ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว•ตอนที่ 29

ความเงียบที่ดังที่สุด

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะสไตล์มินิมอลสาดกระทบลงบนเอกสารรายงานการประเมินมูลค่าโครงการศิลปะจัดวาง (Installation Art) บนผนังกระจกใสของสำนักงานใหญ่ เมฆายืนกอดอกมองทัศนียภาพยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครเบื้องล่าง รอยยิ้มที่มุมปากของเขาไม่ได้สื่อถึงความชื่นชมในความงามของแสงสี หากแต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังรอให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับ "รินรดา คุณมั่นใจแค่ไหนกับตัวเลขสถิติชุดนี้?" เมฆาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง เจ้าของชื่อซึ่งกำลังยืนจัดเรียงแฟ้มเอกสารอยู่ฝั่งตรงข้าม รินรดาชะงักมือเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวที่สวมแหวนเงินเกลี้ยงสัมผัสกับสันแฟ้มกระดาษอย่างมั่นคง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มผิดปรกติจากแรงกดดันรอบด้าน ตรรกะและข้อมูลดิบคือเกราะป้องกันเดียวที่เธอมีในเวลานี้ "ข้อมูลไม่เคยโกหกใครค่ะคุณเมฆา..." เสียงของรินรดาเรียบนิ่งและหนักแน่นพอที่จะสะท้อนก้องในห้องทำงานที่เงียบงัน "ตัวเลขต้นทุน การหมุนเวียนของผู้ชม และความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยหลักคณิตศาสตร์ ไม่ใช่ความรู้สึกชั่ววูบของใครบางคน" เมฆาหัวเราะในลำคอ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นกวาดมองนักวิเคราะห์สาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก "แต่ศิลปะไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เข้าใจง่ายด้วยสูตรคำนวณหรอกนะคะ รินรดา... และคุณก็รู้ดีว่าบอร์ดบริหารไม่ได้มองหาแค่ความคุ้มค่า พวกเขาต้องการ 'ความตื่นตาตื่นใจ' ที่จะทำให้ชื่อเสียงของบริษัทเราติดหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์" เมฆาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส "โดยเฉพาะเมื่อมันต้องร่วมมือกับศิลปินผู้ไม่ยอมจำนนต่อกฎเกณฑ์ใดๆ อย่างคุณกวินทร์" แค่ได้ยินชื่อนั้น ความเย็นเยียบก็แล่นพล่านขึ้นมาตามสันหลัง รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงอาการไหวหวั่นออกมาทางสีหน้า ความหมางเมินที่เธอจงใจสร้างขึ้นระหว่างเธอกับกวินทร์ตลอดสามวันที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะเธอหมดความสนใจในตัวเขา แต่เป็นวิธีเดียวที่จะปกป้องสถานะทางวิชาชีพและโปรเจกต์นี้ไม่ให้พังทลายลงด้วยแรงดึงดูดทางอารมณ์ที่เกินควบคุม ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของสตูดิโอศิลปะยามค่ำคืน กวินทร์กำลังใช้เกรียงปาดปูนลงบนโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ด้วยความหงุดหงิด เสียงโลหะกระทบกับเนื้อปูนดังสะท้อนก้องในความเงียบ ดวงตาคมเข้มฉายแววคุกกรุ่น รอยเปื้อนสีอะคริลิกบนเสื้อยืดสีดำไม่ได้ทำให้เขาน่ามองน้อยลงเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าความนิ่งงียบของรินรดาในช่วงหลายวันที่ผ่านมา กลับสร้างรอยแผลที่ลึกยิ่งกว่ารอยขีดข่วนบนชิ้นงานศิลปะของเขาเสียอีก เธอกำลังถอยร่นกลับไปหลังกำแพงแห่งตรรกะ... กำแพงที่เขาเกลียดชังแต่ก็โหยหาที่จะพังทลายมันลงมาทุกครั้ง โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาสั่นครืด เสียงแจ้งเตือนข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ เป็นข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่เนื้อหาภายในกลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกะทันหัน *[ระวังตัวไว้ให้ดี ข้อมูลที่คุณถืออยู่ ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวที่ต้องการมัน]* รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคู่สวยกวาดมองหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจเต้นรัวด้วยความระแวง เธอยังไม่ทันได้คิดวิเคราะห์ความหมายเบื้องหลังข้อความนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยปราศจากการเคาะ กวินทร์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เส้นผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการทำงานหนัก เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นปูนและสี รัศมีบางอย่างที่ดิบเถื่อนและทรงพลังแผ่ออกมาจากตัวเขาจนทำให้เมฆาที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับต้องหรี่ตามองด้วยความไม่พอใจ "คุณเข้ามาได้อย่างไร ที่นี่เป็นเขตหวงห้ามสำหรับคนนอก" เมฆาเอ่ยเสียงแข็ง ยกมือขึ้นกอดอกเพื่อแสดงอำนาจ กวินทร์ไม่ได้ชายตามองเมฆาแม้แต่น้อย สายตาของศิลปินหนุ่มพุ่งตรงมาที่รินรดาผู้เดียว ราวกับว่าโลกทั้งใบในห้องนี้มีเพียงแค่เธอกับเขาเท่านั้น "ผมไม่ได้มาเพื่อฟังคุณพูดเรื่องกฎระเบียบ..." กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเล็กน้อย ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของรินรดามากขึ้น จนเธอต้องผุกรุกถอยหลังตามสัญชาตญาณ "แต่ผมมาเพื่อถามคำถามเดียว... รินรดา" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอพยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ "คุณมีธุระอะไรด่วน ถึงต้องบุกมาถึงนี่ตอนดึกดื่นแบบนี้คะ คุณกวินทร์" "การทำเป็นเมินเฉยใส่กัน... เป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีความต่างที่คุณใช้คำนวณด้วยหรือเปล่า?" กวินทร์หยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความเป็นตัวตนของเขาแผ่ซ่านจนเกือบจะหลอมรวมพื้นที่รอบตัวให้แคบลง "คุณกำลังหลบหน้าผม... เพราะกลัวข้อมูลในรายงานของคุณจะผิดพลาด หรือเพราะกลัวว่าคุณจะควบคุมความรู้สึกตัวเองไม่ได้กันแน่" คำถามที่แทงใจดำ ทำเอารินรดาชาวาบไปทั้งร่าง เธอนิ่งอึ้ง สมองที่เคยประมวลผลข้อมูลด้วยความรวดเร็วกลับว่างเปล่าชั่วขณะ สายตาที่พวกเขาส่งให้กันเต็มไปด้วยความหมายซับซ้อนที่เมฆาซึ่งยืนมองอยู่ข้างๆ ไม่อาจเข้าถึงได้ "คุณกำลังเข้าใจผิด..." รินรดาเค้นเสียงตอบกลับไปอย่างยากเย็น พยายามผลักดันความรู้สึกอ่อนแอลงสู่ก้นบึ้งของจิตใจ "เรากำลังพูดถึงเรื่องงานค่ะ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว" กวินทร์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุขเลยสักนิด เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดเฉียดผ่านหลังมือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานเพียงนิดเดียว แต่กลับสร้างกระแสไฟฟ้าสถิตที่ทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก "งานเหรอ?" กวินทร์โน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูของเธอ น้ำเสียงแฝงนัยยะเฉียบคมที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ถ้ามันเป็นแค่เรื่องงาน... ทำไมเอกสารที่คุณซ่อนไว้ในลิ้นชักลับ ถึงมีชื่อของผมเชื่อมโยงกับบัญชีลับของบริษัทเมฆาอยู่ด้วยล่ะ?" สิ้นคำพูดนั้น รินรดาก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ข้อมูลความลับที่เธอเพิ่งค้นพบเมื่อช่วงหัวค่ำ... ถูกเปิดโปงออกมาจากปากของเขาได้อย่างไร?! แสงดาวพร่างพราวขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันอันเปราะบางนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%