ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว•ตอนที่ 28

เกมการเมืองในออฟฟิศ

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
“คุณกำลังใช้ ‘ความรู้สึก’ นำทางในโปรเจกต์ที่มีมูลค่าการลงทุนระดับเก้าหลัก ซึ่งในเชิงตรรกะแล้ว มันคือการฆ่าตัวตายค่ะ คุณกวินทร์” รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องประชุมใหญ่ พื้นที่สีขาวโพลนของออฟฟิศดูสะอาดตาเกินไปจนน่าอึดอัด ในมือของเธอมีแท็บเล็ตที่แสดงกราฟข้อมูลการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมาย แต่ดวงตาของเธอกลับจับจ้องไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก กวินทร์หมุนปากกาในมือเล่น จังหวะของมันสม่ำเสมอเหมือนเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่ความพินาศ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำ ท่าทีผ่อนคลายของเขาช่างตัดกับความตึงเครียดในอากาศอย่างสิ้นเชิง “ตัวเลขที่คุณถืออยู่มันบอกว่าคนชอบอะไรในอดีต แต่มันไม่เคยบอกว่าคนจะ ‘โหยหา’ อะไรในอนาคต ริน... คุณมองเห็นแต่เส้นกราฟ แต่คุณไม่เคยมองเห็นลมหายใจของคนที่อยู่ในนั้นเลย” “ลมหายใจกินไม่ได้ และไม่ได้ช่วยให้โปรเจกต์นี้รอดพ้นจากผลกำไรที่ดิ่งลงเหวในไตรมาสหน้าหรอกนะคะ” รินรดาตอบโต้ทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมเหมือนใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง “พอได้แล้วทั้งคู่” เสียงทุ้มต่ำของเมฆาดังขึ้นจากหัวโต๊ะ เขาปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าลงช้าๆ เสียงกระดาษกระทบโต๊ะฟังดูเหมือนเสียงปืนที่ขึ้นลำไว้ เขาประสานมือไว้ใต้คาง สายตาคมกริบกวาดมองคนทั้งสองด้วยความเรียบเฉยที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี “ผมได้พิจารณาข้อเสนอของพวกคุณทั้งคู่แล้ว และผมตัดสินใจว่า เพื่อให้โปรเจกต์นี้ดำเนินต่อไปโดยไม่เกิดความล่าช้าไปมากกว่านี้ ผมขอมอบหมายงานส่วน Data Visualization ให้รินรดาดูแล และส่วน Artistic Installation ให้กวินทร์รับผิดชอบแยกกันไปเลย เราจะไม่มีการประชุมร่วมกันอีกจนกว่าโครงสร้างหลักจะเสร็จสมบูรณ์” รินรดาชะงัก สายตาของเธอตวัดไปทางเมฆาอย่างไม่เชื่อหู “นั่นคือการแยกส่วนประกอบที่ทำงานสัมพันธ์กันออกเป็นชิ้นๆ นะคะเมฆา ถ้าเราไม่ซิงค์ข้อมูลกัน ผลลัพธ์สุดท้ายจะกลายเป็นงานคนละทิศละทาง” “นั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการ” เมฆายกยิ้มที่มุมปาก “ผมต้องการความต่างที่ชัดเจน เพื่อที่ผมจะเลือกส่วนที่ดีที่สุดมาใช้ในงานเปิดตัว อย่าลืมสิครับว่าจุดประสงค์ของโครงการนี้ไม่ใช่แค่การสร้างผลงาน แต่มันคือการพิสูจน์ว่าวิธีของใครที่ ‘ขายได้จริง’ ในตลาด” กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ “คุณกำลังเล่นเกมแบ่งแยกแล้วปกครองสินะ เมฆา?” “ผมแค่นักธุรกิจที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุด” เมฆาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “รินรดา กลับไปเตรียมแผนผังข้อมูลของคุณให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ กวินทร์... งานอาร์ตที่คุณค้างไว้ ถ้าคืนนี้ยังไม่สรุป ผมอาจจะต้องพิจารณาหาศิลปินคนใหม่มาแทน” บรรยากาศในห้องประชุมเย็นเยียบลงทันที เมฆาเดินออกจากห้องไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่อบอวลไปด้วยความทะเยอทะยาน รินรดาเก็บอุปกรณ์ของเธอลงกระเป๋าอย่างเป็นระเบียบ ทว่ามือของเธอสั่นเล็กน้อยจนแทบจะสังเกตไม่เห็น เธอรู้สึกถึงความกดดันที่พุ่งเข้ามาเป็นระลอก การถูกตัดออกจากกวินทร์ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือการพรากสมดุลที่เธอเริ่มจะคุ้นเคยไปอย่างดื้อๆ “คุณยังเชื่อในตรรกะของคุณอยู่ไหม?” เสียงของกวินทร์ดังขึ้นใกล้ๆ เขาเดินอ้อมมาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของเธอ กลิ่นอายของสีน้ำมันและกาแฟดำแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา “ริน... คุณรู้ใช่ไหมว่าเมฆากำลังปั่นหัวเรา? เขาไม่ได้ต้องการผลงานที่ดีที่สุด เขาต้องการให้เราสองคนทำลายกันเองเพื่อที่เขาจะได้เป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จคนเดียว” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอสั่นไหววูบหนึ่ง “แล้วคุณคิดว่าฉันควรทำอย่างไร? ตามเกมเขาไป หรือจะให้ฉันเลิกเชื่อในข้อมูลที่ฉันทุ่มเทมาตลอดหลายเดือนนี้?” “เชื่อในสิ่งที่ตาคุณเห็น ไม่ใช่สิ่งที่หน้าจอสั่ง” กวินทร์ยื่นมือมาวางบนขอบโต๊ะ กั้นอาณาเขตของเธอไว้ “คืนนี้ เจอกันที่สตูดิโอเก่าหลังตึกฝ่ายผลิต ถ้าคุณอยากรู้ว่าทำไมเมฆาถึงรีบร้อนอยากแยกเราออกจากกันนัก” เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้รินรดานั่งจมอยู่กับความเงียบงัน เธอหยิบสมุดบันทึกส่วนตัวขึ้นมาเปิดดูหน้าสุดท้ายที่มีรหัสลับชุดหนึ่ง ซึ่งเธอได้รับมาจากแหล่งข่าวในแผนกการเงินเมื่อเช้านี้ มันคือข้อมูลการโอนเงินที่เชื่อมโยงระหว่างเมฆากับบริษัทคู่แข่งที่กำลังจับตาดูโปรเจกต์นี้อยู่ มือเรียวบางขยับนิ้วพิมพ์รหัสผ่านลงในแท็บเล็ตอีกครั้ง หน้าจอแสดงผลกราฟิกที่ซ้อนทับกันอย่างน่าประหลาดใจ ข้อมูลทั้งหมดไม่ได้ถูกสร้างขึ้นแบบสุ่ม แต่มันถูก ‘ออกแบบ’ มาให้เป็นแบบนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องประชุม รินรดารีบปิดหน้าจอลง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น เธอกลับพบกับเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้ากระจกใสของห้องประชุม ใบหน้านั้นซ่อนอยู่ในเงามืด แต่แววตาสะท้อนแสงไฟนีออนอย่างเย็นเยียบ... มันไม่ใช่เมฆา แต่เป็นคนที่เธอคิดว่าไม่มีทางมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ “คุณลืมสิ่งนี้ไว้ในถังขยะห้องประชุมเมื่อกี้หรือเปล่า รินรดา?” คนคนนั้นยื่นซองจดหมายสีน้ำตาลที่ประทับตราลับสุดยอดของบริษัทมาให้เธอ ภายในนั้นคือเอกสารแผนการยุบโปรเจกต์ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน และที่แย่กว่านั้น... มันมีลายเซ็นของเธออยู่บนนั้น ทั้งที่เธอไม่เคยเซ็นอะไรแบบนี้เลย! แสงดาวพร่างพราวขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและเปราะบางของตัวละครมาจนถึงจุดนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%