ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 10

การประมูลเปลี่ยนโลก

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"ห้าร้อยล้านเหรียญทอง... ฉันให้ห้าร้อยล้าน" เสียงประกาศกร้าวที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงประมูลอลังการสไตล์บาโรก บารอนคาร์สเทน ผู้กว้างขวางแห่งเขตการค้าตะวันตกเหยียดยิ้มกว้างจนเห็นฟันเคลือบทอง เขาปรายตามามองร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดด้วยแววตาสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองดูสุนัขจนตรอกที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะเห่าตอบ เอวาเลน่า วอน ไคลน์ ไม่ได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย เธอนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม นิ้วเรียวยาวจิบชาอุ่นๆ จากถ้วยพอร์ชเลนราคาแพงราวกับว่าเสียงเคาะไม้ประมูลเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงแมลงหวี่น่ารำคาญ รอยยิ้มมุมปากของเธอบ่งบอกความเหนือชั้น ช่างเป็นความเงียบที่ทรงพลังจนบารอนคาร์สเทนเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด ในห้องประมูลวีไอพีแห่งนี้ ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่ตระกูลไคลน์ที่เคยล่มสลาย พวกเขาต่างรอคอยดูความพินาศครั้งสุดท้ายของอดีตคุณหญิงผู้เคยเย่อหยิ่ง แต่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า เกมกระดานนี้... เอวาเลน่าเป็นผู้กุมหมากทั้งหมดไว้ในมือตั้งแต่แรกแล้วค่ะ "ห้าร้อยล้านครั้งที่หนึ่ง... ห้าร้อยล้านครั้งที่สอง..." ค้อนไม้ในมือของผู้ดำเนินการประมูลสั่นระริก เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับเพราะแรงกดดันมหาศาลจากมูลค่าที่ดินทำเลทองผืนสุดท้ายของเมืองหลวง ที่ดินซึ่งจะกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ในอีกสามปีข้างหน้า ใครได้ครอบครองผู้นั้นคือผู้ชี้ขาดอนาคตอาณาจักร "ห้าร้อยล้าน... สาม!" *เคร้ง!* เสียงค้อนกระทบแท่นดังสนั่น ท่ามกลางเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของเหล่ามหาเศรษฐีที่ต้องพ่ายแพ้ บารอนคาร์สเทนหัวเราะรơiรั่นอย่างลำพองใจ เขาผุดลุกขึ้นโค้งคำนับเย้ยหยันมาทางเอวาเลน่า พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยที่ตั้งใจให้ได้ยินกันทั่ว "น่าเสียดายจقนะคะคุณหญิงไคลน์ ที่ดินผืนนี้คงใหญ่เกินกว่าที่กระเป๋าแบนๆ ของคุณจะเอื้อมถึง ไ ม่เป็นไรหรอกค่ะ ถือว่าฉันทำบุญซื้อที่ให้คุณมาเป็นคนงานกวาดถนนในอนาคตก็แล้วกัน!" เสียงหัวเราะคิกคักดังระงมไปทั่วห้องวีไอพี เหล่าขุนนางและพ่อค้าที่เคยสอพลอตระกูลไคลน์ต่างพากันหันไปซุบซิบและหัวเราะเยาะ ทว่า เอวาเลน่ากลับไม่แม้แต่จะชายตาแล เธอเพียงวางถ้วยแบล็กทีลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคนอย่างประหลาด รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียวสวย เธอปรายตามองบารอนคาร์สเทนราวกับมองมดปลวก ก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้นเป็นครั้งแรกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานชัดเจนทุกถ้อยคำ "บารอนคาร์สเทนคะ... คุณนี่ใจร้อนเสียจริง ยังไม่ทันได้ฟังประกาศจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เลยด้วยซ้ำ รีบดีใจไปไยคะว่าชนะการประมูล?" บารอนคาร์สเทนชะงัก ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ "เธอหมายความว่ายังไง! ค้อนเคาะไปแล้ว ฉันจ่ายเงินห้าร้อยล้าน ใครหน้าไหนก็แย่งไปไม่ได้ทั้งนั้น!" ทันใดนั้นเอง... ประตูบานคู่แกะสลักทองคำแท้ด้านหลังห้องโถงก็เปิดผงาดขึ้นอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงอำนาจของกลุ่มคนในชุดสูทสากลชั้นดีเดินเรียงแถวเข้ามา บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนหนתเหน็บ อุณหภมิรอบตัวราวกับดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง ทุกลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงาร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ของเอวาเลน่า คาร์ลอส เดอ ลูเซีย มหาเศรษฐีผู้กุมเส้นเลือดใหญ่แห่งระบบการเงินทวีปตะวันตก ปรากฏตัวขึ้นในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษเข้ารูป เรือนผมสีดำสนิทรับกับดวงตาสีอำพันคมกริบดั่งพญาอินทรี เขามองกวาดสายตาเพียงครั้งเดียวก็ทำให้เหล่าเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ต้องก้มหน้าหลบสายตาดั่งเด็กน้อยทำความผิด ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ข้างใบหูของเอวาเลน่า กลิ่นกายหรูหราปะปนกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงจางๆ ลอยกรุ่น ก่อเกิดเป็นเคมีอันตรายที่ชวนให้ใจสั่น "งานเลี้ยงต้อนรับลิงโลดจบลงแค่นี้พอไหมครับ ยอดดวงใจของผม?" คาร์ลอสเอמהยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงความคลั่งไคล้ไว้อย่างเต็มเปี่ยม เอวาเลน่ายกยิ้มมุมปาก เธอหันไปสบตาคมกริบของคู่คิดหนุ่มก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ "พอแล้วค่ะ... ได้เวลาเปิดฉากความจริงให้พวกเขาสว่างวาบกันเสียที" คาร์ลอสผายมือออกเล็กน้อย เลขาฯ ส่วนตัวของเขารีบก้าวออกมารabถือแฟ้มเอกสารตราประทับทองคำแท้ชูขึ้นให้ทุกคนในห้องได้เห็นชัดเจน แจ้งด้วยน้ำเสียงกังวานก้องที่ทำให้บารอนคาร์สเทนหน้าถอดสี "ประกาศจากสภาการค้านครหลวง! การประมูลที่ดินแปลง A-09 เมื่อครู่นี้ เป็นโมฆะเนื่องจากตรวจพบการละเมิดกฎหมายป้องกันการผูกขาดตลาด และสำนักงานใหญ่เดอ ลูเซีย โฮลดิ้ง ได้ใช้อำนาจสิทธิ์ขาดในการ 'ซื้อขาดล่วงหน้า' ที่ดินผืนดังกล่าวทั้งหมดด้วยวงเงินหนึ่งพันสองร้อยล้านเหรียญทอง พร้อมกว้านซื้อหนี้สินทั้งหมดของตระกูลคาร์สเทนเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เวลาสิบนาทีที่ผ่านมา!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ... ก่อนที่เสียงสูดหายใจเฮือกใหญ่จะดังขึ้นระลอกใหญ่ บารอนคาร์สเทนหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ร่างท้วมสั่นเทาจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "มะ... เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! พวกแกเอาเงินมาจากไหนตั้งพันสองร้อยล้าน!" เขาแผדเสียงคำรามอย่างคนเสียสติ ชี้หน้าคาร์ลอสและเอวาเลน่าด้วยความเคียดแค้น เอวาเลน่าลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอจัดชุดราตรีให้เข้าที่อย่างสง่างาม ก้าวเท้าเข้าไปใกล้บารอนผู้พ่ายแพ้ทีละก้าว ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักหน่วงราวกับเสียงนับถอยหลังสู่ความตาย ใบหน้าสวยเฉี่ยวก้มลงมองเขาด้วยสายตาที่เยียบเย็นและทรงพลังยิ่งกว่า "เงินห้าร้อยล้านของคุณอาจจะซื้อความเย่อหยิ่งได้ชั่วคราวค่ะบารอน... แต่สำหรับฉัน เงินจำนวนนั้นเป็นเพียงแค่เศษเงินที่เอาไว้ซื้อหมากตัวหนึ่งมาเดินเล่นบนกระดานก็เท่านั้น" เธอยิ้มหวานหยด ทว่ากลับเชือดเฉือนหัวใจคนฟังจนแหลละเอียด "และตอนนี้... หมากอย่างคุณ หมดประโยชน์แล้วค่ะ" บารอนคาร์สเทนเข่าทรุดลงกระแทกพื้น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่เอวาเลน่าหันหลังกลับไปควงแขนกับคาร์ลอสอย่างสนิทสนม ชายหนุ่มโอบเอวบางไว้แน่นด้วยความภาคภูมิใจ ทั้งคู่ก้าวเดินเคียงคู่กันออกไปจากห้องประมูล ท่ามกลางสายตานับร้อยที่มองตามด้วยความหวาดกลัวและยำเกรง ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังก้าวขึ้นสู่เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่จอดรออยู่บนดาดฟ้าเพื่อเดินทางไปฉลองชัยชนะ เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของคาร์ลอสก็แผดเสียงดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่ไม่คาดคิด—*บุคคลลึกลับจากตระกูลใหญ่ในตำนานที่ควรจะสูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อร้อยปีก่อน* คาร์ลอสชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบหันกลับมามองเอวาเลน่าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นความเคร่งเครียดอย่างฉับพลัน "เอวา... ดูเหมือนว่าเกมนี้ จะไม่ได้มีแค่พวกเราสองคนที่เป็นผู้เล่นเสียแล้วล่ะครับ" — เอวาลินน์ปลายพู่กัน
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%