"พี่เฉินเหว่ย! ทางนี้ครับ! ทางนี้!"
เสียงตะโกนก้องของอาเฉียง ดังฝ่าความจอแจของตลาดสดประจำอำเภอในยุคแปดสิบ เรียกสายตานับร้อยคู่ให้หันขวับไปมองเป็นตาเดียว รถบรรทุกทหารสีเขียวมะกอกคันใหญ่เบ้อเริ่ม ทั้งหมดสามคันแล่นเข้ามาจอดสนิทเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ แรงสะเทือนจากล้อยางบดอัดพื้นถนนลูกรังทำเอาแผงขายผักข้างทางสั่นสะเทือนเล็กน้อย ฝุ่นตลบอบอวลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ประตูรถด้านหน้าจะถูกผลักเปิดออก
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ดเพื่อความคล่องตัวก้าวลงมา เฉินเหว่ยไม่ได้สนใจสายตาตื่นตะลึงของพ่อค้าแม่ขายรอบข้าง แม้กระทั่งใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาของป้าสะใภ้ตระกูลเฉินที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างแผง เขากวาดสายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ร่างเพรียวบางของภรรยา หลินฟางยืนถือตะกร้าหวายใส่หัวผักกาดขาว เธอกำลังกะพริบตาปริบๆ ด้วยความคาดไม่ถึงว่าสามีจะยกพลกองหนุ่มฉกรรจ์มาเปิดตลาดเคลื่อนที่ให้เธอถึงที่นี่
"ฟางฟาง... น้องเหนื่อยไหมครับ" เฉินเหว่ยสาวเท้ายาวๆ เข้ามาหาภรรยาโดยไม่สนใจว่าจะมีใครจับตามองบ้าง ฝ่ามือหนาหยาบกร้านจากการฝึกฝนและจับอาวุธเอื้อมไปรับตะกร้าในมือเธออย่างทะนุถนอม พร้อมทั้งใช้มืออีกข้างปัดฝุ่นที่เกาะตามไหล่เสื้อให้อย่างเบามือ ราวกับเธอกลัวว่าภรรยาจะบอบช้ำจนเกินไป
"ฉัน... ดิฉันไม่ได้เหนื่อยค่ะ... เอ๊ย! ผมหมายถึง... ฉันไม่เป็นไรค่ะ เอ๊ย ไม่เป็นไรครับ!" หลินฟางเกือบจะเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมาเพราะความตกใจ เธอรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นรอยยิ้มเอ็นดูที่ระบายอยู่บนมุมปากหยักลึกของสามี
"เรียบร้อยดีใช่ไหมครับ ใครกล้ามาหาเรื่องรังแกเจ้าของแผงคนนี้ บอกพี่ได้เลยนะครับ เดี๋ยวพี่จะให้กองร้อยนี้เหมาผักเขียวให้เกลี้ยงตลาดจนพวกเขานั่งไม่ติดเลยทีเดียว" เฉินเหว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลเป็นพิเศษเมื่อพูดกับภรรยา แต่ประโยคหลังเขากลับจงใจกวาดสายตาคมดุไปมองกลุ่มญาติฝ่ายสามีที่ยืนเกาะกลุ่มซุบซิบกันอยู่ไม่ไกล
ป้าสะใภ้หน้าเสียทันที นางหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษสา เมื่อเห็นนายทหารยศสูงระดับผู้บังคับกองร้อยพ่วงด้วยตำแหน่งสามีสุดหวงของนางหลินฟาง ยืนแผ่รังสีอำมหิตขู่ขวัญอยู่ตรงหน้า ใครจะไปคิดว่านังเด็กต่างถิ่นที่ถูกเฉินเหว่ยซื้อตัวมาแต่งงานด้วยในราคาถูกๆ จะมีบุญวาสนาถึงขนาดมีทหารมารjบหลังหนุนหลังถึงตลาดสดแห่งนี้!
บรรยากาศรอบแผงค้าของหลินฟางพลันเงียบกริบลงถนัดตา เสียงต่อรองราคา เสียงฝีเท้า และเสียงจอแจเมื่อครู่คล้ายถูกกดปุ่มปิดเสียงลงชั่วขณะ สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่กองบรรดาทหารหนุ่มนับสิบนายที่ทยอยกระโดดลงจากท้ายรถบรรทุก ก่อนจะเริ่มตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบตามคำสั่งของรองผู้กองที่ติดตามมา
"พี่เฉิน... คุณพาใครมาเยอะแยะคะเนี่ย? แล้วรถบรรทุกนี่... ขนอะไรมากันแน่?" หลินฟางกระซิบถามสามี เสียงของเธอลดต่ำลงเพื่อไม่ให้คนรอบข้างได้ยิน แต่ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความอยากรู้ เมื่อกวาดสายตาไปเห็นกระสอบใบใหญ่และลังไม้ที่กองอยู่เต็มกระบะท้ายรถ
"ขนความมั่งคั่งมาให้ภรรยาของผมไงครับ" เฉินเหว่ยหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือหนาไปกุมมือเรียวบางของเธอไว้แน่น "เมื่อคืนคุณบ่นไม่ใช่หรือครับว่าอยากได้เมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่วล็อตใหม่จากเมืองหลวง แถมยังมีอุปกรณ์แปรรูปแป้งที่สั่งไว้มาส่งพอดี ผมเลยถือโอกาสให้กองร้อยนี้ใช้รถฝึกซ้อมเดินทางไกล แวะเอาของมาส่งให้ภรรยาคนเก่งถึงที่นี่เสียเลย"
คำพูดหน้าตาเฉยของเฉินเหว่ยทำเอาหลินฟางถึงกับมุมปากกระตุก ใช้รถบรรทุกทหารสามคัน ขนของมาส่งภรรยาขายของที่ตลาดเนี่ยนะ? สามีซื่อบื้อของเธอคนนี้ นานวันเข้าชักจะเรียนรู้วิธีการใช้ "อภิสิทธิ์" มาเอาใจภรรยาได้อย่างหน้าตาเฉยเสียแล้วกระมั้ง!
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานจนคนโสดรอบข้างแอบค้อนขวับ เสียงหัวingเยาะแหลมสูงก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ
"ตายจริง! นึกว่าใครที่ไหน พาผู้ชายเครื่องแบบมาขู่ชาวบ้านชาวช่องเขา ที่แท้ก็ใช้เตียงนอนปรนเปรอสามีจนยอมเอาหลวงมาเป็นเครื่องมือหากินนี่เอง! ไม่อายฟ้าดินบ้างเลยหรือไง นังหลินฟาง!"
เสียงของสะใภ้รองตระกูลเฉินดังขึ้น นางเดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยท่าทางสะดีดสะดิ้ง สองมือเท้าสะเอว ใบหน้าแต่งแต้มด้วยแป้งหนาเตอะเชิดขึ้นฟ้า สายตากวาดมองกองรถบรรทุกทหารด้วยความอิจฉาริษยาจนร้อนรุ่มไปทั้งอก ตั้งแต่นางแต่งเข้าตระกูลเฉินมา สามีของนางเป็นแค่คนงานในโรงเลื่อย ทำงานจนหลังขดหลังแข็งก็ยังไม่เคยซื้อรถถีบดีๆ ให้สักคัน แต่นังหลินฟางกลับมีรถบรรทุกทหารมาจอดเทียบรับส่งถึงที่ แบบนี้จะให้นางทนดูอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร!
หลินฟางหรี่ตามองผู้มาใหม่ รอยยิ้มหวานหยดที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาคมกริบทันที เธอดึงมือออกจากกอบกุมของเฉินเหว่ยช้าๆ ก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับสามีรูปร่างสูงใหญ่
"ปากระวังหน่อยนะครับพี่สะใภ้รอง" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำคำกลับเชือดเฉือนจนอีกฝ่ายสะดุ้ง "รถบรรทุกของกองทัพมีภารกิจราชการ แต่ถ้าท่านสงสัยว่าพวกเราใช้อำนาจในทางมิชอบ เชิญไปยื่นเรื่องฟ้องร้องที่กองบัญชาการทหารประจำอำเภอได้เลยนะครับ ทางการเขายินดีต้อนรับประชาชนผู้รักความยุติธรรมเสมอ... แต่ถ้าหากไม่มีหลักฐานแล้วมาเห่าหอนกลางตลาดแบบนี้ ระวังความผิดฐานหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่รัฐและครอบครัวทหาร จะทำให้สามีของท่านต้องตกงานเอานะครับ"
"นัง... นังเด็กปากดี!" สะใภ้รองหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด นางชี้หน้าหลินฟางตัวสั่นเทา "แกกล้าขู่ฉันเรอะ! แกมันก็แค่ผู้หญิงขายผักต่ำต้อย อาศัยเต้าไต่สามีที่เป็นทหารปลดประจำการแล้วทำกร่าง! แกคิดว่ามีผู้ชายพวกนี้หนุนหลังแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ?"
เพี๊ยะ!
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว ไม่ใช่ฝ่ามือของหลินฟาง แต่เป็นฝ่ามือหนาหนักราวกับคีมเหล็กของเฉินเหว่ยที่ฟาดลงบนลังไม้ใกล้ตัวจนไม้สนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของนายทหารหนุ่มจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา ทหารหนุ่มนับสิบชีวิตข้างหลังพร้อมใจกันก้าวเท้าพร้อมกันหนึ่งครั้ง เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นดัง *ปัง!* สะเทือนขวัญผู้คนในตลาดจนถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
เฉินเหว่ยปรายตามองสะใภ้รองด้วยสายตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันจนอีกฝ่ายแทบหยุดหายใจ
"ภรรยาของผม... ผมเป็นคนเลือกเอง ดูแลเอง และรักยิ่งกว่าชีวิต หากใครยังกล้าปากพล่อยหาเรื่องเธออีกแม้แต่คำเดียว ผมไม่รับรองว่าพรุ่งนี้สามีของท่านจะยังมีงานทำในอำเภอนี้อีกหรือไม่"
คำขู่ที่ไร้ซึ่งความปรานีทำเอาสะใภ้รองหน้าซีดเผือด ขาสั่นพับจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น นางไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเฉินเหว่ยด้วยซ้ำ ได้แต่ถอยหลังกรูดแล้ววิ่งหนีหายไปท่ามกลางฝูงชนอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างสะใจของพ่อค้าแม่ขายรอบข้างที่หมั่นไส้ตระกูลนี้มานาน
หลินฟางลอบอมิย้ม นางหันไปมองสามีที่ยืนหน้าตึงเครียดด้วยความรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ มือเรียวเอื้อมไปดึงชายเสื้อทหารของเขาเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน
"ใจร้อนเกินไปแล้วนะครับคุณสามี เดี๋ยวคนอื่นก็หาว่าเราใช้อำนาจบาทใหญ่รังแกชาวบ้านหรอก" หลินฟางกระซิบกระซาบ หยอกเย้า
"ใครกล้าว่าภรรยาผม ผมจะฟ้องผู้บังคับบัญชาให้เอาคุกทหารมาขังไว้ให้หมด" เฉินเหว่ยกระซิบตอบด้วยใบหน้าขรึมๆ แต่แววตาที่มองเธอนั้นพราวระยับไปด้วยความคลั่งรัก
"เอาล่ะๆ เลิกหวานกันได้แล้วครับผู้กอง" อาเฉียงที่ยืนกลั้นยิ้มอยู่ไม่ไกลรีบแทรกขึ้น พร้อมกับยกกระดาษรายการสินค้าในมือขึ้นมา "ของที่สั่งล็อตนี้มาถึงครบถ้วนแล้วครับ ทั้งเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวเกรดพรีเมียมจากมณฑลเหนือ และ... ที่สำคัญที่สุดคือ 'หัวเชื้อน้ำชาสมุนไพรสูตรลับ' ที่หัวหน้ากองร้อยของเราสั่งให้ไปเอามาจากห้องทดลองลับเมื่อวานนี้!"
คำว่า "หัวเชื้อน้ำชาสมุนไพรสูตรลับ" ทำให้ดวงตาของหลินฟางเป็นประกายวาววับทันที ความเหนื่อยล้าจากการค้าขายตลอดทั้งวันมลายหายไปสิ้น นางจำได้ว่าเคยเปรยๆ กับเฉินเหว่ยเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า อยากจะลองทำ "ชานมไข่มุกโบราณสูตรเฉพาะตัว" ออกมาขายแข่งในตลาดมืดเพื่อทำกำไรก้อนโต แต่ติดตรงที่หัวเชื้อชาคุณภาพดีในยุคนี้หายากยิ่งกว่างูมีพิษ
เฉินเหว่ยโน้มใบลงกระซิบข้างหูเธอ เสียงทุ้มแหบพร่าชวนใจสั่น "เย็นนี้... ผมจะช่วยคุณเคี่ยวชาหมื่นลี้สูตรพิเศษ ที่หลังบ้านของเรา... รับรองว่ากลิ่นหอมจะอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้าน จนคนตระกูลเฉินต้องน้ำลายสอจนนอนไม่หลับเลยทีเดียว"
หลินฟางใจเต้นตึ้กตั้ก ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ นางพยักหน้ารับเบาๆ
ทว่า ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะหันไปสั่งการขนย้ายสินค้าลงจากรถบรรทุกนั้นเอง สายตากลมโตของหลินฟางก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยร่างหนึ่ง ที่กำลังยืนหลบมุมอยู่หลังเสาปูนของตลาด สายตาดวงนั้นจ้องมองมาที่กองสินค้าบนรถบรรทุกด้วยแววตาร้ายกาจและเต็มไปด้วยความโลภอย่างปิดไม่มิด... เป็นสายตาของ "เฉินเฉียง" พี่ชายคนโตของสามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องการขโมยผลงานและสร้างหนี้สินไม่เว้นแต่ละวัน!
หลินฟางขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวร้องเตือนเสียงดังลั่น นางยื่นมือไปคว้าแขนเสื้อของเฉินเหว่ยไว้แน่นทันที...
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของหลินฟางและเฉินเหว่ยมาจนถึงตอนนี้นะครับ)*
**— ใบชาหอมหมื่นลี้ —**
แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 13
ญาติฝ่ายสามีเริ่มขยับ
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!