แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 22

เมื่อศัตรูรวมตัวกัน

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงกระแทกชามกระเบื้องเคลือบแตกกระจายบนพื้นดินแห้งแล้งดัง "เพล้ง!" เรียกให้ฝูงไก่หลังบ้านแตกตื่นกระพือปีกพับกันอลหม่าน แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผู้หญิงวัยกลางคนสามคนที่ยืนล้อมวงอยู่กลางลานบ้านตระกูลเฉินสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ใบหน้าของพวกนางบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและอารมณ์ค้างคาใจจากความพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า "นังเด็กไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้ มันชักจะกำแหงเกินไปแล้วนะพี่สาว!" นางเฉินผู้เป็นป้าสะใภ้ใหญ่ตบโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงดังสนั่นจนน้ำชาในกาแกว่งกระฉอก "ขายเต้าหู้ทอดไม่กี่วัน ถึงกับกล้าซื้อเกวียนเทียมวัว แถมยังเอาเงินไปซื้อเนื้อหมูสามชั้นมาทำอาหารกินกันจนกลิ่นโชว์หราไปทั่วทั้งหมู่บ้าน! ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ เกรงว่าอีกหน่อยมันคงเหยียบหัวพวกเราขึ้นไปอยู่บนฟ้าเป็นแน่!" ข้างกายป้าสะใภ้ใหญ่คือแม่เฒ่าจางผู้เป็นย่าแท้ๆ ของเฉินเหว่ย หญิงชราผู้มีดวงตาตี่รีดเร้นและริมฝีปากบางเฉียบราวกับใบมีด นางหรี่ตาลงมองไปยังครัวหลังบ้านที่ลอยควันกรุ่นของเครื่องเทศชั้นดี กลิ่นหอมของพะโล้และเนื้อย่างโชยมาเตะจมูก ยิ่งกระตุ้นความโลภและความแค้นในอกให้พุ่งพล่าน "หึ... คิดว่าแต่งงานกับไอ้ใบ้ทหารพิการแล้วจะสบายรึ?" แม่เฒ่าจางแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ใบหน้าเหี่ยวย่นยับยู่ยี่ด้วยความเกลียดชัง "นังหลินฟางมันเป็นแค่ตัวหายนะ! สมัยก่อนตอนอยู่บ้านเดิมก็ผลาญเงินตระกูลหลิน จนบิดามารดามันตรอมใจตาย พอมาอยู่บ้านนี้ก็ยังกล้าหักหน้าข้าไม่ยอมส่งเงินค่าเลี้ยงดูรายเดือนมาให้... วันนี้แหละ! ข้ากับพวกเจ้ามารวมตัวกันที่นี่ ก็เพื่อจะทวงความยุติธรรมและสั่งสอนมันให้รู้สำนึกเสียบ้าง!" ผู้ร่วมสมคบคิดคนที่สามคือสะใภ้รองตระกูลหลิน นางจู ซึ่งเป็นอาสะใภ้ผู้เจ้าเล่ห์ หล่อนแอบลอบกลืนน้ำลายลงคอเมื่อนึกถึงรสชาติอาหารฝีมือหลินฟาง แต่กระนั้น ความอิจฉาริษยาและกลัวว่าหลานสาวนอกคอกจะรวยแซงหน้าครอบครัวตน ก็มีมากกว่า "พี่ใหญ่... แล้วเราจะจัดการอย่างไรดีล่ะเจ้าคะ? ได้ยินว่าสามีของมัน เฉินเหว่ย ผู้นั้น แม้จะปลดประจำการแล้ว แต่ร่างกายยังคงกำยำล่ำสัน และขึ้นชื่อเรื่องความดุร้าย หากพวกเราบุกเข้าไปโวยวายสุ่มสี่สุ่มห้า เกรงว่า..." นางจูอดไม่ได้ที่จะแสดงความหวาดกลัวออกมาเล็กน้อย "กลัวอะไรกัน!" ป้าสะใภ้ใหญ่ถลึงตาใส่ "วันนี้พวกเราไม่ได้มามือเปล่า! ข้าสืบรู้มาว่าเฉินเหว่ยออกไปตัดฟืนบนเขาตั้งแต่เช้าตรู่ กว่าจะกลับลงมาก็โน่น บ่ายคล้อย! ในบ้านหลังนี้มีเพียงนังหลินฟางตัวคนเดียว ต่อให้มันมีฝีปากกล้าแค่ไหน จะสู้คนแก่และญาติผู้ใหญ่พร้อมกันสามคนได้อย่างไร? วันนี้ถ้ามันไม่ยอมคายสูตรลับเต้าหู้ทอดและเงินสดในตัวออกมาทั้งหมด พวกเราจะประกาศประจานให้มันอยู่บ้านหลังนี้ไม่ได้อีกต่อไป!" เสียงหัวเราะเยาะอย่างชั่วร้ายดังประสานกันขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดและกดดันราวกับพายุฝนกำลังจะตั้งเค้า ทว่า... ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังวางแผนชั่วร้ายอยู่หน้าประตูเรือน ประตูไม้ไผ่ที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เสียงเอี๊ยดอาร์ดของบานพับดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ งดงามแต่มั่น หลินฟางก้าวเท้าออกมาจากห้องโถง ใบหน้าเนียนใสประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา สองมือเรียวสวยไขว้หลังไว้อย่างสบายอารมณ์ ราวกับนางไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับศัตรูผู้หมายจะมากลืนกินเลือดเนื้อ แต่กำลังต้อนรับแขกผู้มาเยือนที่ไร้ซึ่งพิษภัย "โอ้... ลมอะไรหอบพาล2ท่านย่า ท่านป้าสะใภ้ และท่านอาสะใภ้ มาพร้อมหน้าพร้อมตากันถึงเรือนของข้าในยามวิกาล... อ้อ ไม่สิ ยังไม่เที่ยงวันดีเลยนี่นะ หรือว่ากลิ่นพะโล้ตุ๋นยาจีนของบ้านข้า มันลอยไปกระตุ้นความตะกละของพวกท่าน จนทนอยู่บ้านตัวเองไม่ไหว ถึงกับต้องเดินเท้ามาขอส่วนบุญกันถึงที่นี่?" น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เชือดเฉือนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งสามคนแข็งค้างทันที "นังตัวดี!" แม่เฒ่าจางตบโต๊ะข้างตัวลั่น "ปากคอเราะร้ายนักนะ! เจ้าเป็นสะใภ้ประสาอะไร ถึงไม่รู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูล! เห็นพวกเรามาเยือน ไม่แม้แต่จะยกน้ำชาต้อนรับ แถมยังกล้ากล่าววาจาดูหมิ่นเหยียดหยาม!" หลินฟางแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "น้ำชา? ท่านย่า... ท่านยังมีหน้ามาทวงหาน้ำชาจากข้าอีกหรือเจ้าคะ? ลืมไปแล้วหรือว่าเมื่อเดือนก่อน ตอนที่ข้ากับเฉินเหว่ยแต่งเข้าบ้านใหม่ๆ พวกท่านร่วมมือกันขับไล่พวกเราออกมาโดยให้ข้าวสารติดก้นกระสอบมาแค่ทะนานเดียว แถมยังประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ในตระกูลอย่างเป็นทางการต่อหน้าผู้ใหญ่บ้าน... มาตอนนี้ ผ่านไปไม่ถึงสองเดือน เห็นพวกเราตั้งตัวได้ มีเงินซื้อเกวียน มีบ้านอยู่อาศัย ก็ทำหน้าด้านเดินดุ่มๆ เข้ามาทวงบุญคุณถึงเรือน... ผิวหน้าของพวกท่านนี่หนา ยิ่งกว่ากำแพงเมืองหลวงเสียอีกกระมัง?" "เจ้า... นังเด็กอกตัญญู!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด พุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบสั่งสอนสักฉาด "ข้าจะสั่งสอนแทนพ่อแม่ที่ตายไปของเจ้าเอง ว่าควรจะอบรมสั่งสอนบุตรหลานอย่างไร!" แต่วินาทีที่มือหยาบกร้านพุ่งเข้ามาใกล้ หลินฟางไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว นางกลับสะบัดแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว พร้อมกับหยิบมีดหั่นผักเล่มคมกริบที่ซ่อนไว้ใต้อุปกรณ์เย็บผ้าข้างตัวขึ้นมาปักลงบนเขียงไม้เสียงดัง "ฉึก!" รัศมีคมมีดสะท้อนแสงแดดวาววับ พุ่งเฉียดปลายนิ้วป้าสะใภ้ใหญ่ไปเพียงนิดเดียว ทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งสุดตัว ถอยกรูดด้วยความตกใจกลัวจนล้มก้นกระแทกพื้น "ถ้ามือข้างนี้ของท่านกล้าแตะต้องตัวข้าแม้แต่นายเดียว..." หลินฟางก้าวเข้าไปใกล้ รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงงดงาม แต่แววตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "ข้าไม่รับรองว่านิ้วทั้งห้าของท่าน จะยังอยู่ครบติดมือกลับบ้านไปหรือไม่!" ความดุดันและเด็ดขาดที่แสดงออกมาอย่างไม่คาดคิด ทำให้แม่เฒ่าจางและนางจูถึงกับหน้าถอดสี ไม่คิดว่าหญิงสาวตัวเล็กๆ ที่เคยยอมให้พวกตนรังแกมาตลอด จะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ "เจ้า... เจ้ากล้าทำร้ายคนในครอบครัวเหรอ?!" นางจูละล่ำละลักกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ "ครอบครัว?" หลินฟางหัวเราะเสียงใส แววตาระคนสมเพชเวทนา "พวกท่านเคยเห็นข้าเป็นครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? อย่าเสียเวลาพูดจาไร้สาระพวกนี้เลยดีกว่า บอกมาตามตรงเถอะว่าวันนี้พวกท่านรวมหัวกันมาเพื่ออะไร? ต้องการสูตรเต้าหู้ทอด? หรือต้องการรีดไถเงินสดจากข้า?" เมื่อความลับถูกเปิดเผยอย่างไร้เยื่อใย แม่เฒ่าจางที่ลุกขึ้นยืนได้ด้วยความช่วยเหลือของลูกสะใภ้ ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นความเหี้ยมเกรียม นางรู้ดีว่าหากใช้ไม้อ่อนคงไม่ได้ผล จึงตัดสินใจงัดไม้ตายสุดท้ายขึ้นมา "ในเมื่อเจ้าพูดจาฉอดๆ ไม่ไว้หน้าใคร เช่นนั้นก็อย่าหาว่าพวกข้าใจร้าย!" แม่เฒ่าจางแค่นยิ้มหยัน "ต่อให้เจ้าจะเก่งกาจมาจากไหน แต่การที่เจ้าแอบลักลอบค้าขายในตลาดมืด โดยไม่มีใบอนุญาตจากทางการ แถมยังซุกซ่อนทรัพย์สินเงินทองจำนวนมากโดยไม่ยอมแจ้งภาษี... เจ้าคิดว่าโทษของความผิดนี้คืออะไร? คุกหลวง หรือว่าถูกโบยจนตาย?!" หลินฟางหรี่ตาลงเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำว่า 'ตลาดมืด' และ 'ซุกซ่อนทรัพย์สิน' นางรู้ทันทีว่ามีคนคอยแอบสอดส่องพฤติกรรมของตนอยู่ "ท่านรู้เรื่องนี้มาจากไหน?" หลินฟางถามเสียงเรียบ "หึ! คิดว่าทำอะไรลับหลังแล้วคนอื่นจะไม่รู้รึ?" นางจูยิ้มเยาะด้วยความสะใจ "มีคนตาดีเห็นเจ้าเอาเต้าหู้ไปส่งให้พ่อค้าเถื่อนในตรอกหลังตลาดทุกวัน วันนี้ถ้าพวกไม่อยากให้ทางการรู้เรื่องนี้ ทางเดียวที่เจ้าต้องทำคือ มอบเงินทั้งหมดสามสิบตำลึงที่มีอยู่ และยกสูตรทำเต้าหู้ให้พวกข้าไปเสียแต่โดยดี มิฉะนั้น... อย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือน!" ความโลภแผ่ซ่านออกทางสายตาของทั้งสามคน พวกมันมั่นใจว่าคราวนี้หลินฟางจนมุมแน่แล้ว ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมจำนน หลินฟางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศรอบตัวตกอยู่ในความกดดันชั่วขณะ นางก้มหน้าลงมองพื้นดินราวกับกำลังคิดทบทวน ทว่า... ภายในมิติลับในห้วงความคิดของนาง รอยยิ้มมุมปากกลับผุดขึ้นอย่างเยือกเย็น เมล็ดพันธุ์พืชพิษชนิดหนึ่งกำลังสั่นไหวตามความต้องการของจิตใจ นางไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... นางกำลังรอให้ปลาติดเบ็ดตัวใหญ่นี้อยู่พอดี "สามสิบตำลึง กับสูตรเต้าหู้..." หลินฟางเงยหน้าขึ้น ดวงตาดำขลับประกายแสงลึกล้ำ "ถ้าข้าบอกว่า... ไม่ให้ล่ะ?" "นังตัวดี! งั้นก็เตรียมตัวรับโทษหนักจากทางการได้เลย!" แม่เฒ่าจางสะบัดหน้าสั่งการทันที "พี่สะใภ้ใหญ่ รีบไปแจ้ง..." *แอ๊ด—!* ยังไม่ทันที่แม่เฒ่าจางจะสั่งการจนจบประโยค ประตูไม้ไผ่หน้าบ้านก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรงด้วยมือหนาอันทรงพลัง ร่างสูงใหญ่ของเฉินเหว่ยในชุดเสื้อผ้าคลุมด้วยเสื้อคลุมกันหนาวเก่าๆ บ่ากว้างแบกฟืนลำโตมาเต็มบ่า กลิ่นอายความดุดันและเยือกเย็นของนายทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาโชคโชน แผ่ซ่านกดทับบรรยากาศทั้งหมดลงจนแทบหายใจไม่ออก ชายหนุ่มกวาดสายตาคมกริบคู่นั้นมองผู้บุกรุกทั้งสามคนช้าๆ ก่อนที่สายตาจะหยุดลงที่ภรรยาอันเป็นที่รัก ซึ่งยืนถือมีดทำครัวอยู่กลางลาน เฉินเหว่ยโยกก้อนฟืนในมือลงพื้นเสียงดังสนั่น *ตูม!* จนฝุ่นตลบอบอวล เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาหาหลินฟาง คว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างหวงแหน พร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขาม "เกิดอะไรขึ้น... ใครกล้ามาหาเรื่องเจ้าที่บ้านของเรา?" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนมุมปากของหลินฟางทันที นางซบหน้าลงกับอกแกร่งของสามี พลางชี้มือไปที่แม่เฒ่าจางและพวกพ้องที่กำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "สามี... พวกเขาบอกว่าจะพาทางการมาจับข้า เพราะข้าไม่ยอมยกเงินและสูตรอาหารให้... แถมยังบอกว่า... จะมาขับไล่พวกเราออกจากบ้านหลังนี้ด้วยค่ะ" เฉินเหว่ยหันขวับไปมองกลุ่มคนเหล่านั้น แววตาของพญาเสือที่ถูกรังควานถ้ำฉายชัดในดวงตาคมกริบ บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด และก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ประตูรั้วหน้าบ้านก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องกังวานของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับคบเพลิงในมือ "ทางการมาถึงแล้ว! ใครกล้ากล่าวหาว่าภรรยาของรองเฉินกระทำความผิดเรื่องตลาดมืด... ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้!" หลินฟางหรี่ตาลงมองผู้มาใหม่ รอยยิ้มปริศนาผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง... เกมกระดานนี้ ดูท่าจะสนุกกว่าที่คิดเสียแล้ว * * * * * (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินฟางและเฉินเหว่ยมาจนถึงบทนี้นะครับ) – **ใบชาหอมหมื่นลี้**
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%