รอยชอล์กสีขาวบนกระดานไวท์บอร์ดไม่ได้ให้คำตอบ แต่ทิ้งร่องรอยของสมมติฐานที่ถูกขีดฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบมองไม่เห็นข้อความเดิม รินรดากำปากกาเคมีในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองตัวเลขสถิติความหนาแน่นของผู้เข้าชมงานนิทรรศการศิลปะจัดวางที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดหูผิดตาในรอบสามสัปดาห์
"คุณกำลังใช้ตรรกะของอัลกอริทึมมาอธิบายความรวนเรของหัวใจมนุษย์นะคะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้าหยวนนิดๆ ดังขึ้นจากมุมห้อง พร้อมกับร่างสูงของกวินทร์ที่ก้าวเข้ามาโดยไม่มีเสียงเตือน เขาสวมเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เนื้อผ้าเปื้อนละอองสีอะคริลิกเล็กน้อย—หลักฐานทางกายภาพที่ยืนยันว่าเขาเพิ่งจมอยู่กับการสร้างสรรค์ชิ้นงานมาตลอดทั้งคืน
รินรดาไม่หันไปมองทันที เธอยังคงจดจ่ออยู่กับกราฟแท่งบนหน้าจอแท็บเล็ต "ตรรกะไม่เคยโกหกใครค่ะ กวินทร์ ตัวเลขพวกนี้บอกเราว่ากลยุทธ์การจัดวางพื้นที่แบบไม่สมมาตรที่คุณดึงดันจะทำมันเวิร์ก แต่มันเวิร์กเพราะความบังเอิญหรือเพราะการคำนวณเชิงพฤติกรรมศาสตร์กันแน่ นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องหาคำตอบต่างหาก"
กวินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นนุ่มนวลและทุ้มลึกพอที่จะทำให้บรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงานแคบๆ นี้คลายตัวลงได้บ้าง เขาเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ของสนและสีน้ำมันที่ติดตัวเขามา รินรดารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่อยู่นอกเหนือจากสมการใดๆ ในโลก
"บางครั้ง... ความงามก็เกิดจากการที่เรายอมปล่อยให้ความไม่สมบูรณ์แบบมันนำทางนะคะ" กวินทร์โน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง "คุณลองมองออกไปที่โถงนิทรรศการตอนนี้สิคะ"
รินรดาชะงัก ปลายปากกาหยุดนิ่ง เธอยอมละสายตาจากตัวเลขแล้วเงยหน้าขึ้นมองผ่านผนังกระจกใสที่เชื่อมต่อกับพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ ภาพที่เห็นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ
ผู้คนนับร้อยกำลังเดินวนเวียนอยู่ท่ามกลางประติมากรรมเส้นลวดและแสงเงาที่พวกเขาร่วมกันออกแบบ แรงสั่นสะเทือนจากเสียงหัวร่อต่อกระซิบ รอยยิ้มของผู้คนที่กำลังดื่มด่ำกับความหมายซ่อนเร้นในชิ้นงาน และประกตาตาเป็นประกายของเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังเอื้อมมือไปแตะเส้นด้ายสีแดง—ทุกองค์ประกอบเคลื่อนไหวประสานกันอย่างลงตัว ราวกับบทเพลงซิมโฟนีที่ถูกเรียบเรียงขึ้นมาอย่างประณีต
นี่ไม่ใช่แค่ความสำเร็จทางธุรกิจที่เมฆา หัวหน้าโครงการจอมเคี่ยว คอยกดดันให้พวกเขาทำตัวเลขให้ได้ตามเป้าหมาย แต่มันคือชัยชนะทางจิตวิญญาณ ความสำเร็จเล็กๆ ที่พวกเขาสร้างขึ้นจากอุดมการณ์ที่แตกต่างสุดขั้ว—ฝ่ายหนึ่งยึดมั่นในข้อมูลดิบ อีกฝ่ายเชื่อมั่นในอารมณ์ดิบๆ
"เราทำได้..." รินรดาพึมพำออกมาเบาๆ โดยไม่รู้ตัว ความเย็นชาที่เธอใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดเริ่มร้าวราน
กวินทร์ไม่ได้เอ่ยคำพูดโอို้อวดใดๆ เขาเพียงแค่มือใหญ่เอื้อมมาแตะปลายนิ้วของเธอที่ยังคงถือปากกาอยู่ แผ่วเบาแต่หนักแน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดผ่านผิวสัมผัส ส่งคลื่นกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วร่างของหญิงสาว
"เห็นไหมคะ? คณิตศาสตร์กับศิลปะไม่ได้เป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันเสมอไปหรอก" สายตาของกวินทร์ที่มองมาลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความหมายที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน "มันแค่วิ่งเข้าหาจุดศูนย์กลาง... ในแบบที่พวกเราเองก็คาดไม่ถึง"
รินรดานิ่งงัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ เธอกำลังจะเปิดปากพูดเพื่อรักษาท่าทีและกำแพงมืออาชีพของตัวเองเอาไว้ แต่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ประตูกล่องกระจกถูกผลักเปิดออกโดยเมฆา สีหน้าของชายหนุ่มวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าโครงการดูเรียบเฉย แต่แววตากลับซ่อนความระแวงบางอย่างเอาไว้ในความมืด รินรดารีบดึงมือกลับและปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นนักวิเคราะห์ผู้เยือกเย็นทันที
"ผลประกอบการสัปดาห์นี้ออกมาดีเกินคาด ยินดีด้วยนะ..." เมฆากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรียบ ก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะลงบนโต๊ะทำงานของรินรดา "แต่ก่อนที่พวกเธอจะฉลองความสำเร็จกันจนลืมหน้าที่... ฉันมีเอกสารอีกชุดที่เพิ่งส่งตรงมาจากสำนักงานใหญ่"
กวินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ร่างสูงขยับตัวยืนบังรินรดาครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ "เอกสารอะไรหรือครับ คุณเมฆา?"
เมฆายิ้มเย็นเยียบ มุมปากกระตุกขึ้นอย่างมีเลศนัย "เป็นรายงานการตรวจสอบภายใน... เกี่ยวกับงบประมาณลับในโครงการจัดวางประติมากรรมชิ้นเอกของเธอนั่นแหละ กวินทร์"
รินรดารีบหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว สายตากวาดมองตัวเลขบรรทัดสุดท้ายด้วยความตกใจ ข้อมูลดิบในมือสั่นระริกเมื่อพบว่าตัวเลขงบประมาณที่ถูกเบิกจ่ายออกไปเมื่อสามวันก่อน ไม่ตรงกับบัญชีที่เธอเคยวิเคราะห์ไว้แม้แต่นิดเดียว แถมยังมีลายเซ็นอนุมัติที่เป็นชื่อของเเองกำกับอยู่อย่างชัดเจน ทั้งที่เธอไม่เคยรับรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยในชีวิต!
"นี่มันหมายความว่ายังไงคะ?" รินรดาเงยหน้าขึ้นจ้องมองเมฆาด้วยแววตาแข็งกร้าว "ฉันไม่เคยเซ็นอนุมัติงบก้อนนี้!"
เมฆายักไหล่เบาๆ ท่าทีไร้ความรับผิดชอบนั้นช่างน่ารังเกียจ "แต่ในระบบฐานข้อมูลส่วนกลาง... มันบันทึกไว้ว่ามาจากรหัสผ่านและลายเซ็นดิจิทัลของคุณนะ รินรดา" ชายหนุ่มหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง แต่หยุดฝีเท้าไว้ที่หน้าประตูแล้วหันกลับมาส่งยิ้มพิฆาต "ทางบริษัทกำลังสงสัยว่า... โครงการที่พวกคุณร่วมกันสร้างความสำเร็จขึ้นมานี้ แท้จริงแล้วอาจเป็นฉากหน้าของการยักยอกเงินทุนบริษัทมูลค่าหลายสิบล้าน... ก็เป็นได้นะคะ"
ประตูปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนที่ดังสะท้อนก้องในความเงียบ รินรดานิ่งค้างอยู่กับที่ ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปตามสันหลังเมื่อตระหนักว่าพวกเธอกำลังถูกต้อนให้จนมุมด้วยหลักฐานปลอมที่แนบเนียนที่สุด กวินทร์หันมาสบตากับเธอ แววตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายความดุดันที่พร้อมจะพังทลายทุกกล่่ིนอายความสกปรกนี้ให้สิ้นซาก
แสงดาวพร่างพราวขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจจิตใจอันซับซ้อนของตัวละครมา ณ ที่นี้นะคะ
ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว•ตอนที่ 24
ร่องรอยของความหวัง
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!