แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 12

ก้าวย่างสู่การค้าขาย

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"สมบัติผิดกฎหมายอย่างนั้นหรือครับ เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจการ... ช่างเป็นข้อกล่าวหาที่หนักหนาเอาการทีเดียว" แววตาของเฉินเหว่ยไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย ร่างหนาสวมเสื้อทหารเก่าๆ ก้าวออกไปข้างหน้าครึ่งก้าว บังร่างของหลินฟางเอาไว้มิดชิด ความกดดันระดับนายทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านออกมาจนชายสวมแว่นหนาเตอะผู้เป็นหัวหน้าชุดตรวจการถึงกับชะงักฝีเท้า ปลายจมูกเผลอสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว หลินฟางที่ยืนอยู่ด้านหลังสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ หัวใจที่เต้นรัวเมื่อครู่เริ่มสงบลงด้วยความอบอุ่นจากแผ่นหลังกว้างของสามี เธอรู้ดีว่าคำว่า "สมบัติผิดกฎหมาย" ที่พวกมันอ้างถึง แท้จริงแล้วคือผักผลไม้คุณภาพเยี่ยมที่เติบโตมาจากมิติลับในกำมือของเธอ หรือไม่ก็อุปกรณ์การเกษตรแปลกตาที่เธอนำออกมาใช้โดยไม่ทันระวัง แต่ในยุคสมัยที่การค้าขายเสรีถูกควบคุมอย่างเข้มงวดเช่นนี้ การมีผลผลิตล้นเหลือเกินชาวบ้านทั่วไปย่อมตกเป็นเป้าสายตาของคนอิจฉา โดยเฉพาะญาติผู้พี่จอมปลอมที่คงจะวิ่งแจ้นไปเป่าหูเจ้าหน้าที่เพื่อหวังฮุบไร่สวนแห่งนี้ "อย่ามาทำไขสือ! มีคนเห็นว่าพวกแกแอบลักลอบค้าขายสินค้าเกษตรโดยไม่ผ่านสหกรณ์ แถมยังมีพืชผลแปลกประหลาดที่ไม่ควรจะเติบโตได้ในดินแถบนี้ ถือเป็นการฝ่าฝืนนโยบายรัฐ!" เจ้าหน้าที่คนเดิมเชิดหน้าขึ้นพยายามเรียกความน่าเกรงขามกลับคืนมา พลางโบกมือให้ลูกน้องสองคนเตรียมรื้อค้นกระท่อม หลินฟางเหยียดยิ้มที่มุมปาก ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์และเยือกเย็น เธอขยับกายออกมาจากด้านหลังของเฉินเหว่ย กิริยาท่าทางไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย "ท่านเจ้าหน้าที่กล่าวหาพวกเราเสียเสียหาย หากท่านบอกว่าพืชผลในไร่ของพวกเราเป็น 'ของผิดกฎหมาย' งั้นรบกวนแสดงหมายค้นที่ประทับตราอย่างถูกต้องให้พวกเราดูสักนิดจะได้ไหมครับ... อ้อ ไม่สิ ฉบับที่พวกท่านถืออยู่นั่น ดูเหมือนจะเป็นแค่ใบมอบอำนาจส่วนบุคคลจากสำนักงานเขตเสื่อมความนิยม ที่สำคัญ ลายเซ็นตรงมุมซ้ายล่าง... ดูคุ้นตาเสียเหลือเกิน เหมือนกับลายมือของญาติผู้พี่ที่เพิ่งมาอาละวาดไถเงินเราไปเมื่อวานไม่ผิดเพี้ยน" คำพูดของหลินฟางรากับน้ำเย็นจัดสาดใส่หน้าคณะผู้ตรวจการ รอยยิ้มของหัวหน้าชุดแข็งค้างไปชั่วขณะ เพราะสิ่งที่หญิงสาวพูดนั้นตรงกับความจริงเสียยิ่งกว่าจริง พวกเขาได้รับสินบนและคำร้องเรียนลับๆ มาจริง แต่มันไม่มีหมายค้นอย่างเป็นทางการ เป็นเพียงการใช้อำนาจบาทใหญ่มาข่มขู่ชาวบ้านตาดำๆ เท่านั้น เฉินเหว่ยไม่ปล่อยให้จังหวะนี้หลุดมือ มือใหญ่เอื้อมไปแตะด้ามพร้าถางหญ้าที่เหน็บไว้ที่เอว เสียงโลหะกระทบกับฝักไม้ดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอดึงสติให้ทุกคนในบริเวณนั้นเงียบกริบ "ถ้าไม่มีหมายค้นอย่างเป็นทางการ... เชิญพวกท่านออกจากพื้นที่ของผมครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดขาดราวกับคำสั่งในสนามรบ ทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งสามคนถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ทว่า หลินฟางกลับยกมือขึ้นแตะแขนสามีเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม เธอกวาดสายตามองหน้าเจ้าหน้าที่ทั้งสามคนด้วยรอยยิ้มการค้าที่ฝึกฝนมาอย่างดี รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความกลัว แต่เต็มไปด้วยแผนการที่เหนือชั้นกว่า "แต่ไหนๆ ท่านเจ้าหน้าที่ก็มาถึงที่นี่แล้ว และในเมื่อพวกท่านสงสัยใน 'ผลผลิต' ของเรา..." หลินฟางลากเสียงยาวอย่างจงใจ ก่อนจะผายมือไปยังแปลงผักกาดเขียวและมะเขือเทศสีแดงสดที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาตามลม "การจะให้พวกท่านกลับไปมือเปล่าคงดูไม่มีน้ำใจนัก สู้ให้พวกท่านชิมผลผลิตจากหยาดเหงื่อแรงกายของเราสักหน่อยดีกว่า หากบอกว่ามันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย... รบกวนช่วยเคี้ยวมันแล้วกลืนลงท้อง เพื่อเป็นพยานให้ข้าทีว่าผักพวกนี้มันทำลายความมั่นคงของชาติยังไงกันแน่!" บรรยากาศรอบตัวนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวหน้าชุดตรวจการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นหอมจางๆ ของพืชผักที่ลอยอบอวลเตะจมูกชวนให้รู้สึกหิวขึ้นมาดื้อๆ ความตึงเครียดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ ในที่สุด ด้วยความที่เกรงกลัวบารมีของนายทหารร่างยักษ์และท่าทีที่มั่นอกมั่นใจเกินเบอร์ของสองสามีภรรยา คณะเจ้าหน้าที่จึงทำได้เพียงรับผักกาดปลอดสารพิษจากมือหลินฟางไปคนละหัวด้วยความจำยอม และเมื่อกัดคำแรกเข้าไป... ดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้างขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ความกรอบหวานชุ่มฉ่ำและรสชาติกลมกล่อมที่แปลกประหลาดทำให้ลืมข้อกล่าวหาเรื่องความผิดกฎหมายไปชั่วขณะ แผนการขู่กรรโชกพังทลายลงไม่เป็นท่า กลายเป็นการโปรโมทสินค้าโดยไม่ตั้งใจ หลินฟางมองตามหลังกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่เดินถือผักเคี้ยวตุ้ยๆ กลับออกไปจากไร่ด้วยรอยยิ้มสะใจ นี่คือโอกาส... ในเมื่อคนในตัวเมืองเริ่มสนใจผลผลิตของเธอแล้ว การรอให้คนอื่นมาหาที่ไร่คงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด ถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้อง "ขยายตลาดผักสู่ตัวเมืองใกล้เคียง" อย่างเต็มตัว! ตกดึก ค่ำคืนที่เงียบสงบในชนบทถูกแทนที่ด้วยความกระตือรือร้นภายในห้องครัว หลินฟางกำลังงละมุนอยู่กับการคัดAแยกผักคุณภาพดีที่สุดจากในมิติลับมารวมกับผลผลิตในแปลงจริง กลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรที่เฉินเหว่ยต้มให้ดื่มคลายเครียดส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วห้อง มือหนาของสามีคอยช่วยยกตะกร้าไม้ไผ่ จัดเรียงผักอย่างเป็นระเบียบด้วยความใส่ใจ โดยไม่มีคำบ่นหลุดออกมาสักคำ "พรุ่งนี้เราจะเข้าเมืองกันแต่เช้าตรู่ คุณไหวแน่นะครับ?" เฉินเหว่ยเอ่ยถามขณะยื่นถ้วยชาอุ่นๆ ให้ภรรยา สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความรักและความเชื่อมั่นอย่างล้นปรอท "สบายมากค่ะ... เอ๊ย หมายถึง ฉันไหวอยู่แล้วค่ะ... เอ๊ย พรุ่งนี้ฉันจัดการเอง!" หลินฟางเกือบหลุดปากพูดคำยุคใหม่กับสามีด้วยความเคยชิน เธอรีบเปลี่ยนสรรพนามแก้ตัวพัลวันจนเฉินเหว่ยหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงทุ้มต่ำที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนเร็วกว่าที่คิด รถเข็นไม้คันใหญ่ที่บรรจุผักสดๆ สีสันสดใสจนดูราวกับไม่ใช่ผักธรรมดาถูกเข็นมุ่งหน้าสู่อตลาดค้าส่งประจำอำเภอใกล้เคียง หลินฟางในชุดเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านและผ้ากันเปื้อนสีเข้ม ยืนสง่าอยู่หน้าแผงค้าชั่วคราวที่เธอเจรจาเช่าไว้ได้อย่างราบรื่นด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร ขณะที่เฉินเหว่ยคอยยืนคุมเชิงรักษาความปลอดภัยอยู่ด้านหลัง ผ่านไปเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ความแปลกใหม่และคุณภาพที่เหนือกว่าใครทำให้แผงผักของหลินฟางกลายเป็นจุดสนใจ ลูกค้าเริ่มเข้ามามุงดูและแย่งกันซื้อจนแทบจะเหมาแผง เสียงทอนเงินและเสียงหัวเราะด้วยความพึงพอใจดังระงมไปทั่วบริเวณ เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากของหญิงสาวแต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้มแห่งความสำเร็จ ทว่า ในขณะที่การค้าขายกำลังดำเนินไปอย่างรื่นรมย์และเงินหยวนเริ่มไหลเข้ากระเป๋าอย่างต่อเนื่อง สายตาของหลินฟางก็บังเอิญเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนกำลังเดินแหวกฝูงชนเข้ามาใกล้แผงของเธอ ชายวัยกลางคนสวมเสื้อสูทเนื้อดีท่าทางภูมิฐาน แต่แววตาที่มองตรงมากลับเต็มไปด้วยความริษยาและรอยยิ้มอันตราย นั่นคือ "หลี่เฉียง" พ่อค้าคนกลางผู้ผูกขาดตลาดผักในเมืองนี้ ซึ่งเป็นคู่ค้าเก่าแก่และเป็นคนที่คอยกลั่นแกล้งครอบครัวเดิมของเธอนั่นเอง! หลี่เฉียงหยุดยืนอยู่หน้าแผงผักของหลินฟาง เขากวาดสายตามองผักเขียวขจีด้วยความประหลาดใจก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "ไม่นึกเลยว่าสะใภ้ตระกูลเฉินที่ถูกขับไล่ จะกล้ามาเหยียบถิ่นหากินของฉัน... กล้าหาญดีนี่แม่สาวน้อย แต่รู้ไหมว่าการจะขายของที่นี่... ต้องผ่านการอนุญาตจากฉันเสียก่อน!" บรรยากาศรอบแผงค้าพลันเงียบกริบลงทันที พ่อค้าแม่ขายข้างเคียงต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นเจ้าถิ่นออกโรง หลินฟางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยังคงถือผักกาดหัวงามอยู่ในมือ ค่อยๆ วางมันลงในตะกร้าอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาหลี่เฉียงตรงๆ รอยยิ้มการค้าที่เคยอ่อนหวานเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมราวกับใบมีด "อ้อ... คุณนี่เอง พ่อค้าคนกลางผู้ผูกขาดตลาดที่ชอบกดราคารับซื้อจากชาวบ้านครึ่งต่อครึ่ง... เกรงว่ากฎเกณฑ์ล้าสมัยของคุณ จะใช้กับสินค้าเกรดพรีเมียมอย่าง 'ผักตระกูลเฉิน' ของฉันไม่ได้หรอกนะ เพราะถ้าคุณอยากได้ผักของฉันไปขายต่อ..." หลินฟางโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน "คุณต้องคุกเข่าขอร้องฉัน... หรือไม่ก็จ่ายในราคาที่ฉันเป็นคนกำหนดเท่านั้น!" สิ้นคำพูดนั้น เสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้นทั่วตลาด ท่าทีที่ท้าทายและไม่เกรงกลัวอำนาจมืดของหลินฟางทำให้หลี่เฉียงหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ หลี่เฉียงกัดฟันกรอด ยกมือขึ้นทำท่าจะตบโต๊ะประกาศกร้าว แต่ก่อนที่มือของเขาจะกระทบไม้ เฉินเหว่ยที่ยืนเงียบมาตลอดก็ก้าวพรวดเดียวมาขวางหน้า มือหนาคว้าข้อมือของหลี่เฉียงไว้แน่นจนเกิดเสียงกรอบแกรบราวกับกิ่งไม้หัก พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบเย็นเยียบจากนายทหารหนุ่มที่ดังขึ้นข้างหู "ถ้าไม่อยากให้มือข้างนี้ใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิต... แนะนำให้ถอยไปซะ" หลี่เฉียงหน้าซีดเผือดด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว เขารีบสะบัดมือออกทันทีเมื่อเฉินเหว่ยปล่อย ชายร่างท้วมถอยหลังกรูดด้วยความอับอายและแค้นเคือง ก่อนจะชี้หน้าหลินฟางด้วยความสั่นเทา "ดี! ดีมาก! ปีกกล้าขาแข็งนักนะนังนี่ จำคำพูดของแกไว้... เพราะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะไม่มีรถบรรทุกหรือตลาดไหนในจังหวัดนี้กล้ารับซื้อผักของแกแม้แต่ต้นเดียว!" หลี่เฉียงสะบัดก้นเดินหนีไปด้วยความโกรธแค้น ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่มองมาด้วยความเห็นใจและกังวลใจ เพราะคำขู่ของเจ้าถิ่นรายนี้หมายถึงการตัดทางทำมาหากินจนแทบไม่เหลือทางรอด ทว่า หลินฟางกลับไม่มีแววตาหวาดกลัวเลยสักนิด เธอยังคงยืนยิ้มรับแสงแดดยามสายอย่างสบายอารมณ์ มือเรียวปัดเศษฝุ่นบนเสื้อผ้าเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับเฉินเหว่ยที่ยืนรอรับคำสั่งจากเธออยู่ข้างกาย ในจังหวะที่ทุกคนคิดว่าเธอกำลังจนมุมและสิ้นหนทางนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเครื่องยนต์ของรถบรรทุกทหารคันใหญ่จำนวนสามคันก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าตลาดสดอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของนายทหารยศสูงผู้หนึ่งที่ก้าวลงมาจากรถ พร้อมรอยยิ้มกว้างที่ตะโกนเรียกชื่อเธอเสียงดังลั่นตลาด... -------------------------------------------------- ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความแสบสันของหลินฟางและความคลั่งรักของพี่เฉินเหว่ยนะครับ พบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%