เสียงกงาลของใบพัดเฮลิคอปเตอร์รุ่นมิลลิทารีเกรดตีฝ่าแรงลมจนกระจกคริสตัลของห้องโถงใหญ่สั่นสะท้านเป็นริ้วๆ แรงลมมหาศาลพัดโหมกระหน่ำจนเอกสารลับบนโต๊ะทำงานราคาแพงปลิวว่อนราวกับใบไม้ร่วง ทว่ากลางพายุย่อยๆ ที่ถูกสร้างขึ้นจากเครื่องจักรสังหารลำนั้น เอวาเลน่า วอน ไคลน์ กลับยืนหยัดอยู่อย่างสง่างาม เส้นผมสีรัตติกาลยาวสลวยปลิวไสวตามแรงลม เผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่เยือกเย็นและทรงพลัง—รอยยิ้มของผู้ที่รู้ผลลัพธ์ของกระดานหมากรุกนี้ตั้งแต่ยังไม่ทันเดินหมากตาแรกเสียด้วยซ้ำ
"ดูเหมือนว่า 'แขกไม่速เชิญ' ของเราจะรีบเร้นมาต้อนรับความพ่ายแพ้เสียเหลือเกินนะคะ"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเฉียบคมดังขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของเครื่องยนต์ เอวาเลน่าหันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างของชายผู้หนึ่งที่กำลังก้าวผ่านซากประตูหน้าต่างที่พังทลายลงมา ดยุกโรเบิร์ต แวน ริคเตอร์—ผู้นำตระกูลเก่าแก่ที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียดหยามเธอว่าเป็นเพียงดอกไม้ริมทางที่รอวันเหี่ยวเฉา บัดนี้ใบหน้าอันเย่อหยิ่งของเขากลับบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดระแวง เม็ดเหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ แม้เขาจะพยายามรักษาท่าทีผู้ดีเก่าไว้แค่ไหน แต่ดวงตาที่แดงก่ำก็ฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังจนมุมอย่างสมบูรณ์แบบ
โรเบิร์ตหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง "เธอคิดว่าเกมนี้เธอชนะแล้วอย่างนั้นหรือ เอวาเลน่า? หึ... อำนาจเงินปลอมๆ ที่เธอกอบโกยมาได้ มันไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับอำนาจที่แท้จริงของตระกูลเรา!"
เอวาเลน่าไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอก้าวเท้าเข้าไปหาเขาช้าๆ ส้นสูงสีดำสนิทกระทบกับพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความหายนะของอีกฝ่าย ทุกย่างก้าวของเธอบ่งบอกถึงความเหนือกว่าอย่างเบ็ดเสร็จ เธอยกมือขึ้นทัดผมที่ปลิวมาปรกหน้าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"อำนาจที่แท้จริงหรือคะ? ท่านดยุก... ท่านกำลังพูดถึงหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่กำลังดิ่งลงเหว หรือกำลังพูดถึงบัญชีลับในสวิสเซอร์แลนด์ที่ตอนนี้ถูกอายัดไว้หมดแล้วโดยสำนักงานตรวจสอบการเงินระหว่างประเทศกันแน่คะ?"
เพล้ง! ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ร่างของโรเบิร์ตเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "ทะ... เธอรู้เรื่องบัญชีนั่นได้อย่างไร! นั่นมันความลับระดับสูงสุด!"
"ไม่มีความลับอะไรบนโลกใบนี้หรอกค่ะ หากเรามีเงินมากพอที่จะซื้อตัวคนใกล้ชิดของท่าน" เอวาเลน่าหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่ก้าวเดียว เธอมองกวาดสายตาสำรวจสภาพที่น่าสมเพชของชายตรงหน้าด้วยความเวทนาที่เคลือบยาพิษ "ท่านคิดว่าการส่งมือสังหารมากำจัดฉันที่คฤหาสน์เก่าหลังนี้ จะช่วยปกปิดความเน่าเฟะของตระกูลแวน ริคเตอร์ได้งั้นหรือคะ? น่าผิดหวังเสียจริง... นึกว่าท่านจะมีลูกเล่นที่เหนือกว่านี้เสียอีก"
เมื่อจนมุมและไร้ซึ่งทางออก ความเป็นสุภาพบุรุษจอมปลอมก็มลายหายไปสิ้น โรเบิร์ตแค่นAหัวเราะด้วยความคลุ้มคลั่ง มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปหยิบปืนพกเคลือบทองคำขาวออกจากแจ็กเก็ต เล็งปากกระบอกปืนตรงมาที่หน้าอกของหญิงสาวทันที!
"ในเมื่อฉันพังทลายลงไม่ได้... งั้นก็ตายไปพร้อมกันเสียเถอะ อีผู้หญิงสารเลว!"
ไม่มีเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดกลัว เอวาเลน่ายังคงยืนนิ่งสนิท ราวกับว่าปากกระบอกปืนที่จ่ออยู่ตรงหน้าเป็นเพียงดอกไม้ประดับห้อง นัยน์ตาสีไพลินของเธอยังคงประกายแสงแห่งความเหนือกว่าอย่างเยือกเย็น
*ปัง!*
เสียงคำรามของอาวุธปืนดังสนั่นหวั่นไหว แต่ทว่า... กระสุนนัดนั้นกลับไม่เคยเดินทางไปถึงเป้าหมาย!
ร่างเงาดำสายหนึ่งพุ่งเข้ามาขวางกั้นระหว่างเอวาเลน่ากับปากกระบอกปืนด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันอย่างรุนแรง ประกายไฟสาดกระเซ็นในความมืด ก่อนที่ร่างของมือสังหารและปืนในมือของโรเบิร์ตจะกระเด็นหลุดร่วงลงสู่พื้นด้วยฝ่าเท้าอันทรงพลังของชายผู้มาใหม่
คาร์ลอส เดอ ลูเซีย ก้าวเข้ามายืนบังเอิญหน้าคู่หมั้นสาวของเขาไว้ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษส่งกลิ่นอายอันตรายและทรงอำนาจแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ดวงตาสีอำพันคู่นั้นกวาดมองโรเบิร์ตด้วยสายตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก แค่เพียงรัศมีกดดันจากมหาเศรษฐีระดับโลกคนนี้ ก็ทำให้เข่าของดยุกผู้ยิ่งใหญ่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันทีโดยไม่ต้องออกแรงซ้ำ
"กล้าดียังไง... ถึงชักปืนใส่คนของฉัน" คาร์ลอสเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน เป็นน้ำเสียงที่ทรงพลังจนทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงลดฮวบลงจนแทบเยือกแข็ง
เอวาเลน่าก้าวออกมาจากด้านหลังของชายหนุ่ม เธอวางมือเรียวลงบนบ่ากว้างของคาร์ลอสเบาๆ เป็นเชิงปราม ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของโรเบิร์ตที่กำลังหมอบราบคาบกับพื้นด้วยแววตาสەใจ
"เกมจบแล้วนะคะ ท่านดยุก... และของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ฉันเตรียมไว้ให้ท่าน ก็เพิ่งจะเดินทางมาถึงพอดี"
สิ้นคำพูดของเธอ เสียงกSีดร้องผ่านโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่ตกอยู่บนพื้นของโรเบิร์ตก็ดังขึ้น เป็นเสียงรายงานจากทนายความประจำตระกูลที่แจ้งข่าวร้ายที่สุดในชีวิตว่า 'ทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึด และคุกตลอดชีวิตกำลังรอเขาอยู่'
โรเบิร์ตเบิกIตากว้างด้วยความสิ้นหวัง ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับใบไม้ไหว ทว่าในจังหวะที่ความเงียบงันเข้าปกคลุม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาจากทางด้านหลังของเฮลิคอปเตอร์ พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพัง
"เยี่ยมมาก... สมกับเป็นว่าที่นายหญิงแห่งตระกูลวอน ไคลน์ จริงๆ"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างของชายในเงาสลัวที่ถอดฮู้ดคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้ลมหายใจของเอวาเลน่าต้องสะดุดกึก—บุคคลที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับทุกเกมแก้แค้นนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - เอวาลินน์ปลายพู่กัน
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 12
ความล้มเหลวของผู้ไม่หวังดี
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!