“หากจะสร้างเรือนให้มั่นคงพอจะต้านลมหนาวได้ถึงสิบปี ไม้สนแค่นี้ไม่พอหรอกครับฟางเอ๋อร์ มันเปราะบางเกินไป”
เสียงทุ้มต่ำของเฉินเหว่ยดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงเลื่อยไม้ที่แผดกรีดอยู่ในลานบ้าน เขาไม่ได้เงยหน้าจากท่อนซุงที่กำลังถากถาง แต่นิ้วหยาบกร้านจากการฝึกทหารกลับลูบไปตามเนื้อไม้ราวกับกำลังตรวจสอบรอยร้าวที่ซ่อนอยู่ภายใน
หลินฟางหยุดมือที่กำลังคำนวณรายรับจากตลาดมืดเมื่อวานลง เธอวางสมุดบัญชีเล่มเล็กไว้บนโต๊ะไม้เก่าๆ ก่อนจะเดินไปหยุดข้างกายสามี สายตามองไปยังโครงร่างไม้ที่วางกองไว้ “ฉันรู้ครับ แต่งบประมาณที่เรามีมันจำกัด ถ้าทุ่มไปกับไม้เนื้อแข็งทั้งหมด เราก็แทบไม่เหลือทุนไว้ซื้อเมล็ดพันธุ์พืชแปลกๆ ในมิตินั่นได้เลย คุณก็รู้ว่าเป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การอยู่รอด แต่มันคือการสร้างอาณาจักรเล็กๆ ในไร่นี้”
เฉินเหว่ยหยุดมือทันที เขาหันกลับมามองใบหน้าเนียนใสของภรรยา แววตาของเขาไม่ได้มีความดุดันเหมือนตอนอยู่ในค่ายทหาร แต่มันกลับเต็มไปด้วยความอาทรและมุ่งมั่น “สำหรับผม บ้านไม่ใช่แค่ที่ซุกหัวนอน แต่มันคือที่ที่คุณจะหลับใหลอย่างปลอดภัยที่สุดต่อจากนี้... ผมไปรับจ้างงานนอกเวลาเพิ่มที่โรงสีอีกสักสองสามวันก็ได้ครับ ไม่ต้องห่วงเรื่องทุนหรอก”
“คุณเฉิน!” หลินฟางขัดขึ้น น้ำเสียงของเธอเริ่มแข็งขึ้นเล็กน้อย “เราตกลงกันแล้วว่างานที่โรงสีนั่นมันอันตรายเกินไป คนพวกนั้นจ้องจะเล่นงานคุณเพราะเรื่องเก่าๆ ที่คุณเคยจัดการพวกพนักงานทุจริต ผมไม่ยอมให้คุณเอาตัวไปเสี่ยงเพื่อไม้กระดานหรอกนะ”
เธอก้าวเข้าไปใกล้ ขยับผ้าพันคอที่คลุมไหล่หนาของเขาให้เข้าที่ กลิ่นหอมจางๆ จากมิติลับของเธอที่ปนอยู่ในอาหารเช้าทำให้เฉินเหว่ยรู้สึกผ่อนคลายเสมอ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ใช้วงแขนแกร่งโอบรอบเอวบางของเธอไว้อย่างหวงแหน ความเงียบเข้าปกคลุมรอบบริเวณ มีเพียงเสียงนกร้องในป่าไกลๆ ที่คอยส่งสัญญาณเตือนว่าแสงตะวันกำลังจะคล้อยต่ำ
ในใจของหลินฟาง เธอไม่ได้เพียงแค่กังวลเรื่องเงิน เธอมี "ไม้คุณภาพเยี่ยม" อยู่ในมิติของเธอแล้ว แต่มันเป็นของหายากและทันสมัยเกินกว่าที่จะนำมาเปิดเผยให้ใครเห็นได้ การจะเอาไม้นั้นออกมาใช้โดยไม่ให้เฉินเหว่ยสงสัย คือโจทย์ที่ยากพอๆ กับการรับมือแม่สามีจอมตระหนี่ที่จ้องจะบุกมาไถเงิน
“งั้นเอาแบบนี้ครับ” หลินฟางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “เราแบ่งหน้าที่กัน ผมจะใช้ไหวพริบเรื่องการค้าหาช่องทางขายของที่ทำกำไรเร็วขึ้น ส่วนคุณ... ช่วยออกแบบเรือนที่ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามฤดูกาลให้ผมหน่อย ผมเชื่อในฝีมือการช่างของคุณมากกว่าใคร”
เฉินเหว่ยยิ้มมุมปาก เขาหยิบดินสอไม้ขึ้นมาขีดเขียนลงบนแผ่นไม้กระดานเก่าๆ อย่างคล่องแคล่ว แผนผังบ้านหลังเล็กถูกร่างขึ้นอย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่แค่บ้านไม้ทั่วไป แต่มันคือป้อมปราการขนาดย่อมที่ซ่อนห้องเก็บเสบียงมิดชิดและช่องระบายอากาศที่แยบยล
ตลอดทั้งวัน ทั้งคู่ทำงานร่วมกันอย่างเข้าขา หลินฟางคอยส่งเครื่องดื่มสมุนไพรบำรุงกำลังที่เธอแอบผสมสารสกัดจากผลไม้มิติให้เขาดื่ม ส่วนเฉินเหว่ยก็ใช้พละกำลังทั้งหมดในการไสไม้และตอกตะปูด้วยความแม่นยำ ราวกับเขากำลังสร้างบ้านเพื่อเตรียมไว้สำหรับอนาคตที่มีเพียงเขากับเธอ
ทว่าในขณะที่ความอบอุ่นกำลังอบอวลไปทั่วไร่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าสวน เสียงตะโกนด่าทอด้วยสำเนียงที่คุ้นหูทำให้หลินฟางชะงัก เธอจำเสียงนั้นได้ดี... แม่สามีที่ไม่ได้เจอกันหลายอาทิตย์กำลังมาพร้อมกับญาติห่างๆ อีกสองคน
“ไอ้ลูกอกตัญญู! ผัวเมียคู่นี้มันมัวทำอะไรกันอยู่! ปล่อยให้แม่ยืนตากแดดอยู่หน้าบ้านเนี่ยนะ!” เสียงแหลมสูงดังขึ้น พร้อมกับร่างท้วมที่พยายามจะถีบประตูไม้เก่าที่เป็นสัญลักษณ์ของไร่
เฉินเหว่ยขยับตัวทันที เขาจะลุกขึ้นไปจัดการ แต่หลินฟางกลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น เธอสบตาเขาด้วยสายตาที่เด็ดขาดและแฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม “อย่าเพิ่งครับ... ปล่อยให้เขาเข้ามา แต่จงจำไว้ว่าบ้านหลังนี้ไม่ใช่ของเขา และเขาไม่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่กระดานไม้แผ่นเดียวที่เราเพิ่งตอกเสร็จ”
เฉินเหว่ยพยักหน้าเข้าใจ เขาไม่ได้ขยับไปไหน แต่ยืนกอดอกขวางทางเข้าเรือนหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จไปได้เพียงครึ่งเดียว สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่กลุ่มคนที่กำลังรุกล้ำเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ
ทันใดนั้นเอง ก่อนที่แม่สามีจะก้าวพ้นธรณีประตู หลินฟางก็เดินออกไปขวางหน้าพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยความเย็นชา “แม่ครับ มาถึงนี่แต่เช้าเลยนะครับ พอดีเลย... ผมกำลังจะทำอาหารมื้อใหญ่ฉลองการเริ่มสร้างเรือนใหม่พอดี แต่ว่านะ... แขกที่จะเข้ามาในพื้นที่นี้ ต้องมี 'ค่าเข้า' สักหน่อย เพื่อเป็นการต้อนรับท่านประธานสมาคมแม่บ้านที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งใหม่แบบแม่ เห็นว่าท่านกำลังตรวจตราความเรียบร้อยอยู่ไม่ใช่หรือครับ?”
แม่สามีชะงักกึก สีหน้าเหยเกของนางเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินชื่อ 'ประธานสมาคมแม่บ้าน' เพราะนั่นหมายความว่านางกำลังถูกจับจ้องจากสายตาชาวบ้านนับสิบคนที่แอบซุ่มดูอยู่หลังพุ่มไม้ ไม่ไกลจากนั้น มีชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบพนักงานรัฐวิสาหกิจคนหนึ่งกำลังยืนถือสมุดจด เดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยท่าทีที่ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
เขาหยุดลงตรงหน้าเฉินเหว่ย มองบ้านที่กำลังสร้างด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมา “ขอโทษทีนะคุณเฉิน... แต่ทางเขตแจ้งว่า เรือนที่คุณกำลังสร้างอยู่นี่ 'ผิดกฎหมาย' และมันอาจจะต้องถูกรื้อถอนทันทีภายในเย็นวันนี้ครับ”
หลินฟางกำหมัดแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความโกรธแค้น แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะสติแตก เธอหันไปมองเฉินเหว่ย เห็นสามีของเธอกำลังกุมมือเธอแน่นขึ้น ความลับของมิติที่เธอซ่อนไว้ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป เมื่อชายคนนั้นขยับแว่นสายตาแล้วยิ้มออกมา “อ้อ... และดูเหมือนเราต้องขอนำตัวคุณทั้งคู่ไปสอบสวนเพิ่มด้วย เพราะมีคนแจ้งว่าพวกคุณมี 'สมบัติผิดกฎหมาย' ซ่อนอยู่ในไร่นี้!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินฟางและเฉินเหว่ยนะครับ ใบชาหอมหมื่นลี้จะกลับมาสานต่อเรื่องราวในตอนหน้าครับ
แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 11
สร้างเรือนหลังเล็ก
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!