เสียงแก้วไวน์คริスタルกระทบกันเบาๆ ในห้องรับรองวีไอพีชั้นบนสุดของโรงแรมแกรนด์ไคลน์ ไม่ได้ช่วยบรรยากาศความตึงเครียดที่คุกกรุ่นอยู่ ณ ใจกลางโต๊ะอาหารแม้แต่น้อย
เอวาเลน่า วอน ไคลน์ วางก้านแก้วลงบนโต๊ะไม้สักทองอย่างเชื่องช้า สายตาดอกกุหลาบสีเพลิงจดจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนผันไปอย่างสิ้นเชิง—จากความโง่เขลาในอดีตที่เคยทุ่มเททุกอย่างให้ สู่ความว่างเปล่าเย็นชาในปัจจุบัน
"คุณกำลังบอกฉันว่า... เงินจำนวนห้าแสนเหรียญทองที่ตระกูลวอน ไคลน์ เคยช่วยเหลือคุณในช่วงที่กิจการเดินเรือล้มละลายเมื่อสามปีก่อน เป็นเพียง 'การลงทุนทางธุรกิจ' ที่ไม่จำเป็นต้องทดแทนบุญคุณงั้นเหรอคะ, ท่านเคานต์ลูคัส?"
น้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบจนน่ากลัว แต่มันกลับทำให้ลูคัส ฟอนเดอร์เบิร์ก อดีตคู่หมั้นรูปงามถึงกับสะดุ้งเฮือก รอยยิ้มพยายามปั้นแต่งบนใบหน้าของชายหนุ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหัวเราะกลบเกลื่อนเพื่อทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้
"โธ่ เอวาเลน่า ที่รัก... อย่าใช้คำพูดห่างเหินแบบนั้นเลยนะ" ลูคัสพยายามเอื้อมมือหนามาหมายจะกุมมือเรียวบางบนโต๊ะ แต่เอวาเลน่ากลับชักมือกลับอย่างนิ่มนวลราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวสัมผัสต้องมลทิน "เราเป็นคู่หมั้นกันนะ ถึงตระกูลของเธอจะตกต่ำลงจนกลายเป็น 'ตระกูลดิ่งเหว' ไปแล้ว แต่ฉันก็ยังแสดงความใจกว้างยอมรับเธอไว้ไม่ใช่หรือไง? อีกอย่าง... เรื่องเงินห้าแสนนั่น มันก็นานมาแล้ว เธอน่าจะมองการณ์ไกลเสียบ้างว่า ถ้าแต่งงานกับฉันในฐานะผู้นำตระกูลฟอนเดอร์เบิร์กคนใหม่ เธอก็จะได้ทุกอย่างคืนมาเองแหละน่า"
คำว่า *'ตระกูลดิ่งเหว'* ถูกพ่นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือความเย่อหยิ่งและดูแคลนอย่างไม่คิดจะปิดบัง ดวงตาของลูคัสที่เคยทอดมองเธอด้วยความหวานเชื่อมในยามที่เเคยมีอำนาจ บัดนี้กลับฉายแววเห็นแก่ตัวและมองเธอเป็นเพียงภาระที่น่ารำคาญ ซึ่งเขาพร้อมจะสลัดทิ้งได้ทุกเมื่อหากพบผลประโยชน์ที่ดีกว่า
เอวาเลน่าแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเป็นเส้นตรงที่เยือกเย็นและทรงพลัง เธอนึกย้อนไปถึงอดีตชาติ—ผู้หญิงโง่เง่าคนนั้นเคยยอมแม้กระทั่งขายทรัพย์สินส่วนตัวชิ้นสุดท้าย เพื่อนำเงินมาพยุงบริษัทการเดินเรือของลูคัสไม่ให้ล้มละลาย แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการถูกหักหลังอย่างเลือดเย็น การถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี และการถูกเขี่ยทิ้งราวกับสิ่งของหมดราคาในวันที่ตระกูลวอน ไคลน์ ประสบวิกฤต
ธาตุแท้ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากสุภาพบุรุษผู้เพียบพร้อม บัดนี้หลุดลอกออกจนหมดเปลือก เหลือเพียงความน่าสมเพชเวทนาของชายผู้กระหายอำนาจและเงินตรา
"มองการณ์ไกล... อย่างนั้นหรือคะ?" เอวาเลน่าทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาจากลำคอระหง "น่าขันเสียจริงค่ะ ลูคัส คุณต่างหากที่กำลังมองโลกผ่านรูเข็ม ตระกูลวอน ไคลน์ ของฉันจะดิ่งเหวหรือไม่อย่างไร คงไม่ใช่ธุระอะไรที่คุณจะต้องมาออกความเห็น... เพราะอันที่จริงแล้ว สัญญาหมั้นหมายระหว่างเรา ได้ถูกยกเลิกไปตั้งแต่วินาทีที่คุณแอบเอาชื่อบริษัทของฉันไปค้ำประกันหนี้พนันก้อนโตของคุณแล้วค่ะ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของลูคัสแข็งค้างทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น "เธอ... เธอรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร!?"
"ทำไมฉันจะ 'ไม่รู้' ในเมื่อทุกการเคลื่อนไหวของเส้นทางการเงินในตลาดหุ้นตอนนี้ อยู่ภายใต้การควบคุมของฉัน..."
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ของเอวาเลน่า กลิ่นอายอันทรงอำนาจและหรูหราของโคโลญจ์ราคาแพงแผ่ซาย
คาร์ลอส เดอ ลูเซีย มหาเศรษฐีผู้กุมอาณาจักรการเงินระดับโลก โน้มตัวลงมาเล็กน้อย มือหนาวางลงบนพนักพิงเก้าอี้อย่างแสดงความเป็นเจ้าIเข้าเจ้าของ สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองลอดแว่นตากรอบทองไปยังลูคัสด้วยรัศมีที่กดดันจนอีกฝ่ายแทบหายใจไม่ออก
"และเธอก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวด้วย, ท่านเคานต์" คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังจนสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "เพราะทุกสินทรัพย์ที่คุณคิดว่าจะฮุบมาเป็นของตัวเอง... บัดนี้ถูกซื้อขาดโดย 'เดอ ลูเซีย กรุ๊ป' เรียบร้อยแล้ว"
ลูคัสหน้าซีดเผือด สีเลือดบนใบหน้าหายวับไปกับตา เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนแก้วไวน์ล้มคว่ำ น้ำสีชาดไหลนองไปทั่วโต๊ะ "มะ... เป็นไปไม่ได้! นายเป็นใคร ทำไมถึงเข้ามายุ่งเรื่องนี้!"
เอวาเลน่าลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นความสง่างามและความเย่อหยิ่งจองหองที่กลับคืนสู่บัลลังก์ เธอปรายตามองอดีตคู่หมั้นด้วยความสมเพชเวทนาขั้นสุด ก่อนจะยกมือขึ้นแตะหน้าอกของคาร์ลอสเบาๆ อย่างสนิทสนม
"ขอแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการนะคะ... นี่คือคู่ชีวิตคนปัจจุบันของฉัน ผู้ชายที่ไม่เพียงแต่เห็นคุณค่าในตัวฉันยามลำบาก แต่ยังพร้อมจะถอนรากถอนโคนคนที่เคยหักหลังฉัน ให้กลายเป็นขอทานข้างถนนในชั่วข้ามคืน..."
เอวาเลน่าหยุดพูดไปนิดหนึ่ง รอยยิ้มพิฆาตปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย ขณะที่เธอมองหน้าลูคัสที่กำลังสั่นเทาด้วยความกลัว
ก่อนที่ความเงียบงันจะถูกทำลายลงด้วยเสียงแจ้งเตือนสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของลูคัส—ข้อความจากธนาคารกลางที่ส่งสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤต ว่าบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลฟอนเดอร์เบิร์กถูกอายัดและถูกยึดครองโดยผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่จนหมดสิ้นแล้ว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความเจ้าเล่ห์ของเอวาเลน่าในบทนี้นะคะ!
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 8
รอยร้าวในความสัมพันธ์
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!