“คุณกำลังใช้ ‘ความรู้สึก’ นำทางในโปรเจกต์ที่มีมูลค่าการลงทุนระดับเก้าหลัก ซึ่งในเชิงตรรกะแล้ว มันคือการฆ่าตัวตายค่ะ คุณกวินทร์”
รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องประชุมใหญ่ พื้นที่สีขาวโพลนของออฟฟิศดูสะอาดตาเกินไปจนน่าอึดอัด ในมือของเธอมีแท็บเล็ตที่แสดงกราฟข้อมูลการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมาย แต่ดวงตาของเธอกลับจับจ้องไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
กวินทร์หมุนปากกาในมือเล่น จังหวะของมันสม่ำเสมอเหมือนเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่ความพินาศ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำ ท่าทีผ่อนคลายของเขาช่างตัดกับความตึงเครียดในอากาศอย่างสิ้นเชิง “ตัวเลขที่คุณถืออยู่มันบอกว่าคนชอบอะไรในอดีต แต่มันไม่เคยบอกว่าคนจะ ‘โหยหา’ อะไรในอนาคต ริน... คุณมองเห็นแต่เส้นกราฟ แต่คุณไม่เคยมองเห็นลมหายใจของคนที่อยู่ในนั้นเลย”
“ลมหายใจกินไม่ได้ และไม่ได้ช่วยให้โปรเจกต์นี้รอดพ้นจากผลกำไรที่ดิ่งลงเหวในไตรมาสหน้าหรอกนะคะ” รินรดาตอบโต้ทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมเหมือนใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง
“พอได้แล้วทั้งคู่”
เสียงทุ้มต่ำของเมฆาดังขึ้นจากหัวโต๊ะ เขาปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าลงช้าๆ เสียงกระดาษกระทบโต๊ะฟังดูเหมือนเสียงปืนที่ขึ้นลำไว้ เขาประสานมือไว้ใต้คาง สายตาคมกริบกวาดมองคนทั้งสองด้วยความเรียบเฉยที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี
“ผมได้พิจารณาข้อเสนอของพวกคุณทั้งคู่แล้ว และผมตัดสินใจว่า เพื่อให้โปรเจกต์นี้ดำเนินต่อไปโดยไม่เกิดความล่าช้าไปมากกว่านี้ ผมขอมอบหมายงานส่วน Data Visualization ให้รินรดาดูแล และส่วน Artistic Installation ให้กวินทร์รับผิดชอบแยกกันไปเลย เราจะไม่มีการประชุมร่วมกันอีกจนกว่าโครงสร้างหลักจะเสร็จสมบูรณ์”
รินรดาชะงัก สายตาของเธอตวัดไปทางเมฆาอย่างไม่เชื่อหู “นั่นคือการแยกส่วนประกอบที่ทำงานสัมพันธ์กันออกเป็นชิ้นๆ นะคะเมฆา ถ้าเราไม่ซิงค์ข้อมูลกัน ผลลัพธ์สุดท้ายจะกลายเป็นงานคนละทิศละทาง”
“นั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการ” เมฆายกยิ้มที่มุมปาก “ผมต้องการความต่างที่ชัดเจน เพื่อที่ผมจะเลือกส่วนที่ดีที่สุดมาใช้ในงานเปิดตัว อย่าลืมสิครับว่าจุดประสงค์ของโครงการนี้ไม่ใช่แค่การสร้างผลงาน แต่มันคือการพิสูจน์ว่าวิธีของใครที่ ‘ขายได้จริง’ ในตลาด”
กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ “คุณกำลังเล่นเกมแบ่งแยกแล้วปกครองสินะ เมฆา?”
“ผมแค่นักธุรกิจที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุด” เมฆาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “รินรดา กลับไปเตรียมแผนผังข้อมูลของคุณให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ กวินทร์... งานอาร์ตที่คุณค้างไว้ ถ้าคืนนี้ยังไม่สรุป ผมอาจจะต้องพิจารณาหาศิลปินคนใหม่มาแทน”
บรรยากาศในห้องประชุมเย็นเยียบลงทันที เมฆาเดินออกจากห้องไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่อบอวลไปด้วยความทะเยอทะยาน
รินรดาเก็บอุปกรณ์ของเธอลงกระเป๋าอย่างเป็นระเบียบ ทว่ามือของเธอสั่นเล็กน้อยจนแทบจะสังเกตไม่เห็น เธอรู้สึกถึงความกดดันที่พุ่งเข้ามาเป็นระลอก การถูกตัดออกจากกวินทร์ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือการพรากสมดุลที่เธอเริ่มจะคุ้นเคยไปอย่างดื้อๆ
“คุณยังเชื่อในตรรกะของคุณอยู่ไหม?” เสียงของกวินทร์ดังขึ้นใกล้ๆ เขาเดินอ้อมมาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของเธอ กลิ่นอายของสีน้ำมันและกาแฟดำแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา “ริน... คุณรู้ใช่ไหมว่าเมฆากำลังปั่นหัวเรา? เขาไม่ได้ต้องการผลงานที่ดีที่สุด เขาต้องการให้เราสองคนทำลายกันเองเพื่อที่เขาจะได้เป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จคนเดียว”
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอสั่นไหววูบหนึ่ง “แล้วคุณคิดว่าฉันควรทำอย่างไร? ตามเกมเขาไป หรือจะให้ฉันเลิกเชื่อในข้อมูลที่ฉันทุ่มเทมาตลอดหลายเดือนนี้?”
“เชื่อในสิ่งที่ตาคุณเห็น ไม่ใช่สิ่งที่หน้าจอสั่ง” กวินทร์ยื่นมือมาวางบนขอบโต๊ะ กั้นอาณาเขตของเธอไว้ “คืนนี้ เจอกันที่สตูดิโอเก่าหลังตึกฝ่ายผลิต ถ้าคุณอยากรู้ว่าทำไมเมฆาถึงรีบร้อนอยากแยกเราออกจากกันนัก”
เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้รินรดานั่งจมอยู่กับความเงียบงัน เธอหยิบสมุดบันทึกส่วนตัวขึ้นมาเปิดดูหน้าสุดท้ายที่มีรหัสลับชุดหนึ่ง ซึ่งเธอได้รับมาจากแหล่งข่าวในแผนกการเงินเมื่อเช้านี้ มันคือข้อมูลการโอนเงินที่เชื่อมโยงระหว่างเมฆากับบริษัทคู่แข่งที่กำลังจับตาดูโปรเจกต์นี้อยู่
มือเรียวบางขยับนิ้วพิมพ์รหัสผ่านลงในแท็บเล็ตอีกครั้ง หน้าจอแสดงผลกราฟิกที่ซ้อนทับกันอย่างน่าประหลาดใจ ข้อมูลทั้งหมดไม่ได้ถูกสร้างขึ้นแบบสุ่ม แต่มันถูก ‘ออกแบบ’ มาให้เป็นแบบนั้น
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องประชุม รินรดารีบปิดหน้าจอลง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น เธอกลับพบกับเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้ากระจกใสของห้องประชุม ใบหน้านั้นซ่อนอยู่ในเงามืด แต่แววตาสะท้อนแสงไฟนีออนอย่างเย็นเยียบ... มันไม่ใช่เมฆา แต่เป็นคนที่เธอคิดว่าไม่มีทางมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้
“คุณลืมสิ่งนี้ไว้ในถังขยะห้องประชุมเมื่อกี้หรือเปล่า รินรดา?”
คนคนนั้นยื่นซองจดหมายสีน้ำตาลที่ประทับตราลับสุดยอดของบริษัทมาให้เธอ ภายในนั้นคือเอกสารแผนการยุบโปรเจกต์ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน และที่แย่กว่านั้น... มันมีลายเซ็นของเธออยู่บนนั้น ทั้งที่เธอไม่เคยเซ็นอะไรแบบนี้เลย!
แสงดาวพร่างพราวขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและเปราะบางของตัวละครมาจนถึงจุดนี้ด้วยกันนะคะ
ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว•ตอนที่ 28
เกมการเมืองในออฟฟิศ
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!