ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว•ตอนที่ 21

สายสัมพันธ์ท่ามกลางมรสุม

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
แสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านทึบแสง เปรียบเสมือนคมมีดเล่มเล็กที่กรีดแทงบรรยากาศอึมครึมภายในห้องพักขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ รินรดายืนนิ่งอยู่หลังบานกระจก ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบกดหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อรีเฟรชกราฟแสดงผลความ불공정 (ความไม่ยุติธรรม) ของกระแสสังคมที่กำลังพัดถล่มโครงการศิลปะจัดวางของพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง ข้อความพาดหัวข่าวในโลกออนไลน์เต้นเร่าด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน—*ศิลปินหนุ่มและนักวิเคราะห์สาว: เบื้องหลังผลประโยชน์ทับซ้อนที่ถูกซ่อนใต้คราบศิลปะ* "พวกมันไม่ได้ต้องการคำอธิบายค่ะ... พวกมันต้องการแค่แพะรับบาปที่จะทำให้กระแสข่าวในวันนี้สมบูรณ์แบบเท่านั้นเอง" เสียงหวานติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัน รินรดาหันกลับมามองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม กวินทร์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายฉาบด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่เธอมักมองว่ามันชวนหงุดหงิดทุกครั้งยามเผชิญวิกฤต มือหนากำลังหมุนพู่กันปลายแหลมเล่นอย่างใจ The installation artist คนนี้ยังคงหาความสุนทรีย์ท่ามกลางกลิ่นอายของความหายนะได้เสมอ "คุณยังใจเย็นได้ลงคออีกนะคะ กวินทร์" รินรดาเดินเข้าไปใกล้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่อุ่นจัดในห้องแอร์เย็นยะเยือก "ข้อมูลชุดล่าสุดที่ฉันดึงมาจากเซิร์ฟเวอร์สำรองของเมฆาพิสูจน์ชัดเจนว่า เขาจงใจปล่อยข้อมูลดิบที่ถูกบิดเบือนให้สื่อ เพื่อบีบให้เราต้องยอมจำนนต่อเงื่อนไขการควบรวมกิจการ... ถ้าเรายังหลบอยู่ที่นี่เฉยๆ อีกไม่เกินสองชั่วโมง นักข่าวพวกนั้นจะรื้อประตูเข้ามาแน่" กวินทร์วางพู่กันลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบเบาๆ ดังก้องกังวานในความเงียบ ดวงตาคมกราบมองเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังประเมินโครงสร้างทางความคิดที่ซับซ้อนภายใต้แว่นตากรอบบางของนักวิเคราะห์สาวผู้นี้ "คุณกำลังใช้ตรรกะคำนวณความน่าจะเป็นของความหายนะอีกแล้วนะครับ ริน... รินรดาผู้ไม่เคยเชื่อว่าปาฏิหาริย์หรือความบังเอิญมีอยู่จริง" กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าประชิดเธอทีละก้าวอย่างจงใจ "แต่คุณลืมมองไปอย่างหนึ่ง... ความโกลาหลแบบนี้แหละ คือวัตถุดิบชั้นดีที่ระบบอัลกอริทتم์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของคุณไม่มีวันคำนวณออก" "อย่ามาพูดจาปรัชญาไร้สาระตอนนี้เลยค่ะ" รินรดาถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ แต่กวินทร์กลับใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งยันกำแพงกั้นเธอไว้ กักขังเธอไว้ในพื้นที่ส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำและกลิ่นกายสะอาดๆ ของเขา "เรากำลังพูดถึงหลักฐานการทุจริตระดับองค์กร ถ้าเราพลาดนิดเดียว ชีวิตการทำงานของคุณและตัวฉันเองจะจบลงทันที" "แล้วถ้าผมบอกล่ะครับ ว่าผมไม่ได้สนใจชื่อเสียงหรือโครงการนั่นเลยตั้งแต่แรก?" ประโยคสั้นๆ แฝงนัยยะลึกซึ้งทำ Rindara ชะงัก ดวงตากลมโตมองสบกับนัยน์ตาพราวระยับที่ซ่อนความดุดันเอาไว้ เธอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายความดื้อรั้นและอิสระเสรีจากตัวชายหนุ่มคนนี้ มักจะเข้ามาปั่นป่วนระเบียบวิธีคิดอันเข้มงวดของเธอจนพังทลายลงเสมอ "คุณหมายความว่ายังไง..." เสียงของเธอเบาลงโดยอัตโนมัติ "หมายความว่า... การที่ผมต้องมาติดแหงกอยู่ในห้องนี้กับคุณ ท่ามกลางเสียงโวยวายของสื่อมวลชนข้างนอกนั่น มันคือความคุ้มค่าที่สุดในรอบปีของผมแล้วล่ะครับ" กวินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะัดผ่านพวงแก้มเนียน รินรดารู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มทรยศต่อตรรกะในสมองอีกครั้ง มันเต้นเร็วกว่าปกติ—เร็วจ1นน่ารำคาญ แต่ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตอกกลับด้วยประโยคคมคายเพื่อดึงสติ เสียงเคาะประตูก็จุดประกายความตึงเครียดให้กลับคืนมาอย่างเฉียบพลัน *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* มันไม่ใช่เสียงทุบอย่างเกรี้ยวกราดของนักข่าว แต่เป็นจังหวะการเคาะสามครั้งที่คุ้นเคย เป็นรหัสลับที่ใช้เฉพาะคนในเครือข่ายของเมฆาเท่านั้น กวินทร์ผละตัวออกทันที รินรดารีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ใบหน้ากลับมาเรียบเฉยเย็นชาอย่างรวดเร็ว เธอส่งสัญญาณมือให้กวินทร์เงียบ แล้วค่อยๆ ย่องไปที่ประตูก่อนจะส่องผ่านตาแมว ความมืดมิดของทางเดินด้านนอกปรากฏเงาร่างของใครบางคน... ไม่ใช่เมฆา แต่เป็นเด็กฝึกงานฝ่ายไอทีของโครงการที่ควรจะอยู่ที่สำนักงานใหญ่ มือสั่นเทาของเด็กหนุ่มคนนั้นกำลังถือแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทไว้แน่น รินรดาตัดสินใจบิดลูกบิดประตูอย่างเงียบเชียบแล้วกระชากร่างของเด็กหนุ่มเข้ามาข้างใน ก่อนจะลงกลอนล็อกแน่นหนาอย่างรวดเร็ว "เกิดอะไรขึ้น นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?" รินรดาเอ่ยถามเสียงเข้ม เด็กหนุ่มหอบหายใจถี่ด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เขายื่นแฟลชไดรฟ์ในมือสั่นๆ ให้รินรดา "พี่ริน... ผมแอบเอาแฟลชไดรฟ์นี้ออกมาก่อนที่เซิร์ฟเวอร์หลักจะถูกฟอร์แมตตามคำสั่งของบอร์ดบริหาร... แต่... แต่ว่า..." "แต่อะไร พูดมาให้เคลียร์นะคะ!" รินรดากดเสียงต่ำ เร่งเร้าด้วยสัญชาตญาณนักวิเคราะห์ที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของภัยพิบัติครั้งใหญ่ เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาและกวินทร์เย็นเฉียบลงพร้อมกัน "คนที่บงการเรื่องทั้งหมด... ไม่ใช่คุณเมฆาครับ... แต่เป็น *คุณหญิงมารศรี*... แม่เลี้ยงของคุณเองครับที่สั่งให้ทำลายโครงการนี้ตั้งแต่แรก!" ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%