ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว•ตอนที่ 14

จุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
เสียงกระดาษปึกหนากระแทกลงบนโต๊ะไม้สักทองดัง *ปึก* สั่นสะเทือนแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวจนผิวน้ำด้านในกระเซ็นเป็นวงคลื่น รินรดาไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอนั่งหลังตรง นัยน์ตาสีนิลจับจ้องอยู่ที่สันแฟ้มสีน้ำเงินเข้มซึ่งมีตราประทับลับเฉพาะของแผนกพัฒนาธุรกิจ โดยมีเมฆายืนค้ำหัวอยู่เบื้องหลัง รอยยิ้มเยาะบนมุมปากของเขาไม่ได้สะท้อนความสะใจธรรมดา หากแต่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรดของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมในกรงขัง "นานพอที่จะรู้ว่า... คู่หูผู้แสนดีคู่นี้ กำลังร่วมมือกันหักหลังบริษัทที่เราทำงานอยู่ค่ะ" คำกล่าวอ้างของเมฆาดังก้องอยู่ในห้องประชุมที่เงียบสงบจนได้ยินเสียงระบบปรับอากาศทำงาน รินรดากวาดสายตามองเอกสารหน้าแรกผ่านเลนส์แว่นกรอบบาง ข้อมูลดิบ กราฟการเงิน และบันทึกการประชุมนอกรอบถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ—ระเบียบที่ถูกบิดเบือนด้วยฝีมือใครบางคนเพื่อสร้างภาพลวงตาว่าเธอและกวินทร์กำลังรั่วไหลความลับของโปรเจกต์ติดตั้งงานศิลปะมูลค่าร้อยล้านให้แก่คู่แข่งทางการค้า ทว่า ก่อนที่ความตื่นตระหนกจะทันได้กัด เซาะสติสัมปชัญญะของนักวิเคราะห์สาว มือหนาของใครบางคนก็เอื้อมมาแตะลงบนขอบโต๊ะข้างๆ เธอ น้ำหนักที่ไม่หนักไม่เบานั้นดึงสมาธิของรินรดาให้หันไปมอง กวินทร์ไม่ได้มีสีหน้าตื่นตระหนกอย่างที่เมฆาคาดหวัง ศิลปินหนุ่มยังคงสวมเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ เผยให้เห็นรอยสักหมึกสีเข้มที่ปลายแขน แววตาของเขาพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย มากกว่าความหวาดกลัวต่อข้อกล่าวหาฉกรรจ์ เขายกยิ้มมุมปาก คล้ายกำลังมองตัวตลกที่กำลังแสดงละครสัตว์ฉากใหญ่บนเวที "คุณเมฆานี่มีความพยายามเป็นเลิศจริงๆ นะคะ..." กวินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมจนเมฆาชะงัก "อ้อ ขอโทษทีค่ะ ดิฉันเผลอใช้น้ำเสียงล้อเลียนไปหน่อย... แต่หมายถึงว่า การที่คุณยอมเสียเวลาปลอมแปลงลายมือชื่อในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ มันลงทุนเกินกว่าตำแหน่งหัวหน้าโครงการธรรมดาจะทำไหวเสียอีก" เมฆาหน้าตึงขึ้นมาทันที สีหน้าเย้ยหยันเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว "ระวังปากให้ดีนะกวินทร์ หลักฐานคาตาแบบนี้ ต่อให้คุณมีฝีปากดีแค่ไหนก็ดิ้นไม่หลุดหรอก รินรดาเองก็คงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ในเมื่อโค้ดลับการเข้าถึงฐานข้อมูลนี้มาจากรหัสผ่านส่วนตัวของเธอ!" รินรดาหันขวับกลับมามองหน้าคู่หูชั่วคราวของเธอทันที หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะกลัวคำขู่ของเมฆา แต่เป็นเพราะกวินทร์รู้ได้อย่างไรว่าเอกสารหน้าไหนถูกปลอมแปลง ทั้งที่เขายังไม่ได้เปิดดูเนื้อหาด้านในเลยแม้แต่น้อย ทว่า ในสถานการณ์ที่บีบคั้นและเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยานี้ กำแพงความเชื่อเดิมๆ ที่เคยตั้งแง่ใส่กันว่าคนละขั้ว—ระหว่างนักวิเคราะห์ผู้ยึดมั่นในตรรกะเย็นชา กับศิลปินผู้ใช้อารมณ์ความรู้สึกนำทาง—กลับพังทลายลงอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงสัญชาตญาณเอาตัวรอดของมืออาชีพสองคนที่อ่านใจกันออกเพียงแค่ปลายสายตา รินรดาสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นกาแฟผสมกับความตึงเครียดในอากาศไม่ได้ทำให้เธอไขว้เขว เธอนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ—ภาษาทางกายที่เธอมักใช้เวลาขบคิดปัญหาที่ซับซ้อนที่สุด "คุณเมฆาพูดถูกค่ะ..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เยือกเย็น จนเมฆาต้องหรี่ตามองอย่างระแวง "รหัสผ่านนั้นเป็นของดิฉันจริง และไม่มีใครในบริษัทนี้ที่สามารถเข้าถึงระบบฐานข้อมูลดิบได้นอกจากดิฉัน... แต่คุณอาจจะลืมไปอย่างหนึ่งนะคะ ในฐานะนักวิเคราะห์ข้อมูล สิ่งที่ดิฉันให้ความสำคัญมากที่สุดไม่ใช่ตัวเลขบนหน้ากระดาษ แต่คือ *'Meta Data'* หรือข้อมูลเบื้องหลังของข้อมูลชุดนั้นต่างหาก" กวินทร์ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ รับลูกได้อย่างเหมาะเจาะ ราวกับทั้งคู่เคยซ้อมบทสนทนานี้มานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งที่นี่คือการประสานงานร่วมกันครั้งแรกโดยไร้ซึ่งกำแพงความเชื่อเดิมๆ อย่างแท้จริง "ใช่ค่ะ..." ศิลปินหนุ่มเสริมขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เต็มไปด้วยนัยยะเชือดเฉือน "ต่อให้คุณจะปลอมลายมือชื่อเนียนแค่ไหน หรือแฮกเข้าสู่ระบบเพื่อวางยาได้แนบเนียนเพียงใด แต่คุณดันลืมไปว่า... งานศิลปะชิ้นจัดวางที่ผมกำลังทำอยู่ มันไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่มันคือโครงสร้างทางคณิตศาสตร์ที่คำนวณผ่านอัลกอริทึมเดียวกับฐานข้อมูลที่รินรดากำลังวิเคราะห์อยู่" กวินทร์เอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารในมือเมฆามาเปิดหน้ากลางอย่างไม่เกรงกลัว นิ้วเรียวชี้ไปที่กราฟเส้นตรงที่ถูกบิดเบี้ยวด้วยลายเส้นดินสอ "เส้นขนานที่ถูกบิดเบี้ยวในเอกสารนี้... ไม่ใช่ฝีมือการเขียนของผม และไม่ใช่รูปแบบการจัดวางที่ผมใช้" กวินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเมฆาตรงๆ แววตาสีเข้มคมกริบราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่หลังนวมกำมะหยี่ "มันคือรูปแบบการปัดเศษทศนิยมแบบเดียวกับที่คุณเคยใช้สมัยทำโปรเจกต์เก่าที่สาขาใหญ่เมื่อสามปีก่อน... น่าสนใจดีนะคะ ว่าไหม?" บรรยากาศในห้องประชุมดิ่งวูบลงทันที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจที่สะดุดกึกของเมฆา เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมของผู้เป็นหัวหน้าโครงการอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มเหนือกว่าเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดหวั่นที่ฉายชัดผ่านม่านตา รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอจัดเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเมฆาช้าๆ ความต่างของส่วนสูงไม่ได้ทำให้เธอดูลดด้อยลงเลยแม้แต่น้อย กลับกัน ออร่าความมั่นใจและตรรกะที่เฉียบคมราวกับใบมีดกำลังกดดันให้เมฆาต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "เราให้เกียรติคุณในฐานะหัวหน้างานมามากพอแล้วค่ะ คุณเมฆา" รินรดากระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความรู้สึก "แต่การเล่นเกมสกปรกเพื่อปกปิดความผิดพลาดในการบริหารงบประมาณของคุณเอง มันล้ำเส้นคำว่าเพื่อนร่วมงานไปไกลโขแล้วนะคะ" เมฆากัดฟันกรอด มือที่กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาถอยกรูดไปชนกับผนังห้องกระจกด้านหลัง ก่อนจะเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้น "พวกแกสองคน... อย่าผยองให้มากนักเลย เกมนี้มันยังไม่จบหรอก!" "ค่ะ... เรารู้ว่ามันยังไม่จบ" กวินทร์ยิ้มรับด้วยท่าทางสบายๆ ต่างจากบรรยากาศรอบตัวที่ตึงเครียดถึงขีดสุด "เพราะสิ่งที่เราถืออยู่ในมือตอนนี้ ไม่ใช่แค่หลักฐานแก้ต่างให้ตัวเอง... แต่มันคือตั๋วเที่ยวเดียวที่จะส่งคุณกลับไปเคลียร์บัญชีกับฝ่ายตรวจสอบภายในต่างหากล่ะคะ" ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาก็กรีดร้องขึ้น ทำลายความเงียบงันลงอย่างเฉียบพลัน หน้าจอเรืองแสงวาบเผยให้เห็นข้อความจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนกลางของบริษัท แจ้งเตือนการเข้าถึงห้องควบคุมเซิร์ฟเวอร์หลักในยามวิกาล—ห้องที่ควรจะไม่มีใครอยู่ นอกจาก... บุคคลที่สามที่ไม่เคยปรากฏชื่อในแผนผังโครงการนี้ตั้งแต่แรก ทั้งสามคนชะงักค้าง กวินทร์หันขวับไปมองหน้ากับรินรดันทันที ตรรกะและสัญชาตญาณเตือนภัยในหัวของนักวิเคราะห์สาวดังลั่น สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นในทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า เกมที่เธอกับกวินทร์กำลังเล่นอยู่นี้ไม่ได้มีแค่เธอกับเมฆาที่เป็นผู้เล่นและผู้ล่า... แต่พวกเขากำลังตกเป็นเหยื่อของใครอีกคน ที่กำลังกุมอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่เบื้องหลังเงื้อมมือของความมืดมิด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับตัวละครของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%