดินอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง คาร์ลอสค่อยๆ หันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหลัง แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง มือหนายกขึ้นประคองแก้มเนียนนุ่มของเอวาเลน่าอย่างทะนุถนอม นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มของเธอเพื่อคลายความตึงเครียด "คุณโอเคไหม เอวา?" เสียงทุ้มต่ำเอמהถามอย่างอ่อนโยน มันเป็นน้ำเสียงที่แตกต่างจากยามที่เขาเจรจาธุรกิจกับเหล่าฉลามร้ายในตลาดหุ้นอย่างสิ้นเชิง เอวาเลน่าเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีฟ้าคู่นั้น หัวใจที่เคยด้านชาและระแวดระวังต่อผู้คนกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงภายใต้สัมผัสที่อบอุ่นและจริงใจ กลิ่นกายสะอาดสดชื่นของคาร์ลอสผสมผสานกับบรรยากาศยามค่ำคืน ทำให้เธอดำดิ่งลงไปในห้วงความรู้สึกที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบผ่านการร่วมทุกข์ร่วมสุข บัดนี้มันได้กลายเป็นสายใยอันเหนียวแน่นที่ผูกมัดหัวใจทั้งสองดวงไว้ด้วยกัน "ฉันไม่เป็นไรค่ะ... ขอบคุณนะคะคาร์ลอส ที่คอยอยู่เคียงข้างฉันเสมอ" เอวาเลน่าเอ่ยตอบ เสียงของเธอนุ่มนวลกว่าทุกครั้ง ดวงตากลมโตฉายแววความซาบซึ้งใจอย่างปิดไม่มิด คาร์ลอสยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากและมีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้ครอบครอง เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มของหญิงสาว ทำให้หัวใจของเอวาเลน่าเต้นระรัวราวกับกลองเพล "ผมไม่มีทางปล่อยให้ใครมาทำร้ายคุณได้หรอก เอวา... ไม่ว่ามันจะเป็นใครหน้าไหนก็ตาม" คำพูดนั้นหนักแน่นและจริงจังยิ่งกว่าคำสาบานใดๆ ในโลก ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้เรียวปากอิ่มสีระเรื่อของเธอทีละน้อย ความเย้ายวนและแรงดึงดูดระหว่างคนทั้งคู่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด บรรยากาศรอบกายราวกับถูกหลอมละลายเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะแนบชิดกัน เสียงเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะทำงานก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ทว่ามันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนธรรมดา... แต่มันคือรายงานความเคลื่อนไหวจากระบบการเงินหลักที่ระบุว่า บัญชีสำรองฉุกเฉินมูลค่าหลักพันล้านกำลังถูกถอนออกจนเกลี้ยงโดยไม่ทราบสาเหตุ! เอวาเลน่าผละออกจากอ้อมแขนของคาร์ลอสอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ "เกิดอะไรขึ้น?" คาร์ลอสถามเสียงเครียด ขยับเข้าไปดูหน้าจอร่วมกับเธอ ภาพบนหน้าจอปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารกลาง พร้อมกับชื่อผู้รับปลายทางของการโอนเงินครั้งนี้—ชื่อที่ทำให้ลมหายใจของเอวาเลน่าต้องหยุดชะงักลงทันที เพราะมันคือชื่อของบุคคลที่ตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน... และเขากำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องนี้เมื่อครู่! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%