ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 26

งานเลี้ยงหน้ากาก

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"หมากตานี้... ตระกูลไคลน์ไม่ได้เป็นผู้เดินตั้งแต่แรกหรอคะท่านดยุก" เสียงหัวเราะทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบของปีศาจดังลอดผ่านหน้ากากแฟนธอมสีเงินยวง กลิ่นอายอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงโปร่งภายใต้ชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันที เอวาเลน่า วอน ไคลน์ ไม่ได้ขยับถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาสง่างามหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ขณะที่นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือลูกไม้สีดำยังคงเคาะพนักเก้าอี้หลุยส์ทองคำอย่างเป็นจังหวะ งานเลี้ยงหน้ากากประจำปีของสมาคมการค้าลูเมนจัดขึ้นอย่างหรูหราอลังการ เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเคล้าเสียงหัวเราะของเหล่าชนชั้นสูง ทว่าใจกลางห้องโถงวีไอพีกลับไร้ซึ่งความรื่นรมย์ รัศมีแห่งความกดดันพุ่งเข้าใส่กันจนแทบมองเห็นเป็นประกายไฟ ดวงตาของเอวาเลน่าหรี่แคบลงทันที รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อเธอมองเห็นตราสัญลักษณ์รูปงูพันกุหลาบสีเลือดที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอของศัตรูผู้มาใหม่... มันคือคนจากตระกูลลับที่เธอคิดว่าตายไปแล้วเมื่อชาติภพก่อน! ตระกูล 'วาเลนไทน์' สาขาเงา ผู้กุมกลไกการเงินใต้ดินที่ควรจะล่มสลายไปพร้อมกับเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อสิบปีก่อน ไฉนเลยจึงมาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเธอในค่ำคืนนี้ พร้อมกับเอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายของธนาคารกลางที่เธอกำลังไล่ล่าซื้อคืน "แปลกใจมากหรือคะ คุณหญิงไคลน์" ผู้มาใหม่เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเจือแววเยาะหยันอย่างไม่ปิดบัง เขาค่อย ๆ ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหินอ่อน ดวงตาสสีอำพันคู่นั้นกวาดมองเธอด้วยสายตาที่ทั้งชื่นชมและกระหายใคร่รู้ "น่าเสียดายนะคะที่ประวัติศาสตร์ไม่ได้ซ้ำรอยเดิมเสมอไป หมากที่คุณอุตส่าห์เดินมาตลอดสามเดือน... พังทลายลงในพริบตาเดียวเพราะการมาเยือนของดิฉัน... อ๊ะ ไม่สิ ของ *เรา*" สิ้นคำพูดนั้น ประตูบานคู่เบ้อเริ่มด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทของ คาร์ลอส เดอ ลูเซีย ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกน รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวมหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมอำนาจการเงินครึ่งค่อนโลกทำให้เหล่าแขกเหรื่อรอบข้างถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง คาร์ลอสเดินตรงเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเอวาเลน่าอย่างมั่นคง มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้ด้านหลังที่เธอนั่งอยู่ ราวกับจะประกาศให้ทุกคนในที่นั้นได้ประจักษ์ว่า ไม่ว่าโลกใบนี้จะพยายามเล่นตลกกับเธออย่างไร เขาก็จะยังคงยืนหยัดเป็นกำแพงเหล็กให้เธอเสมอ "คิดจะเล่นเกมหุ้นกับภรรยาของผม... เกรงว่าพวกคุณจะประเมินเงินในบัญชีต่ำไปหน่อยกระมังคะ" คาร์ลอสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลังกดดันจนคู่สนทนาถึงกับชะงัก เอวาเลน่าช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มผู้เป็นดั่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญ รอยยิ้มมุมปากของเธอกลับมาปรากฏอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความประหลาดใจ แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าผู้เจอเหยื่อชิ้นใหญ่ "จริงอย่างที่คาร์ลอสว่าค่ะ คุณลูเชียน วาเลนไทน์" เอวาเลน่าเอ่ยชื่อของอีกฝ่ายออกมาอย่างราบเรียบ ราวกับทักทายเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่านั่นกลับทำให้สีหน้าของชายหนุ่มผู้ถือตรายางตระกูลลับถึงกับถอดสี ลูเชียนหรี่ตาลง "คุณรู้...?" "ทำไมดิฉันจะไม่รู้ล่ะคะ" เอวาเลน่าลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงระหงภายใต้ชุดราตรีสีไวน์แดงขับเน้นให้เธอดูสง่างามและทรงอำนาจราวกับราชินี เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มทีละน้อย กลิ่นหอมจางๆ ของกุหลาบป่าลอยวนเวียนอยู่ในอากาศ "คนที่หลบหนีความผิดและซ่อนตัวอยู่หลังเงามาตลอดสิบปี คิดจริงๆ หรือคะว่าการสร้างบัญชีนอมินีผ่านบริษัทบังหน้าในเกาะเคย์แมนจะรอดพ้นจากการตรวจสอบของระบบอัลกอริทึมที่คาร์ลอสลงทุนพัฒนาขึ้นมา?" หน้าจอแท็บเล็ตในมือของเอวาเลน่าสว่างวาบขึ้น เธอกดนิ้วลงบนหน้าจอเพียงครั้งเดียว ข้อมูลเส้นทางการเงินทั้งหมดของตระกูลวาเลนไทน์สาขาเงาก็ถูกส่งตรงไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดและหน่วยงานตรวจสอบการฟอกเงินระดับโลกทันที เสียงแจ้งเตือนการอายัดบัญชีดังระรัวขึ้นจากโทรศัพท์มือถือของเหล่าผู้ติดตามที่ยืนอยู่ด้านหลังลูเชียน ใบหน้าของพวกมันซีดเผือดไร้สีเลือดในพริบตา "คุณ...!" ลูเชียนกัดฟันกรอด มือที่ถือเอกสารสิทธิ์สั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยว เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดนับสิบชีวิตชักอาวุธออกมาหมายจะปิดปากพยานปากเอกคู่นี้ ทว่า ก่อนที่คมดาบหรือปากกระบอกปืนจะได้ทันเล็งมาที่ร่างของทั้งสอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากด้านนอก กระจกใสบานยักษ์ของห้องจัดเลี้ยงสะท้อนแสงไฟกะพริบจากยานพาหนะทางอากาศที่กำลังร่อนลงจอดบนลานดาดฟ้าส่วนตัวอย่างอุกอาจ กลุ่มชายชุดดำในเครื่องแต่งกายยุทธวิธีเต็มรูปแบบนับสิบนายก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ พร้อมกับตราสัญลักษณ์ 'เดอ ลูเซีย กรุ๊ป' ที่สลักอยู่บนอกเสื้ออย่างเด่นชัด พวกเขาพังประตูเข้ามาล้อมรอบกลุ่มของลูเชียนไว้ในพริบตาเดียว ปลายกระบอกปืนไรเฟิลทันสมัยนับสิบกระบอกจ่อตรงไปยังผู้บุกรุกอย่างไร้ความปรานี คาร์ลอสยิ้มเยาะที่มุมปาก เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเอวาเลน่าด้วยน้ำเสียงพร่าระทึกที่ทำเอาหัวใจเธอกระตุกวูบ "เกมกระดานนี้... ภรรยาผมเป็นคนกำหนดตาเดินเสมอค่ะ ไม่มีใครหน้าไหนแย่งชัยชนะไปจากคุณได้หรอก" เอวาเลน่าหันไปสบตากับชายหนุ่มผู้กุมหัวใจและจักรวรรดิการเงินของเธอ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว แต่เป็นความเร่าร้อนสะใจที่ได้เห็นศัตรูคุกเข่าอยู่แทบเท้า เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวลูเชียนที่ตอนนี้หมดหนทางสู้ ก้มลงกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ยินดีต้อนรับกลับสู่นรกนะคะ... คุณอาญาจากอดีต" ลูเชียนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเขาเองต่างหากคือ "หมาก" ที่เดินเข้ามาติดกับดักที่เอวาเลน่าและคาร์ลอสวางแผนตลบหลังไว้อย่างแนบเนียนตั้งแต่แรกเริ่ม! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางแก้แค้นและกอบกู้ความมั่งคั่งมาด้วยกันจนถึงบทนี้นะคะ เอวาลินน์ปลายพู่กัน
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%