ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 9

หมากเกมที่สาม

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
เสียงเอกสารลับนับร้อยหน้าถูกสะบัดลงกระทบโต๊ะไม้มะฮอกกานีชั้นดีดัง *ปึ้ง!* เรียกสายตาทมึงทึงจากเหล่าคณะกรรมการตระกูลขุนนางเก่าแก่ให้หันขวับมามองเป็นตาเดียว ทว่า เอวาเลน่า วอน ไคลน์ กลับแย้มรอยยิ้มพรายอย่างใจเย็น ดวงตาคู่คมกริบใต้แพขนตางอนงามราวกับปีกผีเสื้อกวาดมองใบหน้าซีดเผือดของพวกที่เคยเหยียบย่ำเธอให้จมดินด้วยความเวทนา "เข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่าคะ ท่านลอร์ดเบอร์นาร์ด... เอกสารโยกย้ายเงินทุนสิบล้านเหรียญทองเข้าบัญชีลับนอกอาณาจักรชุดนี้ ไม่ได้เพิ่งร่วงหล่นมาจากฟ้าหรอกนะคะ แต่มันถูกคัดลอกและบันทึกร่องรอยดิจิทัลไว้ครบถ้วน ตั้งแต่วินาทีแรกที่ท่านแอบเซ็นชื่ออนุมัติด้วยความโลภเมื่อสามเดือนก่อนแล้วล่ะค่ะ" น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเยือกเย็นบาดลึกดังขึ้นท่ามกลางห้องประชุมใหญ่ที่เงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ เอวาเลน่าในชุดสูดเข้ารูปสีไอยราตัดเย็บประณีตสะท้อนความหรูหราสง่างาม เธอนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ ราวกับผู้ล่าที่กำลังเล่นสนุกกับเหยื่อในกรงขัง บอร์ดบริหารอาวุโสหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด มือเหี่ยวย่นสั่นเทาขณะพยายามคว้าแก้วน้ำแต่กลับปัดมันจนแตกกระจาย เสียงเศษแก้วกระทบพื้นกระเบื้องสะท้อนความตื่นตระหนกที่พุ่งถึงขีดสุด พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าคุณหนูตกอับผู้เคยถูกขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้ค่า จะสามารถพลิกเกมด้วยระบบสืบสวนการเงินอันทรงพลังที่แม้แต่กองบัญชาการภาษีหลวงยังต้องยอมสยบ "เธอ... เธอใช้วิธีสกปรกอะไร! หลักฐานพวกนี้มันปลอมชัดๆ!" ลอร์ดเบอร์นาร์ดตะโกนลั่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว เขาลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มคว่ำ "ตระกูลไคลน์ตกต่ำถึงขีดสุดแล้ว ยังกล้าส่งเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาใส่ร้ายพวกเราอย่างนั้นเรน่า!" เอวาเลน่าหัวנסเสียงแผ่วเบาในลำคอ นัยน์ตาสีไพลินฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสง่างาม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบยาพิษ "ปลอมอย่างนั้นหรือคะ? ถ้าเช่นนั้น... เสียงบันทึกการสนทนาระหว่างท่านกับพ่อค้าตลาดมืดเมื่อคืนวานนี้ ที่ตกลงกันเรื่องฟอกเงินผ่านอสังหาริมทรัพย์ริมอ่าว จะถือเป็นของปลอมด้วยไหมคะ?" ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงสนทนาอันคุ้นเคยที่ดังกระหึ่มไปทั่วห้องประชุม ทุกถ้อยคำสารภาพความผิด ความโลภ และการหักหลังตระกูลถูกเปิดเผยออกมาอย่างหมดเปลือก สีหน้าของลอร์ดเบอร์นาร์ดเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาวราวกับคนใกล้ตาย เข่าทั้งสองข้างทรุดฮวบลงกระแทกพื้นอย่างหมดสภาพ ท่ามกลางสายตารังเกียจเดียดฉันท์ของเหล่าผู้ร่วมขบวนการที่ต่างรีบถอยห่างเพื่อเอาตัวรอด ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูบานคู่ไม้สักทองแกะสลักลวดลายวิจิตรก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท เรือนผมสีรัตติกาลรับกับใบหน้าคมคายราวกับเทพสลัก ดวงตาคมกริบลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรคู่นั้นกวาดมองผู้คนในห้องด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันให้ทุกคนต้องก้มหน้าหลบสายตาโดยอัตโนมัติ คาร์ลอส เดอ ลูเซีย มหาเศรษฐีผู้กุมอำนาจตลาดการเงินครึ่งค่อนโลก ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเก้าอี้ของเอวาเลน่าอย่างมั่นคง มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้ด้านหลังเธออย่างให้เกียรติและประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน รัศมีแห่งความมั่งคั่งและทรงอำนาจแผ่ซ่านจนทำให้อากาศในห้องราวกับเบาบางลง "ภรรยาของผม... คงไม่ได้รบกวนเวลาอันมีค่าของพวกท่านมากเกินไปหรอกกระมังครับ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มทรงเสน่ห์แต่เยือกเย็นจนกระดูกสันหลังวาบหวิวเอ่ยขึ้น คาร์ลอสก้มลงสบตากับเอวาเลน่า แววตาที่มักจะไร้ความรู้สึกต่อสิ่งใด กลับพราวระยับด้วยความชื่นชมและอ่อนโยนยามที่มองหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ เขาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารหลักฐานบนโต๊ะขึ้นมาพลิดูผ่านๆ ก่อนจะมุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "จัดการเรียบร้อยดีนี่ครับที่รัก หนี้สินทั้งหมดที่พวกมันยักยอกไป ถูกอายัดเข้าบัญชีกลางของกลุ่มทุนลูเซียเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... ตระกูลดิ่งเหวแห่งนี้ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหายใจในแวดวงธุรกิจอีกต่อไป" คำประกาศิตนั้นเปรียบเสมือนกิโยตินที่ตัดฉับลงมาปิดฉากความเรืองอำนาจของพวกขุนนางเก่าแก่ลงอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงร้องคร่ำครวญและเสียงคุกเข่าอ้อนวอนดังระงมไปทั่ว แต่เอวาเลน่ากลับไม่แม้แต่จะชายตากลัีบไปมอง พวกเขาเป็นเพียงเศษฝุ่นใต้รองเท้าที่หมดประโยชน์แล้วเท่านั้น เอวาเลน่าแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้แก่ชายหนุ่มข้างกาย เธอยื่นมือเรียวไปวางทาบบนฝ่ามืออุ่นหนาของเขาอย่างรู้ใจ คาร์ลอสกระชับมือเธอกลับแน่นพร้อมกับส่งสัญญาณมือให้บอดี้การ์ดส่วนตัว ทันใดนั้น เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นใหม่ล่าสุดก็ดังสนั่นก้องกังวานมาจากลานดาดฟ้าด้านบน แรงลมพัดผ่านกระจกหน้าบานใหญ่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืน เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นชีวิตใหม่บนจุดสูงสุดที่ไม่มีใครอาจเอื้อมถึงได้อีกต่อไป คาร์ลอสโน้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นที่แฝงความคลั่งไคล้ "เครื่องพร้อมแล้วครับคนดี... ไปฉลองชัยชนะของเรากันเถอะ" เอวาเลน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างพึงพอใจ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเคียงข้างมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวเดินเคียงกันออกไปอย่างไร้ความลังเล ทิ้งให้เบื้องหลังคือซากปรักหักพังของศัตรูที่ได้แต่ก้มหน้ายอมรับความพินาศย่อยยับ ทว่า... ในวินาทีที่เอวาเลน่าย่างเท้าก้าวพ้นประตูห้องประชุม สายตาคู่คมดันเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาที่ถูกสอดไว้ใต้ประตูห้องของเธอเอง หน้าซองปรากฏตราประทับรูปกุหลาบสีดำสนิท—สัญลักษณ์ขององค์กรลับที่เธอคิดว่าถูกกวาดล้างไปตั้งแต่ชาติภพก่อน และข้อความลายมือหวัดๆ ที่เขียนไว้ด้วยหมึกสีแดงฉานว่า... "เกมการแก้แค้นของเธอ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้นแหละ... คุณหนูเรน่า" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความเจ้าเล่ห์ของเอวาเลน่าในบทนี้นะคะ! — เอวาลินน์ปลายพู่กัน
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%