แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบหน้าจอคอมพิวเตอร์จนเกิดเงาสะท้อนเป็นเส้นสายเรขาคณิต รินรดาขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนทัชแพดเป็นจังหวะสม่ำเสมอเพื่อกลบเสียงถอนหายใจที่ดังเกินกว่าจะปล่อยให้หลุดลอดออกไป เอกสารรายงานความคืบหน้าของโครงการศิลปะจัดวางผสมผสานฐานข้อมูลดิจิทัลกองอยู่ตรงมุมโต๊ะราวกับภูเขาจำลอง ขณะที่หน้าจอหลักกำลังรันอัลกอริทึมวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เข้าชมงาน ซึ่งตัวเลขและกราฟเหล่านั้นกำลังบอกความจริงที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดสามสัปดาห์
ความเงียบในห้องทำงานยามค่ำคืนถูกรบกวนด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่คุ้นเคย กวินทร์ไม่ได้เคาะประตูก่อนเข้ามา—ซึ่งเป็นมารยาทที่เขาละเลยเสมอเมื่ออยู่ในพื้นที่สร้างสรรค์ของตัวเอง—เขาก้าวเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟดำสองใบ กลิ่นหอมกรุ่นของอาราบิก้าคั่วเข้มลอยละลิ่วตัดกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ในห้อง
"คุณยังไม่ได้พักสายตาตั้งแต่รอบพรีเซนต์ของเมฆาเมื่อช่วงบ่ายนะคะ ริน" น้ำทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับวางแก้วเซรามิกสีดำสนิทลงบนโต๊ะทำงาน ห่างจากกองเอกสารสถิตineของเธอเพียงคืบ กวินทร์ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ แววตาคมกริบภายใต้กรอบผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยคู่นั้นไม่มีความขี้เล่นเหมือนเวลาที่เขาอยู่หน้าสื่อเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งงันที่ซ่อนประกายบางอย่างไว้ข้างใน
รินรดาไม่เงยหน้าขึ้นจากจอ เธอเพียงแค่เลื่อนเมาส์ปิดหน้าต่างโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล แล้วหันไปสบตาเขาตรงๆ ด้วยแววตานิ่งสงบที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อซ่อนความสั่นไหวข้างใน
"ข้อมูลดิบไม่เคยโกหกใครค่ะคุณกวินทร์ และมันก็บอกชัดเจนว่าเส้นกราฟความผันอารมณ์ของผู้เข้าชมในโซนที่คุณออกแบบ มันสวนทางกับโครงสร้างตรรกะที่ฉันพยายามจัดระเบียบให้โครงการนี้อย่างสิ้นเชิง" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมในทุกพยางค์ "ถ้าเรายังดึงดันจะใช้คอนเซปต์ 'ความบังเอิญที่ไร้ระเบียบ' ตามที่คุณต้องการ เมฆาและบอร์ดบริหารจะใช้ข้อนี้เป็นข้ออ้างในการตัดงบประมาณส่วนของการจัดแสดงจริงทันที ซึ่งนั่นหมายถึงความเหนื่อยยากตลอดสามเดือนของพวกเราจะสูญเปล่า"
กวินทร์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้กวนประสาทเหมือนเคย แต่มีความลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้หัวใจของนักวิเคราะห์สาวเกิดอาการสะดุดไปชั่วขณะ เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรด้ารู้สึกได้ถึงไออุ่นจางๆ จากตัวเขาที่แผ่ซ่านผ่านความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศ
"คุณรินรดาคะ... บางครั้งชีวิตคนเรามันก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รันด้วยอัลกอริทึมสิบห้าขั้นตอนหรอกนะคะ" เขากระซิบ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด "สิ่งที่คุณเรียกว่า 'ความไร้ระเบียบ' ในสายตาผม มันคือช่องว่างระหว่างบรรทัดต่างหาก ช่องว่างที่เปิดโอกาสให้มนุษย์ได้หายใจ ได้รู้สึก และได้ยอมรับว่าบางที... เราก็ไม่จำเป็นต้องควบคุมทุกอย่างบนโลกใบนี้"
รินรดานิ่งงัน คำพูดของเขามีพลังบางอย่างที่สั่นคลอนรากฐานตรรกะอันแข็ง 100% ของเธอ เธอจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดคุยและนัยน์ตาที่สะท้อนภาพเงาของเธอเอง ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นอย่างไร้เสียงในช่วงหลายสัปดาห์ของการทำงานร่วมกัน บัดนี้ได้ก้าวข้ามเส้นบางๆ ระหว่างคำว่า 'เพื่อนร่วมงาน' ไปเสียแล้ว ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนเธอได้กลิ่นจางๆ ของกาแฟผสมกับกลิ่นกายสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา
ดวงตาคู่คมของกวินทร์เลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากของเธอก่อนจะเงยกลับขึ้นสบตารินรดาอีกครั้ง ความเงียบระหว่างพวกเขากลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เต็มไปด้วยแรงกระตุ้นทางจิตวิญญาณที่รุนแรง รินรดารู้สึกว่าหัวใจของเต้นผิดจังหวะ—ไม่ใช่เพราะความผิดพลาดทางข้อมูล แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่า เธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับความไม่สมบูรณ์แบบที่เขานำเสนอ
"คุณกำลังใช้ศิลปะมาโน้มน้าวตรรกะของฉัน..." รินรดาเอמהเสียงแผ่วเบาลง ความมั่น 100% ในน้ำเสียงเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัด
"เปล่าเลยครับ—เอ๊ย ไม่ใช่ค่ะ..." กวินทร์หลุดหัวเราะเบาๆ เมื่อเกือบเผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิมออกมา "ผมไม่ได้กำลังโน้มน้าวคุณด้วยศิลปะ ริน... แต่ผมกำลังบอกความจริงที่คุณเองก็รู้ดีแก่ใจต่างหาก ว่าบางทีเส้นขนานสองเส้นที่ไม่มีวันบรรจบกัน อาจจะแค่อยู่ใกล้กันมากพอที่จะสัมผัสความอบอุ่นของกันและกันได้... เหมือนเราตอนนี้"
ปลายนิ้วอุ่นจัดของกวินทร์เอื้อมมาแตะที่หลังมือของรินรดาที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างแผ่วเบา สัมผัสเพียงเล็กน้อยนั้นส่งกระแสความร้อนวูบวาบแล่นริ้วไปทั่วไขสันหลัง รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอกำลังจะอ้าปากโต้แย้งด้วยหลักการทางสถิติเพื่อดึงสถานการณ์ให้กลับมาอยู่ในการควบคุม แต่ทว่า...
*กริ๊ก!*
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบาๆ จากมุมมืดของห้องเก็บอุปกรณ์ศิลปะด้านหลังผนังฉากกั้น ท่ามกลางความเงียบสงบยามดึก เสียงนั้นชัดเจนราวกับเสียงฟ้าผ่า รินรดาสะดุ้งสุดตัวและดึงมือกลับทันที ขณะที่กวินทร์เปลี่ยนสีหน้าเป็นความเคร่งขรึมในเสี้ยววินาที ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาดุดจדเหยี่ยวจ้องมองไปยังความมืดสลัวเบื้องหน้า
"ใครอยู่ที่นั่น?" กวินทร์เอ่ยถามเสียงเข้ม พลางก้าวเท้าบังร่างของรินรดาไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ
ไม่มีเสียงตอบรับจากมุมมืดนั้น มีเพียงเงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังพุ่งตัวออกจากประตูหนีไฟอย่างรวดเร็ว กวินทร์ไม่รอช้า พุ่งตัวตามเสียงนั้นไปทันทีด้วยความเร็ว รินรดารีบคว้าแท็บเล็ตบนโต๊ะแล้ววิ่งตามออกไปอย่างกระวนกระวาย หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความหวาดระแวง เมื่อเธอวิ่งตามมาถึงโถงทางเดินด้านนอก กวินทร์ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูหนีไฟที่ปิดสนิท บนพื้นซีเมนต์เย็นเฉียบมีแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทตกอยู่หนึ่งอัน
กวินทร์ก้มลงหยิบมันขึ้นมา พลิกดูด้วยความสงสัย ก่อนจะส่งให้รินรดาที่วิ่งมาสมทบด้วยใบหน้าซีดเผือด
รินรด้ารับแฟลชไดรฟ์นั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอนำมันเสียบเข้ากับแท็บเล็ตในมือทันที ไฟล์ข้อมูลเพียงไฟล์เดียวถูกเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ภาพบนหน้าจอทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก—มันคือเอกสารโครงการลับสุดยอดของเมฆา ที่ระบุแผนการทุจริตงบประมาณทั้งหมด และที่สำคัญที่สุด... มีชื่อของเبيนผู้รับผิดชอบการตรวจสอบโครงการนี้ปรากฏอยู่ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่พิมพ์ไว้ว่า *"หลักฐานชิ้นนี้จะทำให้คุณติดคุกแทนเมฆา... รินรดา"*
แสงดาวพร่างพราวขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจจิตใจอันซับซ้อนของตัวละครมา ณ ที่นี้นะคะ
ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว•ตอนที่ 23
มิติใหม่แห่งความเข้าใจ
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!