ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 25

เตรียมรับมือพายุ

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"ถ้าพวกท่านคิดว่าตระกูลไคลน์ในวันนี้ยังเป็นสุนัขจรจัดที่รอเศษเนื้อจากโต๊ะอาหารของพวกท่านเหมือนเมื่อสามเดือนก่อน... พวกท่านคงต้องล้างหูฟังคำประกาศิตใหม่ให้ดีแล้วล่ะค่ะ" เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังลอดออกมาจากปากของตัวแทนตระกูลดยุกเวลลิงตันเงียบกริบลงทันที เมื่อเอกสารสิทธิ์ครอบครองเหมืองแร่เงินอาร์เจนทัมถูกเลื่อนผ่านพื้นโต๊ะไม้มะฮอกกานีเนื้อดีด้วยปลายนิ้วเรียวที่สวมแหวนเพชรเม็ดโต เอวาเลน่า วอน ไคลน์ นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักสูงบุด้วยกำมะหยี่สีเลือดหมู ดวงตากลมโตคู่คมกริบราวกับใบมีดอาบยาพิษกวาดมองขุนนางเฒ่าทั้งเจ็ดคนที่เคยเหยียบย่ำตระกูลของเธอจนจมดิน พวกเขาในยามนี้ต่างมีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามขมับ แม้ว่าในห้องโถงรับรองจะเปิดเครื่องปรับอากาศไว้อย่างเย็นเฉียบก็ตาม บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ทว่าไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ความเงียบงันนี้ไม่ใช่ความกลัวธรรมดา แต่เป็นความสะพรึงกลัวที่เกิดจากการตระหนักรู้ว่า... หมากทุกตัวบนกระดานนี้ไม่ได้อยู่ในมือของพวกเขาอีกต่อไปแล้ว "นี่มัน... มันเป็นไปไม่ได้!" หนึ่งในสภาอาวุโสโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ดวงตาเบิกโพงจ้องมองตราประทับโลหะประจำตัวขององค์จักรพรรดิที่ประทับอยู่ท้ายกระดาษแผ่นนั้น "เหมืองอาร์เจนทัมถูกจำนองไว้กับธนาคารกลางหลวงแล้วนี่! เจ้า... เจ้าเอาเงินจากไหนไปไถ่ถอนมันออกมาในเวลาแค่ชั่วข้ามคืน!" เอวาเลน่าระบายยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก เธอยกถ้วยชาเซรามิกเนื้อบางขึ้นจิบช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะวางลงกระทบจานรองด้วยเสียงกังวานใสที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของทุกคน "เงินหรือคะ? ก็น่าแปลกนะคะที่ท่านถามคำถามนี้ ทั้งๆ ที่พวกท่านเองต่างหากที่เป็นคนผลักให้ฉันต้องเรียนรู้ 'วิธีหาเงิน' จากกองซากปรักหักพังที่พวกท่านทิ้งไว้ให้" ทันใดนั้น ประตูบานคู่แกะสลักทองคำก็ถูกผลักเปิดออกอย่างอหังการ ร่างสูงสง่าในชุดสูททักסיโดตัดเย็บพิเศษเข้ารูปปรากฏขึ้น พร้อมกับกลิ่นอายของอำนาจและมหาเศรษฐีที่แผ่ซ่านกดทับบรรยากาศในห้องจนแทบหายใจไม่ออก คาร์ลอส เดอ ลูเซีย ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคง นัยน์ตาสีอำพันกวาดมองเหล่าขุนนางผู้สูงศักดิ์ด้วยสายตาที่มองไม่แม้แต่ฝุ่นผง เขาก้าวมาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ของเอวาเลน่า ก่อนจะวางมือหนาลงบนพนักพิงเบาๆ ท่าทีปกป้องและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผยนั้นทำเอาผู้นำตระกูลเวลลิงตันหน้าซีดเผือดลงไปอีก "ภรรยาของผมพูดถูกค่ะ" คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกแต่น่าเกรงขาม "และดูเหมือนว่าพวกท่านจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน... หุ้นสามัญแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่พวกท่านใช้ค้ำประกันเงินกู้กับกลุ่มทุนเดอ ลูเซีย ได้ครบกำหนดไถ่ถอนเมื่อเวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมาแล้ว" เขาหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นสั่งทำพิเศษขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวกดหน้าจอเพียงครั้งเดียว ภาพกราฟิกตัวเลขทางการเงินสีแดงฉานก็ถูกฉายขึ้นบนจอโปรเจกต์เตอร์กลางห้องโถง เป็นสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตที่ประกาศชัดเจนว่า ตระกูลเก่าแก่ทั้งเจ็ดกำลังจะล้มละลายภายในสามวินาทีนี้ "พวกท่านมีเวลาสามสิบวินาทีในการเซ็นชื่อสละสิทธิ์ในสภาที่ปรึกษา... หรือจะรอให้ผมสั่งอายัดทรัพย์สินทุกตารางนิ้วของตระกูลพวกท่านในเช้าวันพรุ่งนี้ดีล่ะคะ?" เอวาเลน่าเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหวานหยด แต่แววตากลับว่างเปล่าและเหี้ยมเกรียมไร้ความปรานี ความโกลาหลบังเกิดทันที เสียงทุบโต๊ะและเสียงโวยวายด้วยความตื่นตระหนกดังระงม แต่ไม่มีประโยชน์อันใดเลยเมื่อการ์ดชุดดำนับสิบชีวิตกรูเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้านอย่างแน่นหนา หมากเกมนี้ถูกเดินมาถึงตาจนอย่างไร้ทางหนีทีไล่แล้วสำหรับพวกสวะที่เคยเหยียบย่ำเธอ ทว่า ในขณะที่เอวาเลน่ายืนขึ้นเตรียมจะรับคำขอร้องอ้อนวอนที่น่าสมเพชเหล่านั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากทางเดินลับด้านหลังห้องโถง ประตูบานเล็กที่ควรจะถูกปิดตายกลับถูกผลักเปิดออกด้วยฝ่าเท้าของใครบางคน กลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะอิดสะเอ่วนั้นลอยมาแตะจมูก ร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีเข้มผู้มีใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกกปิดด้วยหน้ากากเงินก้าวออกมา พร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่เอวาเลน่าไม่มีวันลืมตลอดกาล "ช้าก่อนสครับ... เอ๊ย ช้าก่อนที่รัก เกมสนุกๆ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองนะ" เสียงทุบกระจกเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่จอดอยู่บนดาดฟ้าด้านนอกดังสนั่น พร้อมกับเงาร่างนับร้อยที่กระหน่ำโรยตัวลงมาล้อมรอบตึกระฟ้าแห่งนี้ไว้ทั้งหมด ขณะที่สมาร์ทโฟนในมือของคาร์ลอสจู่ๆ ก็ส่งเสียงเตือนยาวนาน หน้าจอสีดำสนิทปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากระบบการเงินสูงสุดว่า *'บัญชีถูกระงับการใช้งานฉุกเฉินโดยผู้มีอำนาจสูงสุดระดับจักรวรรดิ'* ดวงตาของเอวาเลน่าหรี่แคบลงทันที รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อเธอมองเห็นตราสัญลักษณ์รูปงูพันกุหลาบสีเลือดที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอของศัตรูผู้มาใหม่... มันคือคนจากตระกูลลับที่เธอคิดว่าตายไปแล้วเมื่อชาติภพก่อน! เอวาลินน์ปลายพู่กันขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางฝ่าพายุแห่งการแก้แค้นนี้มาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%